สำรวจโรคมะเร็งลำไส้ อาการเป็นแบบไหน ท้องผูกบ่อย ๆ เสี่ยงหรือเปล่า
มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยของคนทั่วโลก หลายคนมักกังวลเมื่อมีอาการท้องผูกบ่อยๆ ว่าจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายนี้หรือไม่ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายจะเป็นหนึ่งในอาการที่สำคัญ แต่ความจริงแล้วมะเร็งลําไส้ มีอาการ ที่หลากหลายและมักไม่แสดงออกในระยะแรกเริ่ม ทำให้การสังเกตความผิดปกติของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่พัฒนามาจากติ่งเนื้อเล็กๆและที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลายเป็นมะเร็ง ดังนั้นการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ตรวจพบและรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่โรคจะลุกลามจนเป็นอันตรายต่อชีวิต
มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีอาการเริ่มต้นแบบไหนบ้าง
อาการเริ่มต้นอาจไม่ชัดเจน แต่สัญญาณเตือนที่ควรหมั่นสังเกตและไปพบแพทย์ ได้แก่
– พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงไป มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
– อุจจาระมีเลือดปน อาจเป็นเลือดสดหรือสีคล้ำก็ได้
– ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป มีขนาดเล็กลงหรือลีบแบนผิดปกติ
– ปวดท้อง มีอาการปวดเกร็งหรือรู้สึกแน่นท้องเหมือนมีลมในท้อง
– รู้สึกถ่ายไม่สุด แม้เพิ่งเข้าห้องน้ำมาแต่ยังรู้สึกปวดถ่ายอยู่ตลอดเวลา
– อ่อนเพลียและน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจากการเสียเลือดเรื้อรังจนเกิดภาวะซีด
ปวดท้องแบบไหน เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
อาการปวดท้องจากมะเร็งลำไส้ใหญ่มักไม่ใช่การปวดแบบเฉียบพลันแต่เป็นลักษณะปวดเกร็ง ปวดบิดหรือรู้สึกแน่นท้องเรื้อรัง ซึ่งสัมพันธ์กับการขับถ่ายและไม่หายแม้กินยาแก้ปวดท้องไปแล้วก็ตาม หรืออาจรู้สึกเหมือนมีแก๊สในท้องเยอะ รู้สึกอึดอัดแน่นท้องอยู่เสมอ ซึ่งเป็นผลมาจากก้อนมะเร็งที่ขัดขวางการเคลื่อนตัวของลำไส้นั่นเอง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีกี่ระยะ
การแบ่งระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถแบ่งออกเป็น 5 ระยะหลัก ดังนี้
ระยะที่ 0
เป็นระยะเริ่มต้น พบเซลล์ผิดปกติหรือมะเร็งเฉพาะบนผิวชั้นในสุดของผนังลำไส้
ระยะที่ 1
ก้อนมะเร็งได้เติบโตลึกลงไปในชั้นผนังลำไส้แต่ยังไม่ทะลุออกมาและยังไม่แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
ระยะที่ 2
ก้อนมะเร็งเติบโตทะลุผนังลำไส้ใหญ่แต่อาจยังไม่แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง
ระยะที่ 3
มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียงกับลำไส้ใหญ่
ระยะที่ 4
เป็นระยะลุกลาม มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไป เช่น ตับ ปอด หรือเยื่อบุช่องท้อง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจยังไง
ในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการ ผิดปกติที่น่าสงสัยต่างๆ วิธีที่เป็นมาตรฐานและแม่นยำ คือ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ซึ่งแพทย์สามารถเห็นภาพภายในลำไส้ทั้งหมดและสามารถตัดชิ้นเนื้อที่น่าสงสัยหรือติ่งเนื้อออกมาตรวจได้ทันที นอกจากนี้ยังอาจมีการตรวจอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การตรวจหาเลือดในอุจจาระหรือการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
รักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำได้กี่วิธี
การรักษามักเป็นการผสมผสานหลายวิธี ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสุขภาพของผู้ป่วย ได้แก่
– การผ่าตัด เป็นการรักษาหลักเพื่อนำก้อนมะเร็งและต่อมน้ำเหลืองออก
– เคมีบำบัด การใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
– รังสีรักษา การใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
– ยามุ่งเป้า ยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง
– ภูมิคุ้มกันบำบัด การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับมะเร็ง
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ไม่ผ่าตัดได้ไหม
การผ่าตัดเป็นการรักษาหลักที่มีโอกาสทำให้โรคหายขาดได้ในระยะเริ่มต้น สำหรับผู้ป่วยบางรายที่โรคแพร่กระจายไปมากหรือผู้ป่วยที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงพอ การรักษาหลักอาจเป็นเคมีบำบัดหรือการใช้ยามุ่งเป้าเพื่อควบคุมโรค โดยต้องพิจารณาเป็นรายกรณีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงผู้ที่มีประวัติโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานเนื้อแดง อาหารแปรรูปและการขาดการออกกำลังกาย รวมถึงผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือเป็นโรคเบาหวานก็เป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน
สรุป
มะเร็งลําไส้ มักไม่มีอาการที่ชัดเจนในระยะแรก ดังนั้นการหมั่นตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและการตรวจคัดกรองเมื่อถึงวัยที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีอาการน่าสงสัยหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่ควรนิ่งนอนใจแต่ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพราะการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะนำไปสู่การรักษาที่ได้ผลดีและเพิ่มโอกาสการหายขาดจากโรคได้มากขึ้นด้วย










