ศูนย์ผู้มีบุตรยาก สินแพทย์ เสรีรักษ์
“เดินเคียงข้างทุกความหวัง ด้วยการดูแลภาวะมีบุตรยากอย่างเข้าใจและเป็นขั้นตอน”
การพยายามมีบุตรโดยยังไม่ประสบความสำเร็จอาจทำให้คู่สมรสเกิดความกังวลและมีคำถามมากมาย ภาวะมีบุตรยากเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่าย การตรวจประเมินร่วมกันช่วยค้นหาสาเหตุและทำความเข้าใจทางเลือกการรักษา โดยโอกาสสำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สาเหตุ และสุขภาพของแต่ละคู่
ศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ให้บริการประเมินและดูแลคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยาก โดยทีมแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พยาบาล และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์และห้องปฏิบัติการที่จัดเตรียมสำหรับการตรวจวิเคราะห์และเพาะเลี้ยงตัวอ่อนตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การดูแลครอบคลุมตั้งแต่การตรวจหาสาเหตุ การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการพิจารณาทางเลือกการรักษา โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความต้องการของแต่ละคู่
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก ?
- คู่ที่พยายามตั้งครรภ์แต่ยังไม่สำเร็จ: โดยทั่วไปควรปรึกษาแพทย์เมื่อพยายามอย่างสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดครบ 12 เดือน หรือประมาณ 6 เดือนหากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีประวัติหรือภาวะสุขภาพที่อาจกระทบการเจริญพันธุ์: เช่น ประจำเดือนผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เคยติดเชื้อหรือผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน หรือมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ที่มีปัจจัยด้านสุขภาพระบบสืบพันธุ์ฝ่ายชาย: เช่น ผลตรวจน้ำอสุจิผิดปกติ เคยผ่าตัดหรือได้รับบาดเจ็บบริเวณอัณฑะ หรือมีปัญหาการหลั่งและการแข็งตัว
- คู่ที่ต้องการคำปรึกษาก่อนวางแผนมีบุตรหรือรักษาภาวะมีบุตรยาก: รวมถึงผู้ที่ต้องการประเมินทางเลือก เช่น การรักษาด้วยยา การผ่าตัด หรือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
การประเมินทั้งสองฝ่ายโดยแพทย์ช่วยค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและวางแผนตรวจหรือรักษาได้อย่างเหมาะสม
ขั้นตอนและการให้บริการของ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก
- ซักประวัติทั้งคู่เกี่ยวกับระยะเวลาที่พยายามตั้งครรภ์ ประวัติสุขภาพ การตั้งครรภ์หรือการรักษาที่ผ่านมา ยาที่ใช้ และประวัติครอบครัว
- ตรวจประเมินตามความเหมาะสม เช่น ตรวจระดับฮอร์โมน อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด ตรวจน้ำอสุจิ หรือฉีดสีเอกซเรย์เพื่อประเมินโพรงมดลูกและท่อนำไข่
- แพทย์อธิบายผลตรวจและปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง พร้อมร่วมกำหนดแนวทางดูแลตามอายุ สุขภาพ และความต้องการของคู่สมรส
- เริ่มการรักษาตามข้อบ่งชี้ ซึ่งอาจรวมถึงการปรับช่วงเวลามีเพศสัมพันธ์ การใช้ยา การผ่าตัด หรือการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
- หากเลือก IVF หรือ ICSI ทีมรักษาอธิบายขั้นตอนการกระตุ้นไข่ เก็บไข่ การเก็บและเตรียมอสุจิ การปฏิสนธิ และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน โดยปรับตามแผนเฉพาะราย
- พิจารณาการตรวจตัวอ่อนหรือการเก็บรักษาเซลล์สืบพันธุ์ตามข้อบ่งชี้และความเหมาะสม พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ ข้อจำกัด และความเสี่ยง
- ติดตามผลหลังการรักษาและตรวจการตั้งครรภ์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนดูแลต่อเนื่อง
ทำไมต้องเลือก ศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ?
- ✓ ทีมดูแลด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์: ประสานการดูแลโดยแพทย์ พยาบาล และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ตามแผนการรักษา
- ✓ ห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์: รองรับการตรวจวิเคราะห์อสุจิและการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน พร้อมกระบวนการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
- ✓ การดูแลต่อเนื่องในจุดบริการเดียว: ครอบคลุมการประเมินสาเหตุ การให้คำปรึกษา การตรวจ และการพิจารณาทางเลือกการรักษา พร้อมพื้นที่ให้คำปรึกษาที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว
- ✓ ใส่ใจเป้าหมายและความรู้สึกของคู่สมรส: สื่อสารทางเลือกอย่างเข้าใจ โดยไม่รับประกันผลสำเร็จ และคำนึงถึงสุขภาพ ความพร้อม และคุณภาพชีวิตของทั้งคู่
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: เมื่อใดควรปรึกษาแพทย์เรื่องภาวะมีบุตรยาก?
A: โดยทั่วไปควรปรึกษาแพทย์เมื่อพยายามตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดครบ 12 เดือน หากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป แนะนำให้ปรึกษาหลังพยายามประมาณ 6 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากมีประจำเดือนผิดปกติ โรคทางระบบสืบพันธุ์ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น
Q: การตรวจภาวะมีบุตรยากต้องตรวจทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายหรือไม่?
A: โดยทั่วไปควรประเมินทั้งสองฝ่าย เพราะปัจจัยอาจมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือร่วมกัน การตรวจอาจประกอบด้วยการซักประวัติ ตรวจฮอร์โมนและอวัยวะสืบพันธุ์ รวมถึงการวิเคราะห์น้ำอสุจิตามข้อบ่งชี้
Q: IVF และ ICSI แตกต่างกันอย่างไร?
A: ทั้งสองวิธีเป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดย IVF นำไข่และอสุจิมาอยู่ร่วมกันในห้องปฏิบัติการเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ ส่วน ICSI เป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง แพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมจากผลตรวจและปัจจัยของแต่ละคู่
Q: การตรวจ PGD หรือ PGS จำเป็นสำหรับทุกคู่หรือไม่?
A: ไม่จำเป็น การตรวจทางพันธุกรรมของตัวอ่อนอาจพิจารณาในบางกรณีตามประวัติและข้อบ่งชี้ โดยแพทย์จะอธิบายขอบเขตของการตรวจ ประโยชน์ ข้อจำกัด และทางเลือกก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ การตรวจไม่ได้รับประกันการตั้งครรภ์หรือการเกิดของทารกที่ไม่มีโรคทุกชนิด
Q: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับคำปรึกษา?
A: ควรมาพบแพทย์พร้อมกันทั้งคู่หากทำได้ และเตรียมประวัติการรักษา ผลตรวจเดิม รายชื่อยา โรคประจำตัว และข้อมูลรอบเดือนหรือช่วงเวลาที่พยายามตั้งครรภ์ หากต้องตรวจเฉพาะทาง เช่น ตรวจน้ำอสุจิหรือระดับฮอร์โมน ทีมรักษาจะแจ้งวิธีเตรียมตัวเป็นรายบุคคล