ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ สินแพทย์ เสรีรักษ์
“ใส่ใจสุขภาพทางเดินอาหารและตับ ด้วยการตรวจประเมินที่เหมาะสมและการดูแลอย่างต่อเนื่อง”
อาการปวดท้องเรื้อรัง แสบร้อนกลางอก กลืนลำบาก ขับถ่ายผิดปกติ หรืออ่อนเพลีย อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ บางภาวะอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก การตรวจประเมินและวินิจฉัยอย่างเหมาะสมช่วยให้พบปัญหาและวางแผนดูแลได้เร็วขึ้น รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจแนวทางดูแลสุขภาพของตนเอง
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ให้บริการตรวจและดูแลโรคทางเดินอาหารและตับ โดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเทคโนโลยีส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Gastroscopy) และส่วนล่าง (Colonoscopy) รวมถึง FibroScan ซึ่งช่วยประเมินภาวะไขมันพอกตับและความแข็งของตับตามข้อบ่งชี้ ทีมดูแลให้ความสำคัญกับการประเมินสุขภาพโดยรวม การอธิบายผลตรวจ และการวางแผนดูแลที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ?
- ผู้มีอาการผิดปกติของทางเดินอาหาร: เช่น ปวดท้องเรื้อรัง แสบร้อนกลางอก กลืนลำบาก ท้องอืด คลื่นไส้ หรืออาเจียนต่อเนื่อง
- ผู้ที่มีการขับถ่ายผิดปกติหรือมีสัญญาณเตือน: เช่น ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระดำ หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้มีความเสี่ยงหรือข้อบ่งชี้ในการส่องกล้อง: เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือแพทย์แนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมตามอายุ อาการ และประวัติสุขภาพ
- ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือสงสัยโรคตับ: เช่น มีไขมันในเลือดสูง เบาหวาน น้ำหนักเกิน ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือมีผลตรวจการทำงานของตับผิดปกติ
การประเมินโดยแพทย์ช่วยให้เลือกการตรวจที่เหมาะสมและวางแผนดูแลได้สอดคล้องกับอาการและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
ขั้นตอนและการให้บริการของ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
- ซักประวัติอาการ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ประวัติครอบครัว และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเดินอาหารและตับ
- ตรวจร่างกายและพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือการตรวจภาพวินิจฉัย
- แพทย์อธิบายผลประเมินและวางแผนตรวจหรือรักษาร่วมกับผู้ป่วย โดยพิจารณาประโยชน์ ความเสี่ยง และความจำเป็น
- หากมีข้อบ่งชี้ อาจนัดส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนหรือส่วนล่าง พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวและการใช้ยาก่อนตรวจ
- ในกรณีที่แพทย์เห็นเหมาะสม อาจตรวจด้วย FibroScan เพื่อช่วยประเมินไขมันพอกตับและความแข็งของตับ โดยไม่ใช้เข็มหรือการผ่าตัด
- ติดตามอาการและอธิบายผลตรวจ รวมถึงวางแผนการรักษาหรือการตรวจเพิ่มเติมตามผลและภาวะสุขภาพ
- นัดติดตามผลและให้คำแนะนำเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยา และการปรับพฤติกรรมตามความเหมาะสม
ทำไมต้องเลือก ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ?
- ✓ ทีมแพทย์และบุคลากรพร้อมดูแล: ประเมินอาการและพิจารณาแนวทางตรวจรักษาตามข้อมูลสุขภาพและความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย
- ✓ เทคโนโลยีช่วยตรวจประเมิน: มีบริการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่าง รวมถึง FibroScan ตามข้อบ่งชี้และดุลยพินิจของแพทย์
- ✓ ประสานการดูแลอย่างต่อเนื่อง: ดูแลตั้งแต่การประเมิน การเตรียมตัวตรวจ การรับทราบผล ไปจนถึงการวางแผนติดตาม
- ✓ ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิต: ให้คำแนะนำที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองและสุขภาพทางเดินอาหารและตับในระยะยาว
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่างแตกต่างกันอย่างไร?
A: การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนใช้ตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น ส่วนการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนล่างใช้ตรวจลำไส้ใหญ่และบริเวณปลายลำไส้ แพทย์จะพิจารณาชนิดการตรวจจากอาการและข้อบ่งชี้
Q: การส่องกล้องเจ็บหรือไม่ และจำเป็นต้องดมยาสลบหรือไม่?
A: ความรู้สึกระหว่างตรวจแตกต่างกันในแต่ละคน โดยอาจมีการให้ยาระงับความรู้สึกหรือยานอนหลับตามความเหมาะสม ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกรายจำเป็นต้องดมยาสลบ ทีมรักษาจะอธิบายทางเลือกและข้อควรระวังก่อนตรวจ
Q: ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนส่องกล้อง?
A: การเตรียมตัวขึ้นกับชนิดการส่องกล้อง โดยทั่วไปการส่องกล้องส่วนบนอาจต้องงดอาหารและน้ำตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ต้องเตรียมลำไส้ด้วยยาระบายตามคำแนะนำ ควรแจ้งแพทย์เรื่องยาที่ใช้ โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยา และไม่ปรับหรือหยุดยาเอง
Q: FibroScan คืออะไร และตรวจพบไขมันพอกตับได้อย่างไร?
A: FibroScan เป็นการตรวจไม่รุกล้ำโดยใช้คลื่นเสียงเพื่อช่วยประเมินความแข็งของตับและปริมาณไขมันในตับ ไม่ใช่การตรวจชิ้นเนื้อตับ และผลตรวจต้องแปลผลร่วมกับข้อมูลสุขภาพและการตรวจอื่นตามที่แพทย์เห็นสมควร
Q: หลังส่องกล้องควรดูแลตนเองอย่างไร?
A: ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังตรวจ หากได้รับยาระงับความรู้สึก ควรมีผู้ดูแลพากลับและหลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานที่ต้องใช้ความระมัดระวังตามระยะเวลาที่ทีมรักษาแนะนำ หากมีปวดท้องรุนแรง ไข้ อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือดมาก ควรรีบติดต่อโรงพยาบาล