แผนกรังสีวิทยา สินแพทย์ เสรีรักษ์
“ตรวจและรักษาโดยใช้ภาพนำทางอย่างแม่นยำ พร้อมพิจารณาทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดเมื่อเหมาะสม”
การพบก้อนหรือความผิดปกติภายในร่างกายอาจทำให้กังวล ทั้งเรื่องการวินิจฉัยและการรักษา การตรวจทางภาพช่วยให้แพทย์ประเมินตำแหน่งและลักษณะของความผิดปกติได้ละเอียดขึ้น ส่วนหัตถการรังสีร่วมรักษาบางชนิดสามารถใช้ภาพนำทางเพื่อเก็บชิ้นเนื้อหรือรักษาโรคผ่านแผลขนาดเล็กได้ ทั้งนี้ วิธีตรวจและรักษาขึ้นกับข้อบ่งชี้และสภาพของผู้ป่วยแต่ละราย
แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ MRI รวมถึงการตรวจและรักษาด้วยภาพรังสีนำทางโดยทีมรังสีแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง บริการอาจครอบคลุมการเจาะเก็บชิ้นเนื้อ การรักษาหลอดเลือดบางชนิด และการใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์ตามข้อบ่งชี้ โดยทีมดูแลให้ข้อมูลเรื่องขั้นตอน ประโยชน์ ความเสี่ยง และการติดตามผลเพื่อประกอบการตัดสินใจ
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ แผนกรังสีวิทยา ?
- ผู้ที่แพทย์แนะนำให้ตรวจวินิจฉัยทางภาพ: เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ CT หรือ MRI เพื่อประเมินอาการและช่วยวางแผนการรักษา
- ผู้ที่พบก้อนหรือความผิดปกติและอาจต้องเก็บชิ้นเนื้อ: เช่น ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ เต้านม ปอด หรือช่องท้อง โดยแพทย์พิจารณาวิธีเจาะเก็บชิ้นเนื้อด้วยภาพนำทางตามความเหมาะสม
- ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหรือภาวะที่อาจรักษาด้วยรังสีร่วมรักษา: เช่น หลอดเลือดตีบ เลือดออกในช่องท้อง หรือโรคบางชนิดที่แพทย์พิจารณาการอุดหลอดเลือดหรือขยายหลอดเลือด
- ผู้ที่ต้องใส่อุปกรณ์เพื่อการรักษาหรือบำบัด: เช่น Chemoport หรือสายฟอกไตชนิด Permcath เมื่อแพทย์ประเมินว่ามีข้อบ่งชี้
แพทย์จะประเมินประวัติและผลตรวจเพื่อเลือกวิธีวินิจฉัยหรือหัตถการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย
ขั้นตอนและการให้บริการของ แผนกรังสีวิทยา
- ทบทวนคำสั่งตรวจและซักประวัติอาการ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ประวัติแพ้สารทึบรังสี และข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
- ประเมินความเหมาะสมของการตรวจหรือหัตถการ พร้อมคัดกรองข้อควรระวัง เช่น การตั้งครรภ์ ภาวะเลือดออกง่าย และการทำงานของไตเมื่อจำเป็น
- อธิบายขั้นตอน ทางเลือก ประโยชน์ ความเสี่ยง และการเตรียมตัว พร้อมขอความยินยอมก่อนดำเนินการ
- ดำเนินการตรวจด้วยเอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ CT หรือ MRI หรือใช้ภาพนำทางสำหรับหัตถการตามแผนที่แพทย์กำหนด
- หากมีข้อบ่งชี้ อาจทำหัตถการ เช่น เจาะเก็บชิ้นเนื้อ ใส่อุปกรณ์ หรือรักษาหลอดเลือดด้วยบอลลูน ขดลวด หรือการอุดหลอดเลือด
- เฝ้าสังเกตอาการหลังตรวจหรือทำหัตถการ พร้อมให้คำแนะนำการดูแลแผลและข้อควรระวังตามชนิดบริการ
- รังสีแพทย์จัดทำรายงานผล และประสานแพทย์ผู้ดูแลเพื่อวางแผนการรักษาหรือติดตามต่อเนื่อง
ทำไมต้องเลือก แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ?
- ✓ ทีมรังสีแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง: ร่วมประเมินการตรวจและหัตถการให้เหมาะสมกับข้อบ่งชี้และสุขภาพของผู้ป่วย
- ✓ เทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยและภาพนำทาง: มีบริการตรวจด้วยเอกซเรย์ CT, MRI และอัลตราซาวนด์ รวมถึงหัตถการรังสีร่วมรักษาตามความเหมาะสม
- ✓ ประสานการดูแลตั้งแต่ตรวจจนถึงติดตามผล: เชื่อมโยงการตรวจ การทำหัตถการ และการส่งผลให้แพทย์ผู้ดูแลใช้ประกอบการวางแผน
- ✓ มุ่งเน้นความแม่นยำและการฟื้นตัว: พิจารณาวิธีที่เหมาะสม โดยหัตถการผ่านแผลเล็กอาจช่วยลดการบาดเจ็บจากแผลผ่าตัดในผู้ป่วยบางราย แต่ผลและความเสี่ยงขึ้นกับแต่ละกรณี
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: การเจาะเก็บชิ้นเนื้อด้วยภาพนำทางแตกต่างจากการผ่าตัดอย่างไร?
A: การเจาะเก็บชิ้นเนื้อด้วยภาพนำทางใช้เข็มหรืออุปกรณ์ผ่านผิวหนัง โดยอาศัยภาพจากอัลตราซาวนด์หรือ CT ช่วยระบุตำแหน่ง ส่วนการผ่าตัดอาจต้องเปิดแผลเพื่อเก็บเนื้อเยื่อหรือรักษา แพทย์จะเลือกวิธีตามตำแหน่งก้อน ลักษณะรอยโรค และความจำเป็นในการวินิจฉัย
Q: การเจาะชิ้นเนื้อเจ็บหรือมีความเสี่ยงหรือไม่?
A: อาจรู้สึกเจ็บหรือตึงบริเวณที่ทำหัตถการ และมีความเสี่ยง เช่น เลือดออก ติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนเฉพาะตามตำแหน่งที่เจาะ ทีมรักษาจะประเมินความเสี่ยง อธิบายวิธีลดความเสี่ยง และแนะนำการดูแลหลังทำก่อนเริ่มหัตถการ
Q: หัตถการรังสีร่วมรักษาสามารถใช้แทนการผ่าตัดได้ทุกกรณีหรือไม่?
A: ไม่ได้ทุกกรณี หัตถการรังสีร่วมรักษาอาจเป็นทางเลือกสำหรับโรคหรือผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ความเหมาะสมขึ้นกับโรค ตำแหน่ง ความรุนแรง และสุขภาพโดยรวม แพทย์จะหารือทางเลือก รวมถึงการผ่าตัดหรือการรักษาอื่นตามข้อบ่งชี้
Q: ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจ CT หรือ MRI?
A: การเตรียมตัวขึ้นกับชนิดการตรวจและการใช้สารทึบรังสี ควรแจ้งเจ้าหน้าที่หากตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ มีโรคไต เคยแพ้สารทึบรังสี หรือมีอุปกรณ์โลหะและอุปกรณ์ฝังในร่างกาย โดยเฉพาะก่อนตรวจ MRI และปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องอาหารและยาที่ได้รับ
Q: หลังทำหัตถการควรดูแลตนเองอย่างไร?
A: ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการพัก การดูแลแผล การใช้ยา และการกลับไปทำกิจกรรม หากมีเลือดออกไม่หยุด ปวดหรือบวมมาก มีไข้ หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติอื่น ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือเข้ารับการประเมินโดยเร็ว