ศูนย์ผู้มีบุตรยาก
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

การปรึกษาและได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่ทันสมัย ที่สามารถวิเคราะห์ปัญหา และรักษาได้อย่างตรงจุด

เบอร์ติดต่อ
02-761-9888 ต่อ 1413, 1415
ช่วงเวลาทำการ
ทุกวัน  : 
08.00 - 20.00 น.

ศูนย์ผู้มีบุตรยาก สินแพทย์ เสรีรักษ์

“เดินเคียงข้างทุกความหวัง ด้วยการดูแลภาวะมีบุตรยากอย่างเข้าใจและเป็นขั้นตอน”

การพยายามมีบุตรโดยยังไม่ประสบความสำเร็จอาจทำให้คู่สมรสเกิดความกังวลและมีคำถามมากมาย ภาวะมีบุตรยากเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่าย การตรวจประเมินร่วมกันช่วยค้นหาสาเหตุและทำความเข้าใจทางเลือกการรักษา โดยโอกาสสำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สาเหตุ และสุขภาพของแต่ละคู่

ศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ให้บริการประเมินและดูแลคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยาก โดยทีมแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พยาบาล และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์และห้องปฏิบัติการที่จัดเตรียมสำหรับการตรวจวิเคราะห์และเพาะเลี้ยงตัวอ่อนตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง การดูแลครอบคลุมตั้งแต่การตรวจหาสาเหตุ การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการพิจารณาทางเลือกการรักษา โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความต้องการของแต่ละคู่

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก ?

  • คู่ที่พยายามตั้งครรภ์แต่ยังไม่สำเร็จ: โดยทั่วไปควรปรึกษาแพทย์เมื่อพยายามอย่างสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดครบ 12 เดือน หรือประมาณ 6 เดือนหากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีประวัติหรือภาวะสุขภาพที่อาจกระทบการเจริญพันธุ์: เช่น ประจำเดือนผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เคยติดเชื้อหรือผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน หรือมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้ที่มีปัจจัยด้านสุขภาพระบบสืบพันธุ์ฝ่ายชาย: เช่น ผลตรวจน้ำอสุจิผิดปกติ เคยผ่าตัดหรือได้รับบาดเจ็บบริเวณอัณฑะ หรือมีปัญหาการหลั่งและการแข็งตัว
  • คู่ที่ต้องการคำปรึกษาก่อนวางแผนมีบุตรหรือรักษาภาวะมีบุตรยาก: รวมถึงผู้ที่ต้องการประเมินทางเลือก เช่น การรักษาด้วยยา การผ่าตัด หรือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

การประเมินทั้งสองฝ่ายโดยแพทย์ช่วยค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและวางแผนตรวจหรือรักษาได้อย่างเหมาะสม

ขั้นตอนและการให้บริการของ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก

  1. ซักประวัติทั้งคู่เกี่ยวกับระยะเวลาที่พยายามตั้งครรภ์ ประวัติสุขภาพ การตั้งครรภ์หรือการรักษาที่ผ่านมา ยาที่ใช้ และประวัติครอบครัว
  2. ตรวจประเมินตามความเหมาะสม เช่น ตรวจระดับฮอร์โมน อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด ตรวจน้ำอสุจิ หรือฉีดสีเอกซเรย์เพื่อประเมินโพรงมดลูกและท่อนำไข่
  3. แพทย์อธิบายผลตรวจและปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง พร้อมร่วมกำหนดแนวทางดูแลตามอายุ สุขภาพ และความต้องการของคู่สมรส
  4. เริ่มการรักษาตามข้อบ่งชี้ ซึ่งอาจรวมถึงการปรับช่วงเวลามีเพศสัมพันธ์ การใช้ยา การผ่าตัด หรือการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
  5. หากเลือก IVF หรือ ICSI ทีมรักษาอธิบายขั้นตอนการกระตุ้นไข่ เก็บไข่ การเก็บและเตรียมอสุจิ การปฏิสนธิ และการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน โดยปรับตามแผนเฉพาะราย
  6. พิจารณาการตรวจตัวอ่อนหรือการเก็บรักษาเซลล์สืบพันธุ์ตามข้อบ่งชี้และความเหมาะสม พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ ข้อจำกัด และความเสี่ยง
  7. ติดตามผลหลังการรักษาและตรวจการตั้งครรภ์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนดูแลต่อเนื่อง

ทำไมต้องเลือก ศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ?

  • ✓ ทีมดูแลด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์: ประสานการดูแลโดยแพทย์ พยาบาล และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ตามแผนการรักษา
  • ✓ ห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์: รองรับการตรวจวิเคราะห์อสุจิและการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน พร้อมกระบวนการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • ✓ การดูแลต่อเนื่องในจุดบริการเดียว: ครอบคลุมการประเมินสาเหตุ การให้คำปรึกษา การตรวจ และการพิจารณาทางเลือกการรักษา พร้อมพื้นที่ให้คำปรึกษาที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว
  • ✓ ใส่ใจเป้าหมายและความรู้สึกของคู่สมรส: สื่อสารทางเลือกอย่างเข้าใจ โดยไม่รับประกันผลสำเร็จ และคำนึงถึงสุขภาพ ความพร้อม และคุณภาพชีวิตของทั้งคู่

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: เมื่อใดควรปรึกษาแพทย์เรื่องภาวะมีบุตรยาก?

A: โดยทั่วไปควรปรึกษาแพทย์เมื่อพยายามตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดครบ 12 เดือน หากฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป แนะนำให้ปรึกษาหลังพยายามประมาณ 6 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากมีประจำเดือนผิดปกติ โรคทางระบบสืบพันธุ์ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น

Q: การตรวจภาวะมีบุตรยากต้องตรวจทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายหรือไม่?

A: โดยทั่วไปควรประเมินทั้งสองฝ่าย เพราะปัจจัยอาจมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือร่วมกัน การตรวจอาจประกอบด้วยการซักประวัติ ตรวจฮอร์โมนและอวัยวะสืบพันธุ์ รวมถึงการวิเคราะห์น้ำอสุจิตามข้อบ่งชี้

Q: IVF และ ICSI แตกต่างกันอย่างไร?

A: ทั้งสองวิธีเป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดย IVF นำไข่และอสุจิมาอยู่ร่วมกันในห้องปฏิบัติการเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ ส่วน ICSI เป็นการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง แพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมจากผลตรวจและปัจจัยของแต่ละคู่

Q: การตรวจ PGD หรือ PGS จำเป็นสำหรับทุกคู่หรือไม่?

A: ไม่จำเป็น การตรวจทางพันธุกรรมของตัวอ่อนอาจพิจารณาในบางกรณีตามประวัติและข้อบ่งชี้ โดยแพทย์จะอธิบายขอบเขตของการตรวจ ประโยชน์ ข้อจำกัด และทางเลือกก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ การตรวจไม่ได้รับประกันการตั้งครรภ์หรือการเกิดของทารกที่ไม่มีโรคทุกชนิด

Q: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับคำปรึกษา?

A: ควรมาพบแพทย์พร้อมกันทั้งคู่หากทำได้ และเตรียมประวัติการรักษา ผลตรวจเดิม รายชื่อยา โรคประจำตัว และข้อมูลรอบเดือนหรือช่วงเวลาที่พยายามตั้งครรภ์ หากต้องตรวจเฉพาะทาง เช่น ตรวจน้ำอสุจิหรือระดับฮอร์โมน ทีมรักษาจะแจ้งวิธีเตรียมตัวเป็นรายบุคคล

แพทย์ประจำศูนย์