กินอิ่ม อ้วน ตอนไหนควรเช็กอาการโรคหัวใจ ค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือด
ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ การบอกว่า ไม่มีเวลา เป็นข้ออ้างที่ทำให้ใครหลายคนละเลยการออกกำลังกาย แต่ในขณะเดียวกันภัยเงียบอย่างโรคหัวใจขาดเลือดก็กำลังคุกคามสุขภาพของคนวัยทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามการดูแลหัวใจให้แข็งแรงไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในยิมเสมอไป การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ และเลือกวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมและทำสม่ำเสมอ ก็เพียงพอที่จะช่วยสามารถสร้างความแตกต่างต่อสุขภาพหัวใจได้อย่างไม่น่าเชื่อและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
หัวใจขาดเลือดคืออะไร? รู้จักศัตรูเงียบของร่างกาย
โรคหัวใจขาดเลือด คือ ภาวะที่หลอดเลือดแดงซึ่งทำหน้าที่ส่งเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เกิดการตีบแคบหรืออุดตัน สาเหตุหลักเกิดจากภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรือการมีคราบไขมัน ไปเกาะสะสมตามผนังหลอดเลือด เมื่อหลอดเลือดตีบแคบลง จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้หัวใจทำงานผิดปกติและหากหลอดเลือดอุดตันโดยสมบูรณ์ จะทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเป็นอันตรายถึงชีวิต

หัวใจขาดเลือดสัญญาณเตือนที่ควรระวัง
การรู้จักสัญญาณเตือนของโรคหัวใจขาดเลือด ช่วยให้คุณสามารถรับมือและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยสัญญาณที่คุณควรสังเกตดังนี้
อาการเจ็บแน่นหน้าอก
เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มีลักษณะเหมือนมีอะไรหนัก ๆ มาบีบรัด กดทับหรือจุกแน่นบริเวณกลางหน้าอก
อาการเจ็บร้าวไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ความเจ็บปวดอาจร้าวไปยังบริเวณไหล่ แขนโดยเฉพาะแขนซ้าย คอ กรามหรือหลังได้
อาการเหนื่อยง่ายและหายใจลำบาก
รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติอย่างไม่มีสาเหตุ หายใจสั้นหรืออาจมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ร่วมด้วย
3 วิธีออกกำลังกายง่ายๆ สำหรับคนไม่มีเวลา เพื่อหัวใจที่แข็งแรง
เพื่อหัวใจที่แข็งแรงและห่างไกลจากภาวะหัวใจขาดเลือด การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องยุ่งยากและใช้เวลานานเสมอไป แม้คุณจะมีเวลาน้อย ก็สามารถดูแลหัวใจได้ง่าย ๆ ด้วย 3 วิธี ดังต่อไปนี้
1.การเดินเร็ว
การเดินเร็ว เป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางที่ง่ายและปลอดภัยที่สุด ตั้งเป้าหมายเดินให้ได้ 30 นาทีต่อวัน
2.การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio)
คุณสามารถทำคาร์ดิโอง่าย ๆ ที่บ้านได้ เช่น การเต้นแอโรบิกตามคลิป กระโดดตบ การเดินขึ้นหรือลงบันได เพียง 15-20 นาทีก็ช่วยให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้
3.กิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่ต้องเข้ายิม
เปลี่ยนกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้เป็นการออกกำลังกาย เช่น เลือกใช้บันไดแทนลิฟต์ จอดรถให้ไกลขึ้นเพื่อเพิ่มระยะการเดินหรือการทำงานบ้าน

ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย
เพื่อให้การออกกำลังกายเกิดประโยชน์และปลอดภัย ควรปฏิบัติตามข้อควรระวังต่าง ๆ ดังนี้
ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูงหรือเคยมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
เริ่มจากเบาไปหนัก
ควรเริ่มต้นการออกกำลังกายด้วยความเข้มข้นหรือความหนักจากเบา ๆ ก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาและความเข้มข้นขึ้นอย่างช้าๆ
การวอร์มอัพและคูลดาวน์
ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อประมาณ 5-10 นาทีก่อนและหลังออกกำลังกายเสมอ เพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บและทำให้หัวใจปรับตัวได้ดีขึ้น
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ดื่มน้ำก่อน ระหว่างและหลังออกกำลังกาย เพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกายและป้องกันภาวะขาดน้ำระหว่างการออกกำลังกาย
ฟังเสียงร่างกาย
สิ่งสำคัญ คือ การสังเกตความผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เวียนศีรษะรุนแรง หรือหายใจไม่ทัน ให้หยุดออกกำลังกายทันที หรือหากมีอาการน่าสงสัยหรือต้องการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดอย่างละเอียด การเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ ที่ศูนย์โรคหัวใจโรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย พร้อมให้การดูแลและวางแผนป้องกันสุขภาพหัวใจของคุณอย่างเหมาะสม
https://www.heart.org/en/health-topics/heart-attack/about-heart-attacks/silent-ischemia-and-ischemic-heart-disease
https://www.heart.org/en/healthy-living/fitness/walking/why-is-walking-the-most-popular-form-of-exercise
https://www.heart.org/en/health-topics/heart-attack/warning-signs-of-a-heart-attack
https://www.cdc.gov/physical-activity-basics/adding-adults/?CDC_AAref_Val=
https://www.cdc.gov/physicalactivity/basics/adding-pa/index.htm
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cardiovascular-diseases-(cvds)










