ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา
ปวดท้องบ่อย ท้องอืดเรื้อรัง… อย่าปล่อยให้สัญญาณเตือนกลายเป็นโรคร้าย !!!
โรคในระบบทางเดินอาหาร ตับ และทางเดินน้ำดี เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันหลายคนมักมองข้ามและคิดว่าเป็นเพียงอาการอาหารไม่ย่อยหรือปวดท้องธรรมดา แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคร้ายแรงหากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้
ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี (Gastrointestinal & Liver Center) หรือ ศูนย์โรคปวดท้อง (Abdominal Pain Center) โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา
พร้อมให้บริการดูแลรักษาโรคทางเดินอาหารแบบครบวงจร โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพผู้มีประสบการณ์ด้วยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ทันสมัย
เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่การค้นหาสาเหตุการวางแผนรักษา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
อาการแบบไหนที่ควรปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินอาหาร ?
อาการผิดปกติเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบทางเดินอาหาร ตับ หรือทางเดินน้ำดีของคุณกำลังมีปัญหา
- อาการเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้
- ปวดท้องเรื้อรัง
- ท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย
- แสบร้อนกลางอก
- คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย
- ท้องเสียเรื้อรัง
- ท้องผูกผิดปกติ
- ถ่ายเป็นเลือด หรืออุจจาระสีดำ
- อาการที่เกี่ยวข้องกับตับและทางเดินน้ำดี
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
- อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ปวดชายโครงขวา
- ท้องโต ขาบวม
- สัญญาณเตือนโรคร้ายหรือโรคมะเร็ง
- ถ่ายดำหรือถ่ายเป็นเลือด
- น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ
- กลืนลำบาก
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งทางเดินอาหาร
หากมีอาการดังกล่าว ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อค้นหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
แม่นยำ ตรงจุด ด้วยเทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยระดับสากล
- Gastroscopy (ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น)
ตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นเพื่อค้นหาแผล เลือดออก ก้อนเนื้อ หรือมะเร็ง
- Colonoscopy และ Flexible Sigmoidoscopy
ตรวจลำไส้ใหญ่และลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเพื่อค้นหาติ่งเนื้อ มะเร็งลำไส้ และภาวะลำไส้อักเสบ
- Capsule Endoscopy
การกลืนกล้องแคปซูลเพื่อตรวจลำไส้เล็กในตำแหน่งที่กล้องทั่วไปเข้าถึงได้ยาก
- Computed Tomography Colonoscopy
ตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบ 3 มิติ
- Double Contrast Barium Enema
ตรวจประเมินโครงสร้างและความผิดปกติของลำไส้ใหญ่
- 24-Hour pH Monitoring
ตรวจวัดกรดไหลย้อนตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการกรดไหลย้อนเรื้อรัง
- Fibroscan
ตรวจประเมินภาวะตับแข็งและไขมันพอกตับด้วยคลื่นเสียงสะท้อนคล้ายการอัลตราซาวนด์
- ERCP (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography)
ส่องกล้องตรวจและรักษาความผิดปกติของทางเดินน้ำดีและตับอ่อน เช่น นิ่วอุดตันท่อน้ำดี
เครื่องมือและวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
- การรักษาด้วยยาและการปรับพฤติกรรม
สำหรับโรคแผลในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน ลำไส้อักเสบ และโรคตับ
- การรักษาด้วยการส่องกล้อง (Endoscopic Treatment)
เช่น การห้ามเลือดในทางเดินอาหาร และการตัดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ช่วยลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่
- ERCP เพื่อการรักษา
รักษานิ่วในท่อน้ำดี หรือภาวะอุดตันของทางเดินน้ำดีโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
ทำไมต้องเลือกศูนย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา ?
- ✅ ดูแลครบวงจรทุกโรคระบบทางเดินอาหาร ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี
ตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การวินิจฉัย การรักษา และการติดตามผล
- ✅ ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับ
มีประสบการณ์ดูแลทั้งโรคทั่วไปและโรคซับซ้อน
- ✅ เทคโนโลยีส่องกล้องและการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย
เพิ่มความแม่นยำ ลดความเสี่ยง และช่วยวางแผนการรักษาได้ตรงจุด
- ✅ ดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ
แพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ และทีมผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
ร่วมดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม
- ✅ การรักษาเฉพาะบุคคล
วางแผนการรักษาตามสาเหตุและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
Q&A คำถามที่พบบ่อย
ปวดท้องบ่อย จำเป็นต้องพบแพทย์หรือไม่?
หากปวดท้องเป็นประจำต่อเนื่อง หรือมีอาการร่วม เช่น น้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือดหรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
ไขมันพอกตับอันตรายหรือไม่?
หากปล่อยไว้นาน อาจพัฒนาเป็นตับอักเสบ ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งตับได้
กรดไหลย้อนจำเป็นต้องรักษาหรือไม่?
หากมีอาการเรื้อรัง ควรรับการประเมินจากแพทย์เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อหลอดอาหารในระยะยาว
ใครควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่?
ผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ผู้ที่เคยพบติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หรือเคยได้รับการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนตรวจคัดกรอง
การส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้เจ็บหรือไม่?
ปัจจุบันสามารถใช้ยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึกภายใต้การดูแลของแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายมากขึ้นขณะตรวจ
การตรวจไฟโบรสแกน (Fibroscan) เจ็บไหม ใครบ้างที่ควรตรวจ?
การตรวจ Fibroscan ไม่เจ็บ ใช้คลื่นเสียงสะท้อนคล้ายการทำอัลตราซาวนด์ ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีและทราบผลได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่มีความเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับหรือตับแข็ง
🎬 ปวดท้องบ่อย ๆ ไม่ปกติ เช็กสัญญาณเตือนและอวัยวะที่ต้องระวัง

คลิกที่นี่เพื่อรับชมวิดีโอแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา