โปรแกรมออกกำลังกาย Muscle Building Program 10 ครั้ง
สร้างกล้ามเนื้ออย่างมั่นใจ พร้อมติดตามการตอบสนองหัวใจและร่างกายอย่างใกล้ชิด
Pre-Assessment ประเมินร่างกายก่อนเริ่มโปรแกรม
- วัดความดันโลหิต อัตราการเต้นหัวใจ
- วิเคราะห์มวลกล้ามเนื้อและไขมันด้วย BMD Whole Body
Personalized Program ออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล
นักฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด (Exercise Specialist) จะออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายที่เน้นการสร้างกล้ามเนื้อ (Resistance Training) โดยปรับแรงต้านให้เหมาะสมกับสมรรถภาพหัวใจของคุณ
Close Monitoring การดูแลอย่างใกล้ชิด
ในขณะออกกำลังกาย โดยนักฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอด
ประโยชน์ของการทำ Muscle Building
1. Safety First
มั่นใจได้ว่าการออกกำลังแบบใช้แรงต้านจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการตอบสนองทางสรีระทางกาย เช่น ความดันโลหิตหรือจังหวะการเต้นของหัวใจ
2. Professional Guidance
มีผู้เชี่ยวชาญคอยจัดท่าทาง (Form) ให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของข้อต่อและกล้ามเนื้อ
3. Efficiency
การสร้างกล้ามเนื้อจะช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ (Metabolism) ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก มวลกล้ามเนื้อและสุขภาพในระยะยาว
หากคุณมีเป้าหมายเฉพาะ เช่น อยากเน้นกล้ามเนื้อส่วนไหนเป็นพิเศษ หรือกังวลเรื่องการบริหารท่าทางที่ถูกต้อง สามารถแจ้งนักฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและปอดประจำศูนย์ได้เลย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดที่สุด
ที่ ศูนย์ Cardiopulmonary Rehabilitation เราเน้นไปที่การสร้างความแข็งแรงอย่างปลอดภัย ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มต่อไปนี้
1. ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบจากโรคเรื้อรัง (Sarcopenia)
ผู้ป่วยที่พักฟื้นจากการผ่าตัดหรือนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน มักจะมีมวลกล้ามเนื้อลดลงอย่างรวดเร็ว การเข้าโปรแกรมนี้จะช่วยฟื้นฟูพละกำลังให้กลับมาเพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ
2. ผู้ป่วยกลุ่ม Metabolic Syndrome
ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง เนื่องจากการสร้างกล้ามเนื้อช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น
3. ผู้สูงอายุที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการหกล้ม
การฝึก Muscle Building ในศูนย์เฉพาะทางจะเน้นความมั่นคงของร่างกาย (Stability) และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางและขา ซึ่งสำคัญมากในการทรงตัวและป้องกันอุบัติเหตุในผู้สูงวัย
4. ผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ
สำหรับบางคนที่อาจจะไม่สามารถเดินบนสายพานหรือปั่นจักรยานได้นานๆ เนื่องจากความล้าของกล้ามเนื้อ การฝึกแรงต้าน (Resistance Training) จะช่วยเสริมความแข็งแรงและทำให้กล้ามเนื้อมีความคงทนมากขึ้น การฝึกจะอยู่ภายใต้การคุมอย่างใกล้ชิดและจะติดตามการตอบสนองทางสรีระทางกายเพื่อปรับกิจกรรมให้เหมาะสม
5. ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พ้นระยะเฉียบพลัน
หลังผ่าตัดทำบายพาส (CABG) หรือทำบอลลูนหัวใจ ที่ต้องการกลับมาออกกำลังกายแต่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย
ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) ที่อาการคงที่แล้ว ซึ่งการมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยให้การเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไปเวลาเคลื่อนไหว









