ชวนเช็กสัญญาณเตือน "โรคลิ้นหัวใจตีบ" โรคร้ายที่รักษาได้หากรู้ตัวทัน มาดูกันว่า โรคลิ้นหัวใจตีบคืออะไร มีอาการเป็นอย่างไร และสามารถรักษาได้ด้วยวิธีใดบ้าง
โรคลิ้นหัวใจตีบ
โรคลิ้นหัวใจตีบ ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่นำไปสู่โรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต ชวนมารู้จักกับสัญญาณเตือนของโรคลิ้นหัวใจตีบ เพื่อหาทางรับมือได้อย่างทันท่วงที
โรคลิ้นหัวใจตีบ คืออะไร?
โรคลิ้นหัวใจตีบ คือ ภาวะที่ลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติ ไม่สามารถเปิด-ปิดได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้เลือดไหลออกจากห้องหัวใจยากขึ้น จนไม่สามารถส่งไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายได้เพียงพอ อีกทั้งปริมาณเลือดและความดันที่สะสม จะไหลย้อนกลับไปสู่ห้องหัวใจและเลือด ทำให้หัวใจของเราต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม ซึ่งหากลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติเป็นเวลานาน ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะหัวใจวายได้ในที่สุด
อาการของโรคลิ้นหัวใจตีบ สัญญาณเตือนที่ต้องรู้ทัน
- ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม
- เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก นอนราบไม่ได้
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้เป็นแค่การทำกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวัน
- อ่อนล้าผิดปกติหลังจากออกกำลังกายหรือออกแรงหนัก
- ตัวบวม ขาบวม
โรคลิ้นหัวใจตีบ ถือเป็นโรคที่อันตราย หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ดังนั้น เราจึงต้องเฝ้าระวังสัญญาณเตือนของโรคลิ้นหัวใจตีบ ด้วยการหมั่นสังเกตอาการเหล่านี้ หากพบว่ามีความผิดปกติใด ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด
ปัจจัยเสี่ยงของโรคลิ้นหัวใจตีบ
- ผู้สูงอายุ
โรคลิ้นหัวใจตีบ เป็นโรคที่พบได้มากในผู้สูงอายุ เนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของลิ้นหัวใจที่เกิดขึ้นตามช่วงอายุ เพราะลิ้นหัวใจเป็นอวัยวะที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งคอยเปิด-ปิดเพื่อให้เลือดไหลผ่าน และต้องรับแรงดันที่เกิดขึ้นจากการไหลเวียนของเลือด ซึ่งเมื่อลิ้นหัวใจเริ่มเสื่อมสภาพ จะเกิดหินปูนขึ้นที่ลิ้นหัวใจ ส่งผลให้ลิ้นหัวใจหนาขึ้น และทำงานได้น้อยลง
- ผู้ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง
การป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือ โรคไขมันในเลือดสูง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งให้ลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพ จนทำให้เกิดโรคลิ้นหัวใจตีบได้อย่างรวดเร็ว แม้อายุยังน้อย
- ผู้ที่มีประวัติการติดเชื้อที่หัวใจ
นอกจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังแล้ว ผู้ที่มีประวัติเคยติดเชื้อที่หัวใจมาก่อน ก็อาจส่งผลให้ลิ้นหัวใจทำงานผิดปกติได้ เช่น เชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส กรุ๊ปเอ หรือ เชื้อโรคที่เกิดจากการอักเสบของฟัน
- ผู้ที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
ผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรคลิ้นหัวใจตีบได้เช่นเดียวกัน ซึ่งภาวะหัวใจผิดปกตินี้มักเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ผู้ป่วยจึงต้องหมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถรับมือได้ทัน หากเกิดความผิดปกติใด ๆ ขึ้นกับหัวใจ

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและการรักษา
โรคลิ้นหัวใจตีบ เป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหัวใจโดยตรง โดยขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคลิ้นหัวใจ มีอยู่ด้วยกันดังนี้
- แพทย์ทำการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น
- เอกซเรย์ทรวงอก เพื่อตรวจหาความผิดปกติ
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อตรวจการเต้นของหัวใจ
- ตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนเสียงความถี่สูง เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูภาพโครงสร้างของหัวใจ และขนาดของหลอดเลือด
เมื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดแล้ว แพทย์จะวางแผนการรักษาตามความรุนแรงของโรค หากผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง แพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และให้เข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามอาการ แต่ในกรณีที่พบว่าอาการรุนแรง แพทย์อาจประเมินให้มีการผ่าตัด ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธีดังนี้
- ผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ: ในกรณีที่ลิ้นหัวใจรั่วหรือฉีกขาด การผ่าตัดซ่อมแซมลิ้นหัวใจ ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ลิ้นหัวใจกลับมาทำงานตามปกติได้อีกครั้ง
- ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ: ในกรณีที่ลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพมากจนไม่สามารถซ่อมได้ แพทย์จะพิจารณาให้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม ซึ่งลิ้นหัวใจใหม่นี้สามารถอยู่ได้นาน 10-15 ปี หลังผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อมีอาการใจสั่น อย่ารีรอ เข้าปรึกษาได้ที่ ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา เราพร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและค้นหาอาการผิดปกติด้านหัวใจอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การตรวจวินิจฉัยภาวะโรคหัวใจ ตลอดจนการรักษาและการผ่าตัดภาวะโรคหัวใจ ไปจนถึงการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้หัวใจกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นัดหมายออนไลน์หรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ 02-793-5000










