สัญญาณเตือน “ไซนัสอักเสบ” แบบไหน…ถึงขั้นต้องผ่าตัด?

21 ก.ค. 2568 | เขียนโดย รพ.สินแพทย์ ลำลูกกา

สัญญาณเตือน “ไซนัสอักเสบ” แบบไหน…ถึงขั้นต้องผ่าตัด?

ไซนัสอักเสบ (Sinusitis) เป็นภาวะที่เยื่อบุโพรงจมูกและไซนัสเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดบริเวณใบหน้า และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา แต่ในบางกรณีที่อาการรุนแรงหรือเรื้อรัง การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่จำเป็น

 

ไซนัสอักเสบคืออะไร?

ไซนัส คือ โพรงอากาศที่อยู่รอบๆ โพรงจมูก มีทั้งหมด 4 คู่ ได้แก่ ไซนัสข้างจมูก (Maxillary sinuses), ไซนัสหน้าผาก (Frontal sinuses), ไซนัสระหว่างเบ้าตา (Ethmoid sinuses), และไซนัสบริเวณฐานกะโหลกศีรษะ (Sphenoid sinuses) โดยปกติแล้ว ไซนัสจะมีรูเปิดเล็กๆ เชื่อมต่อกับโพรงจมูก เพื่อระบายเมือกและอากาศออกไป แต่เมื่อเกิดการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกและไซนัส ทำให้รูระบายเมือกอุดตัน เกิดการคั่งของเมือกและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ทำให้เกิดอาการของไซนัสอักเสบขึ้น

 

ไซนัสอักเสบแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ:

  1. ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน (Acute Sinusitis): มีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นอยู่ไม่เกิน 4 สัปดาห์ มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
  2. ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (Chronic Sinusitis): มีอาการต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 สัปดาห์ หรือมีอาการกำเริบบ่อยๆ สาเหตุอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา โครงสร้างจมูกผิดปกติ ภูมิแพ้ หรือภาวะทางเดินหายใจอื่นๆ

 

สัญญาณและอาการของไซนัสอักเสบ

  • คัดจมูก แน่นจมูก: หายใจลำบากทางจมูก
  • น้ำมูกไหล: อาจมีสีใส ขาวขุ่น เหลือง หรือเขียวข้น
  • น้ำมูกไหลลงคอ (Post-nasal drip): ทำให้ระคายคอ ไอเรื้อรัง หรือเจ็บคอ
  • ปวดหรือแน่นบริเวณใบหน้า: มักปวดตามตำแหน่งของไซนัส เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก ระหว่างคิ้ว รอบดวงตา หรือขมับ
  • ปวดฟันด้านบน: โดยเฉพาะฟันกรามบน
  • การรับกลิ่นลดลงหรือไม่ได้กลิ่น
  • เจ็บคอ ไอ
  • มีไข้ อ่อนเพลีย
  • ปวดหู หรือหูอื้อ (จากผลกระทบของท่อยูสเตเชียน)

 

เมื่อไหร่ที่ “ไซนัสอักเสบ” อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด?

การรักษาไซนัสอักเสบจะเริ่มด้วยยา เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาลดบวม ยาแก้แพ้ สเตียรอยด์พ่นจมูก การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ แต่ในบางกรณีที่การรักษาด้วยยาไม่ได้ผล หรือมีภาวะแทรกซ้อน การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่จำเป็น โดยแพทย์จะพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้:

 

  1. ไซนัสอักเสบเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาอย่างเต็มที่ (Chronic Sinusitis Refractory to Medical Treatment):

    • มีอาการต่อเนื่องนานกว่า 12 สัปดาห์ แม้ได้รับการรักษาด้วยยาที่ถูกต้องและครบถ้วนแล้ว
    • มีอาการกำเริบบ่อยๆ และรบกวนคุณภาพชีวิตอย่างมาก
    • ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างภายในจมูกและไซนัสที่เป็นสาเหตุ (เช่น ผนังกั้นจมูกคด, ริดสีดวงจมูก, รูเปิดไซนัสตีบตัน) ซึ่งยาไม่สามารถแก้ไขได้
  2. มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง:

    • การติดเชื้อแพร่กระจาย: เชื้อโรคจากไซนัสลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง เช่น
      • เบ้าตา: ทำให้มีอาการบวมแดงที่ตา ปวดตา การมองเห็นผิดปกติ หรือตาโปน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจทำให้ตาบอดได้
      • สมอง: การติดเชื้อแพร่กระจายไปยังสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) ฝีในสมอง (Brain Abscess) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
    • การเกิดฝีในไซนัส หรือกระดูกรอบไซนัสอักเสบติดเชื้อ (Osteomyelitis)
  3. มีริดสีดวงจมูกขนาดใหญ่ (Nasal Polyps):

    • ริดสีดวงจมูกที่โตมากจนอุดกั้นโพรงจมูกหรือไซนัส ทำให้ยาเข้าไม่ถึง และมีอาการคัดจมูก รับกลิ่นไม่ได้อย่างรุนแรง
    • ริดสีดวงจมูกที่กลับมาเป็นซ้ำบ่อยๆ แม้จะรักษาด้วยยาแล้ว
  4. ไซนัสอักเสบจากเชื้อรา (Fungal Sinusitis):

    • บางชนิดของเชื้อราสามารถก่อให้เกิดก้อนเชื้อรา (Fungus Ball) หรือมีการติดเชื้อราที่ลุกลามทำลายเนื้อเยื่อ (Invasive Fungal Sinusitis) ซึ่งจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อนำเชื้อราออก
  5. สงสัยก้อนเนื้อผิดปกติ (Mass/Tumor):

    • หากตรวจพบก้อนเนื้อผิดปกติในไซนัส ที่อาจเป็นเนื้องอกหรือมะเร็ง แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเพื่อวินิจฉัยและรักษา

 

การผ่าตัดไซนัสอักเสบที่นิยมทำในปัจจุบันคือ การผ่าตัดไซนัสด้วยการส่องกล้อง (Endoscopic Sinus Surgery – ESS) ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก โดยแพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กและเครื่องมือพิเศษเข้าไปทางรูจมูกโดยตรง ไม่มีการเปิดแผลที่ภายนอกใบหน้า

 

วัตถุประสงค์ของการผ่าตัด ESS:

  • ขยายรูเปิดของไซนัสที่ตีบตัน เพื่อให้การระบายเมือกและอากาศดีขึ้น
  • นำเมือกที่คั่ง เชื้อรา หรือหนองออกจากไซนัส
  • ตัดริดสีดวงจมูก หรือเนื้อเยื่อที่อักเสบและเป็นสาเหตุของปัญหา
  • แก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างจมูก เช่น ผนังกั้นจมูกคด (หากเป็นสาเหตุสำคัญ)

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

SHARE
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ