ลูกนอนกรนบ่อย.. ไม่ใช่เรื่องปกติ! รู้จัก ‘ต่อมอะดีนอยด์โต’ สาเหตุเงียบที่ทำร้ายสุขภาพลูก

20 ส.ค. 2569 | เขียนโดย รพ.สินแพทย์ ลำลูกกา

ลูกนอนกรนบ่อย.. ไม่ใช่เรื่องปกติ!

รู้จัก ‘ต่อมอะดีนอยด์โต’ สาเหตุเงียบที่ทำร้ายสุขภาพลูก

พ่อแม่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการที่ลูกน้อย “นอนกรนเสียงดัง” แปลว่าหลับสนิท แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการนอนกรนในเด็กอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะโรค “ต่อมอะดีนอยด์โต” (Adenoid Hypertrophy) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กหายใจลำบากขณะหลับ

 

ต่อมอะดีนอยด์คืออะไร?

ต่อมอะดีนอยด์ (Adenoids) คือต่อมน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณส่วนหลังของโพรงจมูก มีหน้าที่สำคัญในการดักจับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจ โดยปกติจะมีขนาดใหญ่ในช่วงอายุ 3-5 ปี และจะค่อยๆ เล็กลงเมื่อเด็กโตขึ้น

ทำไมต่อมอะดีนอยด์ถึงโต?

สาเหตุหลักเกิดจากการที่ต่อมทำงานหนักเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อบ่อยๆ เช่น หวัดเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ หรือในเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ ซึ่งจะส่งผลให้ต่อมเกิดการอักเสบ และขยายขนาดจนไปอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนหลังจมูก

 

สัญญาณเตือนว่าลูกอาจมีภาวะต่อมอะดีนอยด์โต

  1. นอนกรนเสียงดัง: หายใจมีเสียงครืดคราดขณะหลับ
  2. หายใจทางปาก: เนื่องจากโพรงจมูกถูกอุดกั้น ทำให้เด็กต้องอ้าปากหายใจแทนทั้งตอนหลับ และตอนตื่น
  3. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea): มีจังหวะที่หายใจสะดุด หรือสำลักขณะหลับ
  4. พูดเสียงขึ้นจมูก: เสียงจะดูอู้อี้เหมือนคนเป็นหวัดตลอดเวลา
  5. ป่วยบ่อย: เป็นหวัด ไซนัส หรือหูชั้นกลางอักเสบบ่อยครั้ง

 

ผลกระทบที่น่ากลัวหากปล่อยไว้อาจส่งผลเสียในระยะยาว

  • พัฒนาการล่าช้า: การนอนคุณภาพต่ำทำให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ได้น้อยลง ส่งผลต่อความสูงและพัฒนาการ
  • เสียสมาธิ: เด็กจะง่วงนอนตอนกลางวัน หงุดหงิดง่าย ส่งผลต่อการเรียนรู้
  • ใบหน้าเปลี่ยนรูป (Adenoid Facies): การหายใจทางปากนานๆ จะทำให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนไป เช่น ฟันเหยิน เพดานปากสูง และรูปหน้ายาวขึ้น

 

ปรึกษา หรือพบกุมารแพทย์เฉพาะทาง

ศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจเด็ก

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

 

SHARE
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ