โรคตาบอดสี เป็นอย่างไร ? วิธีสังเกตตาบอดสีในเด็ก

13 ม.ค. 2569 | เขียนโดย โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์

ภาวะตาบอดสี ( Color blindness ) หรือ ภาวะเห็นสีบกพร่อง ( Color vision deficiency )



ตาบอดสี หรือ Color blindness เป็นภาวะที่ดวงตาไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของสีบางสีได้ หรือรับรู้สีผิดไปจากความเป็นจริง โดยเป็นมักเป็นมาแต่กำเนิดและพบบ่อยในเพศชาย แม้ส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษาหาย แต่ด้วยความเข้าใจและการดูแลอย่างถูกต้องจะทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพไม่ต่างจากผู้อื่น

 

ภาวะตาบอดสีเกิดจากอะไร ?

ภาวะตาบอดสี เกิดจากความบกพร่องของเซลล์รับแสงรูปกรวยในจอประสาทตา ซึ่งทำหน้าที่ในการรับรู้และแยกแยะสีต่าง ๆ โดยปกติเซลล์รูปกรวยจะมี 3 ชนิด เพื่อรับสีหลัก คือ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน โดยความบกพร่องอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้

สาเหตุทางพันธุกรรม

  • เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด ( มากกว่า 99% ) โดยเฉพาะภาวะตาบอดสีแดงและสีเขียว
  • ยีนที่ผิดปกติอยู่บนโครโมโซม X ถ่ายทอดแบบ X-linked recessive ทำให้ภาวะนี้พบในเพศชายบ่อยกว่าเพศหญิงอย่างชัดเจน โดยเพศชายมีโอกาสเกิดประมาณ 1 ใน 12 คน และเพศหญิงมีโอกาสเกิดประมาณ 1 ใน 200 คน
  • เพศหญิงมักเป็นพาหะ คือมียีนผิดปกติแต่ตัวเองอาจไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเพียงเล็กน้อย แต่สามารถถ่ายทอดยีนนี้ไปยังลูกหลานได้

สาเหตุที่เกิดขึ้นภายหลัง

  • โรคของจอประสาทตาหรือเส้นประสาทตา เช่น โรคต้อหิน โรคเบาหวานขึ้นจอตา โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
  • การบาดเจ็บที่ตาหรือสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลภาพ
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น Digoxin Chloroquine Ethambutol
  • ความเสื่อมของจอประสาตาตามอายุ

 

ภาวะตาบอดสีมีกี่ประเภท ?

1. ตาบอดสีแดง-เขียว ( Red-Green Color Blindness ) พบได้บ่อยสุด

  • Protanomaly มองเห็นสีแดงไม่สดใส มักดูจางคล้ำและกลืนกับสีเขียว
  • Protanopia ไม่เห็นสีแดงเลย
  • Deuteranomaly มองเห็นสีเขียวไม่สดใส จะพบมากสุด
  • Deuteranopia ไม่เห็นสีเขียวเลย

2. ตาบอดสีน้ำเงิน-เหลือง ( Blue-Yellow Color Blindness ) พบได้น้อย

  • Tritanomaly แยกสีน้ำเงินกับสีเขียว และสีเหลืองกับสีแดงได้ยาก
  • Tritanopia ไม่เห็นสีน้ำเงินและสีเหลือง

3. ตาบอดสีทั้งหมด ( Monochromacy ) พบได้น้อยมาก

  • มองเห็นโลกเป็นสีขาวดำและเฉดสีเทา มักมีปัญหาด้านการมองเห็นอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น สายตาสั้นมาก โดยเกิดจากโรคทางพันธุกรรมรุนแรง

 

สังเกตอย่างไรว่าเด็กมีภาวะตาบอดสี ?

การสังเกตตาบอดสีในเด็กทำได้ยาก เพราะว่าเด็กยังไม่สามารถสื่อสารเรื่องสีได้ชัดเจน ควรสังเกตอาการและพฤติกรรม ดังนี้

  • ไม่สามารถจดจำสี หรือแยกสีต่าง ๆ ได้แบบเด็กในวัยเดียวกัน
  • เรียกสีผิด เช่น บอกว่าสีแดงเป็นสีดำ
  • แยกของเล่นสีคล้ายกันไม่ได้
  • วาดรูประบายสีผิดจากความจริง เช่น ท้องฟ้าเป็นสีเขียว หรือต้นไม้เป็นสีเทา
  • มีปัญหาในการทำแบบฝึกหัดหรือการบ้านที่มีสีเป็นตัวชี้นำ
  • อ่านหนังสือยากขึ้นเมื่อใช้ข้อความสีใกล้เคียงกัน
  • สับสนงานที่ต้องใช้รหัสสี เช่น แผนที่
  • มองเห็นสีได้ดีในสภาพแสงสว่างจ้า แต่แยกสีได้ยากในแสงสลัว
  • รู้สึกหงุดหงิดเพราะถูกบอกว่าทำผิดสี ทั้งที่ตนแยกไม่ออก
  • เลือกสีชุดไม่เข้ากัน
  • หากโตขึ้นและเริ่มพบเห็นสัญญาณไฟจราจรหรือป้ายเตือน อาจเกิดความสับสน

 

การตรวจวินิจฉัยภาวะตาบอดสีทำอย่างไร ?

เด็กอายุ 4 – 6 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองภาวะตาบอดสี โดยเฉพาะหากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นตาบอดสี โดยจักษุแพทย์จะใช้แบบทดสอบมาตรฐาน ดังนี้

1. Ishihara Color Test หรือการใช้แผ่นภาพมีจุดสีให้เด็กบอกตัวเลขหรือเส้นทาง จะตรวจได้ดีสุดในภาวะตาบอดสีกลุ่มแดง-เขียว

2. Color Arrangement Test หรือการให้เรียงเม็ดสีตามลำดับเฉดสี ใช้ประเมินความรุนแรงและชนิดของตาบอดสี

3. การตรวจจอประสาทตา ตรวจการมองเห็น และการตรวจสแกนสมอง ในกรณีที่สงสัยสาเหตุที่เกิดภายหลังอื่น ๆ

 

การดูแลเด็กที่มีภาวะตาบอดสีทำอย่างไร ?

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาภาวะตาบอดสีจากพันธุกรรมให้หายขาดได้ แต่เราสามารถจัดการและช่วยให้เด็กปรับตัวใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • อธิบายให้เด็กและคนรอบข้างเข้าใจเกี่ยวกับภาวะนี้ เพื่อลดความกดดันและความเข้าใจผิด
  • ใช้เทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ช่วยปรับสีบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนให้แยกง่ายขึ้น
  • ใช้แว่นตาและเลนส์กรองแสงสีพิเศษ ช่วยเพิ่มความแตกต่างระหว่างสีที่เด็กแยกยากให้เห็นความแตกต่างชัดเจนมากขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้เห็นสีปกติ
  • ปรับสภาพแวดล้อมและสอนให้เด็กจดจำสิ่งต่าง ๆ ด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ใช่สี เช่น จดจำสัญญาณไฟจราจรด้วยตำแหน่งแทนการจำสี
  • แจ้งให้ครูทราบ เพื่อที่ครูจะได้ปรับวิธีการสอนและไม่ตำหนิเด็กหากใช้สีผิด
  • จัดแสงในห้องให้สว่างเพียงพอจะช่วยให้เด็กแยกสีได้ดีขึ้น
  • วางแผนการเรียนและการเลือกอาชีพในอนาคต เพราะมีบางสายงานห้ามผู้มีภาวะตาบอดสีเข้าทำงาน เช่น นักบิน ตำรวจ ทหาร นักเคมี หรือช่างเทคนิคไฟฟ้า เป็นต้น
  • สำหรับภาวะตาบอดสีที่เกิดขึ้นภายหลัง จะใช้วิธีรักษาที่ต้นเหตุ เช่น หยุดยาที่ทำให้การมองเห็นสีผิดปกติ รักษาโรคตาหรือโรคทางสมองที่เป็นสาเหตุ

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์

โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา

SHARE
ข้อเสนอดีๆที่แนะนำ