เบาหวานในเด็กและวัยรุ่น

>18 พ.ค. 2563 | เขียนโดย พญ. สิรินยา บุญธนาพิบูลย์ กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม

เบาหวานในเด็กและวัยรุ่นจำแนกเป็น 2 ชนิด คือ

  • เบาหวานชนิดที่ 1
  • เบาหวานชนิดที่ 2

 

เบาหวานชนิดที่ 1 พบในเด็กและวัยรุ่นได้บ่อยกว่า มีสาเหตุจากการที่ร่างกายมีสารภูมิคุ้มกันของตนเองไปทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน ทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ต้องฉีดอินซูลินไปตลอดชีวิต เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงปกติ และ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน

 

เบาหวานชนิดที่ 2 มักพบในเด็กอ้วน ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน  ถ้าเป็นเบาหวานชนิดนี้ การรักษาหลัก คือ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และ การใช้ยา ซึ่งมีทั้งยากิน เพื่อรักษาภาวะที่อินซูลินทำงานได้ไม่ดี ในบางรายที่เป็นรุนแรง อาจต้องฉีดยาอินซูลินร่วมด้วย

 

 

อาการของเด็กที่เป็นเบาหวาน…เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง

ปัสสาวะบ่อย

หิวน้ำบ่อย

น้ำหนักลด

อ่อนเพลีย

บางรายที่มีอาการรุนแรงจะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Diabetic ketoacidosis (DKA) ซึ่งผู้ป่วยจะมีเลือดเป็นกรดรุนแรง มีอาการซึมผิดปกติ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หายใจหอบลึก และคลื่นไส้อาเจียนได้

 

 

การรักษาเบาหวานในเด็ก

ประกอบด้วยการรักษาหลัก คือ การฉีดอินซูลิน ร่วมกับควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย

 

 

เป้าหมายการรักษา

ระดับน้ำตาลในเลือดA1Cหมายเหตุ*
ก่อนอาหาร

90 – 130 mg/dl

ก่อนนอน

90 – 150 mg/dl

<7.5%อาจพิจารณาให้ A1C <7.0% ในกรณีที่ทำได้โดยไม่เกิดภาวะน้ำตาลต่ำในเลือดบ่อย

 

 

วิธีการดูแลเมื่อเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงรุนแรง

เมื่อเจาะน้ำตาลได้ ค่า ≥  250 มิลลิกรัม%

  1. ให้ตรวจสาร ketone ในปัสสาวะ (หลังจุ่มแผ่นทดสอบในปัสสาวะให้รอสังเกตสี 1 นาที ค่อยอ่านผล)
  • หากตรวจได้สีชมพูเข้มหรือสีม่วง ให้รีบมาพบแพทย์
  • หากตรวจได้สีชมพูอ่อนให้ฉีดอินซูลินเพิ่มจากที่คำนวณได้อีก 1-2 ยูนิต ตามที่แพทย์แนะนำ และนอนพักเยอะๆ ร่วมกับตรวจปัสสาวะซ้ำจนกว่าจะไม่ตรวจพบสาร ketone
  • ถ้าไม่พบสาร ketone (ไม่เปลี่ยนสี) ให้ไปออกกำลังกาย เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อถึงเวลาฉีดยาให้ฉีดตามปกติที่คำนวณได้
  1. ให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ

 

อาการฉุกเฉินที่ต้องรีบมาพบแพทย์

หากผู้ป่วยมีอาการของเลือดเป็นกรดรุนแรง (Diabetic ketoacidosis) ได้แก่ อ่อนเพลีย ซึม คลื่นไส้ อาเจียน หายใจหอบลึก ปัสสาวะบ่อยและะหิวน้ำบ่อยผิดปกติ หรือตรวจปัสสาวะพบสาร ketone ตั้งแต่ 2+

 

อาการของเด็กที่เป็นเบาหวาน…เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ( 70 มิลลิกรัม%)

  • ใจสั่น
  • มือสั่น
  • หิวผิดปกติ
  • หน้ามืด เวียนหัว
  • เหงื่อแตก
  • ซึม ปลุกไม่ตื่น

ถ้าเป็นรุนแรงจะทำให้ชักได้

 

 

วิธีการแก้ไข ให้รับประทานสิ่งที่ช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลได้ทันที  เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  • น้ำหวาน 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำครึ่งแก้ว
  • ลูกอม 2 เม็ดใหญ่ หรือ4 เม็ดเล็ก (ควรหลีกเลี่ยงถ้าเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี เพราะอาจสำลักได้)
  • น้ำตาล น้ำผึ้ง นมข้นหวาน แยม 2-3 ช้อนชา
  • น้ำผลไม้ 1 กล่อง
  • น้ำอัดลม 2/3 กระป๋อง

 

หากผู้ป่วยหมดสติให้จับนอนตะแคงและสามารถใช้น้ำหวานหยอดที่กระพุ้งแก้ม และหลังจากรับประทาน 15 นาที ต้องเจาะน้ำตาลซ้ำหากยังน้อยกว่า70 มิลลิกรัม% ให้กินซ้ำแบบเดิม หากมากกว่า70 ให้ปฏิบัติดังนี้

  • กรณีที่ไม่ถึงเวลากินข้าวให้กินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น นม 1 กล่อง หรือ ขนมปัง1 แผ่น หรือแครกเกอร์ 4 ชิ้น
  • กรณีที่ถึงเวลามื้ออาหารให้ฉีดยาและกินข้าวตามปกติ

 

 

อุปกรณ์ และสิ่งที่ต้องเตรียมไปโรงเรียน สำหรับเด็กที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1

  1. อุปกรณ์ สำหรับการเจาะตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
  • เครื่องตรวจระดับน้ำตาล
  • แถบตรวจวัดระดับน้ำตาล
  • เข็มเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว
  • สำลีแอลกอฮอล์
  1. ปากกาฉีดยาอินซูลิน
  2. อาหารสำหรับแก้ไขน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น ลูกอม น้ำหวาน นมกล่อง แครกเกอร์รสจืด
  3. แถบตรวจสารคีโตน (Ketone) ในปัสสาวะ

 

กรณีฉุกเฉินสำหรับเด็กที่เป็นเบาหวาน

  • อาการของ DKA (เลือดเป็นกรดรุนแรง) มีอาการ ดังนี้
  • ไม่รู้สึกตัว
  • หายใจหอบลึก
  • สับสน
  • คลื่นไส้อาเจียน รุนแรง
  • อาการน้ำตาลต่ำรุนแรง
  • ซึม ปลุกไม่ตืน
  • ชัก

 

ติดต่อ   ศูนย์เบาหวาน และต่อมไร้ท่อในเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์     โทร 027935099 ต่อ 7010 หรือ 7011

 

พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ (คลิก link เพื่อนัดพบแพทย์เฉพาะทาง)

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์  

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ 

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์

SHARE