การตรวจหาเชื้อก่อโรคแบบรวดเร็ว (Rapid Test)

4 มี.ค. 2563 | เขียนโดย รพ. เด็กแสนแพทย์ รามอินทรา

ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างมาก มีการพัฒนาทั้งเทคนิคการตรวจรักษา การผ่าตัด เครื่องมือทางการแพทย์และการหาสาเหตุของโรคแบบต่างๆมากมาย เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและรักษาโรคให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่เป็นอันตราย ลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งลดอัตราการเสียชีวิต

 

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เรียกง่ายๆว่า ตรวจทางห้องแลป คือการเอาเลือด น้ำมูก ปัสสาวะ น้ำลาย อุจจาระหรือสารคัดหลั่งต่างๆในร่างกายไปตรวจหาเชื้อโรคที่ทำให้เจ็บป่วย ถ้าแพทย์ทราบเชื้อก่อโรคเร็วก็จะสามารถรักษาได้ถูกต้องและเร็วขึ้น ผู้ป่วยก็จะหายป่วยเร็วขึ้น  ระยะเวลาในการนอนรักษาในโรงพยาบาลลดลง

 

การตรวจแบบรวดเร็ว หรือ Rapid test เป็นการตรวจที่สามารถทำได้ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก รวมทั้งผู้ป่วยในที่นอนรักษาในโรงพยาบาลก็ตรวจได้เช่นกัน  ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไร สามารถตรวจได้เลย และสามารถทราบผลได้เร็วภายใน  30 นาที – 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ  โดยส่วนใหญ่ การตรวจแบบรวดเร็วนี้จะมีความไวในการตรวจพบเชื้อประมาณ 84-100% ความน่าเชื่อถือจำเพาะต่อเชื้ออยู่ที่ 90-100 %   จึงยังมีโอกาสผิดพลาดได้บ้าง

 

ในกรณีที่ตรวจไม่พบเชื้อที่ต้องสงสัยว่าเป็นสาเหตุของโรคโดยวิธี Rapid test   แพทย์อาจจำเป็นที่ต้องตรวจละเอียดขึ้น โดยเป็นการตรวจที่เป็นระดับมาตรฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเป็นวัน กว่าผลการตรวจจะออก ซึ่งอาจล่าช้าเกินไป   การตรวจแบบรวดเร็วจึงเป็นเครื่องมือของแพทย์ที่ช่วยให้การรักษาทำได้เร็วยิ่งขึ้น

 

การตรวจแบบรวดเร็ว มักจะมีเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่และมีมาตรฐานที่ดี   ดังนั้นการตรวจแบบนี้ อาจไม่สามารถตรวจได้ที่สถานพยาบาลเล็กๆ

 

การตรวจแบบรวดเร็วที่แพทย์ใช้บ่อยๆ มีหลายอย่างด้วยกัน  เช่น

  1. ไข้เลือดออก : ใช้เลือดตรวจ มีทั้งการตรวจหาตัวเชื้อโรคและการตรวจภูมิคุ้มกัน( Dengue NS1, Dengue IgG,  IgM )
  2. มือ เท้า ปาก: ใช้เลือดตรวจ Enterovirus 71 IgM
  3. ไข้หวัดใหญ่ ทั้งสายพันธุ์ A และ B: ตรวจโดยการป้ายน้ำมูกในโพรงจมูก
  4. RSV , Adenovirus, hMPV ที่ก่อให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบและปอดอักเสบโดยป้ายจากน้ำมูกในโพรงจมูก
  5. ไข้อีดำอีแดง: Strep A rapid test ตรวจโดยป้ายจากเมือกที่ผนังลำคอ
  6. ตรวจอุจจาระหาเชื้อโรค เช่น โรต้าไวรัส, โนโรไวรัส, เชื้อบิด, พยาธิ
  7. Mycloplasma : เชื้อแบคที่เรียที่ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ โดยป้ายจากเมือกที่ผนังลำคอ ( Mycloplasma  Ag) หรือ ใช้เลือดตรวจ Mycloplasma  IgM
  8. โรคฉี่หนู: ใช้เลือดตรวจ Leptospira IgG, IgM
  9. ภาวะพร่องเอนไซม์ G-6-PD ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดโดยใช้เลือดตรวจ
  10. ไข้ป่า: โดยใช้เลือดตรวจ Malaria Ag

 

การตรวจที่กล่าวมานั้นมีหลายวิธีที่ใช้ตรวจ บางอันตรวจจากเลือด บางอันตรวจจากอุจจาระ ทางระบบทางเดินหายใจมักตรวจจากการป้ายน้ำมูกในโพรงจมูก ป้ายเมือกจากผนังลำคอ โดยจะใช้แบบไหนนั้น แพทย์จะพิจารณาจากทั้งประวัติ การตรวจร่างกายและระยะเวลาที่เป็นโรค เพื่อเลือกวิธีการตรวจที่เหมาะสมและให้ได้ผลที่น่าเชื่อถือที่สุด

SHARE