ศูนย์สูตินรีเวช (มารดาและทารกในครรภ์) โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์
“ดูแลสองชีวิตด้วยหัวใจเดียว ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนถึงวันคลอดและหลังคลอด”
การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่งดงามแต่ก็เต็มไปด้วยความกังวลใจ โดยเฉพาะเมื่อพบว่าการตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูง หรือตรวจพบความผิดปกติของทารกในครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นภาวะทารกบวมน้ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม คุณแม่หลายท่านต้องเผชิญกับความเครียดและความไม่แน่ใจว่าจะดูแลตนเองและลูกน้อยในครรภ์อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด การได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยง วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที และนำไปสู่การคลอดที่ปลอดภัยทั้งมารดาและทารก
ศูนย์สูตินรีเวช (มารดาและทารกในครรภ์) โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ พร้อมดูแลสุขภาพสตรีทุกวัยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนก่อนตั้งครรภ์ การฝากครรภ์ ไปจนถึงการดูแลหลังคลอด ด้วยทีมสูติ-นรีแพทย์ กุมารแพทย์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (Maternal-Fetal Medicine) ทำงานร่วมกับพยาบาลวิชาชีพศูนย์แม่และเด็กอย่างใกล้ชิด พร้อมเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย เพื่อให้คุณแม่และลูกน้อยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย แม่นยำ และอบอุ่นในทุกขั้นตอน
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ศูนย์สูตินรีเวช (มารดาและทารกในครรภ์) ?
- คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง: ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ หรือมีประวัติแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด ตั้งครรภ์แฝด หรืออายุมากกว่า 35 ปี
- คุณแม่ที่ตรวจพบความผิดปกติของทารกในครรภ์: เช่น ผลอัลตราซาวนด์พบความผิดปกติของอวัยวะ ทารกบวมน้ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ
- คุณแม่ที่ต้องการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรม: เช่น ผู้ที่มีผลตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมมีความเสี่ยงสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรม
- ผู้หญิงที่วางแผนมีบุตรหรือต้องการดูแลสุขภาพสตรี: ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ หรือมีปัญหาทางนรีเวช เช่น ประจำเดือนผิดปกติ หรือเนื้องอกในมดลูก
การได้รับการวินิจฉัยและประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางด้านมารดาและทารกในครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งคุณแม่และลูกน้อย
ขั้นตอนและการให้บริการของ ศูนย์สูตินรีเวช (มารดาและทารกในครรภ์)
- ซักประวัติสุขภาพโดยละเอียด ทั้งประวัติการตั้งครรภ์ โรคประจำตัว และประวัติครอบครัว
- ตรวจร่างกายและตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อประเมินสุขภาพและพัฒนาการของทารกในครรภ์
- ตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมและโครงสร้างของทารกในครรภ์
- วางแผนการดูแลเฉพาะรายร่วมกับทีมแพทย์สหสาขา กรณีพบความเสี่ยงหรือความผิดปกติ
- ดำเนินการตรวจวินิจฉัยเชิงลึกหรือหัตถการเฉพาะทาง เช่น การเจาะน้ำคร่ำ การเจาะชิ้นเนื้อรก หรือการเจาะเลือดสายสะดือทารก
- ดูแลและรักษาทารกในครรภ์ที่มีภาวะผิดปกติ พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจนถึงกำหนดคลอด
- ดูแลการทำคลอดและติดตามฟื้นฟูสุขภาพมารดาและทารกหลังคลอดอย่างต่อเนื่อง
ทำไมต้องเลือก ศูนย์สูตินรีเวช (มารดาและทารกในครรภ์) โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ ?
- ✓ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง: ทีมสูติ-นรีแพทย์ กุมารแพทย์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ที่มีประสบการณ์ดูแลการตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะ
- ✓ เทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยทันสมัย: เครื่องอัลตราซาวนด์ความละเอียดสูงสำหรับประเมินสุขภาพและคัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์อย่างแม่นยำ
- ✓ การดูแลครบวงจรแบบ One-Stop Service: ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ คลอด จนถึงหลังคลอด โดยทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพศูนย์แม่และเด็กที่ดูแลอย่างใกล้ชิด
- ✓ มุ่งเน้นความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต: วางแผนการรักษาเฉพาะรายเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับทั้งมารดาและทารก พร้อมให้คำปรึกษาด้วยความเข้าใจและเป็นกันเอง
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: การตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อหาความพิการของทารกในครรภ์ ควรตรวจช่วงอายุครรภ์เท่าไร?
A: โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อประเมินโครงสร้างอวัยวะของทารกในช่วงอายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถเห็นรายละเอียดของอวัยวะต่างๆ ได้ชัดเจนที่สุด แต่แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละราย
Q: การเจาะน้ำคร่ำมีความเสี่ยงหรือไม่?
A: การเจาะน้ำคร่ำเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายใต้การนำทางด้วยอัลตราซาวนด์ แม้จะมีความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น การแท้งบุตร แต่พบได้น้อยมาก แพทย์จะพิจารณาและให้คำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำหัตถการทุกครั้ง
Q: หากตรวจพบว่าทารกในครรภ์มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ สามารถรักษาได้หรือไม่?
A: ได้ ปัจจุบันทีมแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์สามารถวินิจฉัยและให้การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาได้ โดยอาจให้ยาผ่านทางมารดาหรือวิธีการรักษาที่เหมาะสม พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอดการตั้งครรภ์
Q: คุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงควรฝากครรภ์ที่ศูนย์เฉพาะทางหรือไม่?
A: แนะนำอย่างยิ่ง เนื่องจากคุณแม่กลุ่มนี้ต้องการการติดตามอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อมารดาและทารกในครรภ์
Q: หลังคลอดบุตรที่มีภาวะผิดปกติ จำเป็นต้องติดตามอาการต่อเนื่องหรือไม่?
A: จำเป็น ทารกที่มีภาวะผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์จะได้รับการดูแลต่อเนื่องโดยทีมกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางหลังคลอด เพื่อติดตามพัฒนาการและให้การรักษาที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าทารกมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์