ศูนย์โรคหัวใจ
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

นึกถึงสุขภาพ นึกถึงสินแพทย์ เทพารักษ์

ศูนย์อายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์

“ดูแลหัวใจครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจวินิจฉัย รักษา จนถึงฟื้นฟู เพื่อกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด”


โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด ทั้งอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือหน้ามืดเป็นลม ซึ่งสร้างความกังวลให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัว หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่นๆ ควบคู่กับการรักษาที่ทันสมัยและปลอดภัย ตั้งแต่การใช้ยา การทำหัตถการผ่านสายสวนหัวใจ ไปจนถึงการผ่าตัดหัวใจเมื่อมีความจำเป็น จึงเป็นทางออกทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

ศูนย์อายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ ให้บริการตรวจรักษา วินิจฉัยความผิดปกติด้านหัวใจ การป้องกัน และการฟื้นฟูหัวใจ ตลอดจนให้คำปรึกษาทางเลือกสำหรับการรักษาโรคหัวใจที่ซับซ้อน โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญและทีมสหวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ซึ่งใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างทุ่มเท ควบคู่กับเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล ครอบคลุมทั้งห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและการผ่าตัดรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ด้วยเจตนารมณ์ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติให้เร็วที่สุดเป็นสำคัญ


ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ศูนย์อายุรกรรมโรคหัวใจ ?

  • ผู้ที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ: เช่น แน่นหรือเจ็บหน้าอกขณะออกแรงหรือเครียด เหนื่อยหอบง่ายกว่าปกติ หายใจไม่อิ่ม หรือมีอาการบวมที่เท้าและขา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • ผู้ที่มีอาการใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหน้ามืดเป็นลม: เช่น รู้สึกหัวใจเต้นเร็ว เต้นช้า หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ น้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องการติดตามการรักษา ฟื้นฟูหัวใจ หรือปรึกษาทางเลือกการรักษาที่ซับซ้อน: เช่น ผู้ที่แพทย์แนะนำให้พิจารณาการขยายหลอดเลือดหรือการผ่าตัดบายพาสหัวใจ รวมถึงผู้ที่ได้รับการรักษามาแล้วและต้องการดูแลต่อเนื่อง

การวินิจฉัยและประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและทันเวลา ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต


ขั้นตอนและการให้บริการของ ศูนย์อายุรกรรมโรคหัวใจ

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์ซักประวัติอาการ โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงอย่างละเอียด พร้อมตรวจร่างกายและประเมินสัญญาณชีพเบื้องต้น
  2. ตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นทางหัวใจ: แพทย์พิจารณาตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดอย่างแม่นยำ
  3. ตรวจวินิจฉัยเชิงลึกด้วยห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ: หากจำเป็น แพทย์อาจฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography) หรือตรวจการนำไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiology Study) เพื่อหาตำแหน่งและความรุนแรงของความผิดปกติ
  4. วางแผนการรักษาและให้คำปรึกษา: แพทย์อธิบายภาวะโรค ทางเลือกในการรักษาด้วยยา หัตถการผ่านสายสวน หรือการผ่าตัด รวมถึงข้อดีและความเสี่ยงของแต่ละวิธีอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวร่วมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
  5. หัตถการและการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ: เช่น การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดชั่วคราวหรือถาวร การใส่เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจชนิดอัตโนมัติ (AICD) การจี้กล้ามเนื้อหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Catheter Ablation) การใส่เครื่องพยุงหัวใจด้วยบอลลูน (IABP) และการผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจ (CABG) รวมถึงการผ่าตัดแบบไม่ต้องหยุดหัวใจ (OPCAB) ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
  6. ดูแลหลังหัตถการและหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด: ทีมแพทย์และพยาบาลเฝ้าระวังอาการและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างปลอดภัยและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วที่สุด
  7. ติดตามผลและฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ: ให้คำแนะนำด้านการรับประทานยา อาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลตนเอง พร้อมนัดติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

ทำไมต้องเลือก ศูนย์อายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ ?

  • ✓ ทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหวิชาชีพที่มีประสบการณ์: ดูแลผู้ป่วยอย่างทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมให้คำปรึกษาทางเลือกการรักษาโรคหัวใจที่ซับซ้อนด้วยความเชี่ยวชาญ
  • ✓ เครื่องมือและเทคโนโลยีมาตรฐานระดับสากล: ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization Laboratory) พร้อมรองรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา ตั้งแต่การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและขดลวด การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ไปจนถึงการจี้ไฟฟ้าหัวใจและการใส่เครื่องพยุงหัวใจ
  • ✓ การดูแลครบวงจรแบบ One-Stop Service: ครอบคลุมทั้งการตรวจวินิจฉัย การรักษาด้วยยาและหัตถการ การผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจ รวมถึงการป้องกันและการฟื้นฟูหัวใจ ในที่เดียว ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและไม่สะดุด
  • ✓ มุ่งเน้นความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย: ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในทุกขั้นตอน พร้อมทางเลือกการรักษาที่หลากหลาย เช่น การผ่าตัดบายพาสแบบไม่ต้องหยุดหัวใจ (OPCAB) เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วที่สุดและมีสุขภาพหัวใจที่ดีในระยะยาว

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์โรคหัวใจ?

A: หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบผิดปกติ ใจสั่น หน้ามืดเป็นลม หรือบวมที่เท้าและขา ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะหากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง ร้าวไปที่แขน กราม หรือหลัง ร่วมกับเหงื่อออก ใจสั่น หรือหายใจไม่ออก ควรรีบเข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินทันที

Q: การฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography) คืออะไร และน่ากลัวหรือไม่?

A: เป็นการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจด้วยการฉีดสีผ่านสายสวนขนาดเล็กเข้าสู่หลอดเลือดหัวใจ เพื่อดูตำแหน่งและความรุนแรงของการตีบหรืออุดตัน ซึ่งทำในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจโดยแพทย์เฉพาะทาง และทีมงานจะดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วยตลอดการตรวจ โดยทั่วไปผู้ป่วยจะได้รับยาชาเฉพาะที่ จึงไม่รู้สึกเจ็บมาก

Q: การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวดแตกต่างจากการผ่าตัดบายพาสอย่างไร?

A: การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและขดลวดเป็นหัตถการผ่านสายสวน ที่ช่วยเปิดหลอดเลือดหัวใจที่ตีบให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดทรวงอก ส่วนการผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจ (CABG) เป็นการนำหลอดเลือดมาต่อเป็นทางเบี่ยงเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีขึ้น มักพิจารณาในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดตีบหลายเส้นหรือมีความซับซ้อน ทั้งนี้ แพทย์จะประเมินจากผลการตรวจและความรุนแรงของโรคเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

Q: การผ่าตัดบายพาสแบบไม่ต้องหยุดหัวใจ (OPCAB) แตกต่างจากการผ่าตัดแบบใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียมอย่างไร?

A: OPCAB เป็นการผ่าตัดทำทางเบี่ยงเส้นเลือดหัวใจโดยที่หัวใจไม่ต้องหยุดเต้นและไม่ต้องใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียม จึงช่วยลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้เครื่องดังกล่าว และช่วยลดความเสี่ยงของการผ่าตัดในผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของวิธีผ่าตัดขึ้นอยู่กับสภาพหลอดเลือดและโรคประจำตัวของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งศัลยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำ

Q: หลังรักษาโรคหัวใจแล้ว ต้องฟื้นฟูและดูแลตนเองอย่างไร?

A: ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจ ลดอาหารเค็มและไขมันสูง ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ งดสูบบุหรี่ จัดการความเครียด และมาตรวจติดตามผลตามนัด ซึ่งการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นและลดความเสี่ยงของโรคกลับมาเป็นซ้ำ