แผนกจักษุ
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

นึกถึงสุขภาพ นึกถึงสินแพทย์ เทพารักษ์

เบอร์ติดต่อ
02-761-5999 ต่อ 2332,2333
ช่วงเวลาทำการ
เปิดบริการทุกวัน : 
08.00-21.00

ศูนย์กุมารเวชโรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์

“ดูแลสมองและระบบประสาทของลูกน้อย ด้วยความเชี่ยวชาญ ความอบอุ่น และความมั่นใจในทุกขั้นตอน”

พ่อแม่ทุกคนหวังให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการสมวัย แต่เมื่อลูกมีอาการชัก พัฒนาการล่าช้า ปวดศีรษะเรื้อรัง หรือมีความผิดปกติของระบบประสาทและสมอง ความกังวลและความไม่แน่ใจมักตามมาเสมอ การได้รับการประเมินที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาที่เหมาะสม และช่วยลดผลกระทบต่อการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาว

 

ศูนย์กุมารเวชโรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทางระบบประสาทและสมองในเด็กทุกช่วงวัย โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง ร่วมกับทีมบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ พร้อมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน ทั้งด้านการวินิจฉัย การรักษา และการผ่าตัด เรายึดมั่นในการดูแลเด็กและครอบครัวแบบองค์รวม เพื่อให้ทุกขั้นตอนการรักษาตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ศูนย์กุมารเวชโรคระบบประสาทและสมอง ?

  • เด็กที่มีอาการชักหรือชักกระตุก: เช่น ชักเกร็งกระตุก เหม่อลอยหรือจ้องนิ่งเป็นช่วงสั้นๆ หรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือถดถอย: เช่น ยังไม่คืบ คลาน เดิน หรือพูดไม่สมวัย รวมถึงการสูญเสียทักษะที่เคยทำได้
  • เด็กที่มีความผิดปกติของศีรษะหรือสมอง: เช่น ศีรษะโตหรือเล็กผิดปกติ กระหม่อมนูนตึงหรือยุบผิดปกติ หรือมีอาเจียนเรื้อรังร่วมด้วย
  • เด็กที่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติ: เช่น ปวดศีรษะบ่อยจนกระทบการเรียนหรือการนอน มีอาการชาหรืออ่อนแรงของแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือเดินเซผิดปกติ

อาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุได้หลายประการ การได้รับการวินิจฉัยและประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างถูกต้องคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลลูกอย่างปลอดภัยและตรงจุด

ขั้นตอนและการให้บริการของศูนย์กุมารเวชโรคระบบประสาทและสมอง

  1. ซักประวัติและประเมินอาการเบื้องต้น: แพทย์สอบถามประวัติการเจ็บป่วย พัฒนาการ ประวัติครอบครัว และลักษณะอาการอย่างละเอียด
  2. ตรวจร่างกายและประเมินระบบประสาท: แพทย์เฉพาะทางตรวจการทำงานของระบบประสาท การประสานงานของร่างกาย และพัฒนาการตามวัย
  3. ตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมตามความจำเป็น: เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง การตรวจภาพสมองด้วยเครื่องมือทางรังสีวิทยา และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  4. วางแผนการรักษาร่วมกับครอบครัว: แพทย์อธิบายผลการตรวจ ทางเลือกในการรักษา ข้อดีและความเสี่ยง เพื่อให้ผู้ปกครองตัดสินใจอย่างมั่นใจ
  5. การรักษาด้วยยาหรือหัตถการ/ผ่าตัด (หากจำเป็น): ดำเนินการโดยทีมแพทย์และบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการดูแลเด็ก ด้วยเทคโนโลยีช่วยการผ่าตัดที่ทันสมัย
  6. ติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง: นัดตรวจติดตามเพื่อประเมินการตอบสนองต่อการรักษาและปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมกับลูก
  7. ฟื้นฟูและดูแลต่อเนื่อง: ทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และนักจิตวิทยา ร่วมฟื้นฟูการเคลื่อนไหว การเรียนรู้ และพัฒนาการของเด็ก

ทำไมต้องเลือกศูนย์กุมารเวชโรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ ?

  • ✓ ทีมแพทย์ชำนาญการเฉพาะทาง: ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมองในเด็ก พร้อมทีมบุคลากรที่มีประสบการณ์
  • ✓ เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย: ครบถ้วนทั้งด้านการวินิจฉัย การรักษา และการผ่าตัด ได้มาตรฐานสากล
  • ✓ การดูแลครบวงจร One-Stop Service: ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย รักษา ผ่าตัด ไปจนถึงการฟื้นฟู ได้รับบริการในที่เดียวอย่างต่อเนื่อง
  • ✓ มุ่งเน้นผลลัพธ์และคุณภาพชีวิต: ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย พัฒนาการ และความสุขของเด็กและครอบครัวเป็นอันดับแรก

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: ลูกชักครั้งแรก ควรปฐมพยาบาลอย่างไร และเมื่อไรควรพบแพทย์ทันที?

A: ให้ตั้งสติ จับลูกนอนตะแคงเพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง ไม่ยัดของเข้าปาก ไม่กดหรือรั้งแขนขา และจับเวลาที่ชัก ควรรีบพบแพทย์ทันทีหากชักนานเกิน 5 นาที ชักซ้ำโดยไม่ฟื้นระหว่างชัก หายใจลำบาก หรือเป็นการชักครั้งแรกที่รุนแรง

Q: การผ่าตัดระบบประสาทในเด็กปลอดภัยหรือไม่?

A: การผ่าตัดในเด็กจะพิจารณาเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ชัดเจนเท่านั้น ก่อนตัดสินใจ แพทย์จะประเมินอย่างรอบด้าน อธิบายความเสี่ยงและประโยชน์ให้ผู้ปกครองทราบ และดำเนินการโดยทีมแพทย์และวิสัญญีแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการดูแลเด็ก

Q: ลูกพัฒนาการช้า ควรรอดูอาการก่อนหรือพบแพทย์เลย?

A: ควรพบแพทย์เร็วที่สุดเมื่อสังเกตว่าพัฒนาการไม่เป็นไปตามวัย เพราะช่วงปฐมวัยสมองมีการเปลี่ยนแปลงสูง การประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เริ่มกระตุ้นพัฒนาการได้ทันท่วงที ทั้งนี้ความล่าช้าไม่ได้หมายความว่าเด็กจะมีปัญหาเสมอไป แพทย์จะช่วยแยกแยะให้ชัดเจน

Q: หลังการรักษา ผู้ปกครองควรดูแลลูกอย่างไร?

A: ให้รับประทานยาตามแพทย์สั่งและไม่หยุดยาเอง จดบันทึกอาการหรือเหตุการณ์ผิดปกติไว้เพื่อนำมาปรึกษาแพทย์ ไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ส่งเสริมการนอนหลับที่เพียงพอ และพาลูกทำกายภาพหรือกิจกรรมฟื้นฟูตามคำแนะนำของทีมผู้เชี่ยวชาญ