ศูนย์กุมารเวชโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์
“ดูแลหัวใจดวงน้อยด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง วินิจฉัยแม่นยำ รักษาปลอดภัย เพื่อให้เติบโตอย่างแข็งแรงและมั่นใจ”
โรคหัวใจในเด็กอาจเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง บางรายแสดงอาการตั้งแต่แรกเกิด เช่น ตัวเขียว หายใจเร็ว เหนื่อยง่ายขณะดูดนม น้ำหนักขึ้นช้า หรือพบเสียงหัวใจผิดปกติจากการตรวจร่างกาย ซึ่งสร้างความกังวลใจให้พ่อแม่และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมตามช่วงวัย อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาว การประเมินโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางโรคหัวใจเด็ก ควบคู่กับการรักษาที่ได้มาตรฐานและเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงเป็นทางออกทางการแพทย์ที่ช่วยให้เด็กๆ มีหัวใจที่แข็งแรงขึ้นและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสดใสตามวัย
ศูนย์กุมารเวชโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง พร้อมให้บริการตรวจรักษาโรคหัวใจในเด็ก โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทาง ทีมบุคลากร ห้องผ่าตัด และเทคโนโลยีช่วยการผ่าตัดที่ทันสมัยได้มาตรฐาน ทั้งด้านการวินิจฉัย การรักษา และการผ่าตัด ด้วยเจตนารมณ์ในการดูแลผู้ป่วยเด็กแบบองค์รวม ใส่ใจทั้งร่างกายและจิตใจของเด็กและครอบครัว ในทุกขั้นตอนของการรักษา
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ศูนย์กุมารเวชโรคหัวใจ ?
- ทารกและเด็กที่มีอาการสงสัยโรคหัวใจ: เช่น ตัวเขียวหรือปากเขียว หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก เหนื่อยหรือเหงื่อออกมากขณะดูดนม น้ำหนักขึ้นช้า เจริญเติบโตไม่สมวัย หรือติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยผิดปกติ
- เด็กที่ตรวจพบเสียงหัวใจผิดปกติ (Heart Murmur): เช่น แพทย์ตรวจพบเสียงฟู่ของหัวใจจากการตรวจร่างกายหรือการตรวจสุขภาพ ซึ่งควรได้รับการประเมินเพื่อแยกว่าเป็นเสียงหัวใจปกติหรือเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหัวใจ
- เด็กโตและวัยรุ่นที่มีอาการเกี่ยวกับหัวใจ: เช่น เจ็บหน้าอก ใจสั่น หน้ามืดหรือเป็นลมขณะออกกำลังกาย เหนื่อยง่ายกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- เด็กที่ได้รับการวินิจฉัยโรคหัวใจแล้วและต้องการดูแลต่อเนื่อง: รวมถึงเด็กที่มีโรคหัวใจแต่กำเนิด เด็กที่ผ่านการรักษาหรือผ่าตัดหัวใจมาแล้ว และผู้ปกครองที่ต้องการคำปรึกษาหรือความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษา
การวินิจฉัยและประเมินโดยกุมารแพทย์โรคหัวใจผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก และวางแผนการรักษาได้ตรงจุดตามวัยและความรุนแรงของโรคในเด็กแต่ละราย
ขั้นตอนและการให้บริการของ ศูนย์กุมารเวชโรคหัวใจ
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์ซักประวัติอาการ ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอด พัฒนาการ การเจริญเติบโต โรคประจำตัว และประวัติครอบครัวจากผู้ปกครองอย่างละเอียด พร้อมตรวจร่างกายด้วยความอ่อนโยนและเป็นมิตรกับเด็ก
- ตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือทางการแพทย์: แพทย์พิจารณาตรวจเอกซเรย์ทรวงอก คลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram) และการตรวจอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อประเมินโครงสร้างและการทำงานของหัวใจอย่างแม่นยำ
- อธิบายผลและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: แพทย์อธิบายภาวะของโรคด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมทางเลือกในการรักษา ทั้งการติดตามอาการ การใช้ยา การทำหัตถการ และการผ่าตัด รวมถึงข้อดีและความเสี่ยงของแต่ละวิธี เพื่อให้ผู้ปกครองร่วมตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
- การรักษาด้วยยาและการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด: ให้การรักษาตามแผน พร้อมคำแนะนำด้านโภชนาการ การเจริญเติบโต การป้องกันการติดเชื้อ และการดูแลเด็กที่บ้านสำหรับผู้ปกครอง
- เตรียมความพร้อมก่อนหัตถการหรือการผ่าตัด: ประเมินความพร้อมของร่างกายเด็ก ตรวจเตรียมก่อนผ่าตัด ให้คำแนะนำเรื่องการงดนมและอาหาร การเตรียมความพร้อมด้านจิตใจของเด็ก และประเมินการระงับความรู้สึกร่วมกับวิสัญญีแพทย์
- การผ่าตัดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ: เมื่อมีความจำเป็น ทีมแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางให้การรักษาด้วยการผ่าตัดในห้องผ่าตัดที่ทันสมัยพร้อมเทคโนโลยีช่วยการผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน โดยทีมแพทย์และพยาบาลดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอดการรักษา
- ดูแลหลังการรักษา ติดตามผล และฟื้นฟู: เฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดหลังการรักษา นัดติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ พร้อมให้คำแนะนำด้านการทำกิจกรรม การออกกำลังกายตามวัย และการดูแลตนเอง เพื่อให้เด็กเติบโตและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มศักยภาพ
ทำไมต้องเลือก ศูนย์กุมารเวชโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ ?
- ✓ ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางโรคหัวใจเด็ก: ดูแลเด็กทุกวัยด้วยความรู้ความชำนาญ ความเข้าใจ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด
- ✓ ห้องผ่าตัดและเทคโนโลยีช่วยการผ่าตัดที่ทันสมัยได้มาตรฐาน: พร้อมรองรับทั้งด้านการวินิจฉัย การรักษา และการผ่าตัด ช่วยให้การดูแลเด็กเป็นไปอย่างแม่นยำและปลอดภัย
- ✓ การดูแลครบวงจรแบบ One-Stop Service: ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การให้คำปรึกษา การรักษา การผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่องในที่เดียว ช่วยให้เด็กและครอบครัวได้รับการดูแลอย่างไม่สะดุด
- ✓ มุ่งเน้นผลลัพธ์และคุณภาพชีวิตของเด็ก: ให้การดูแลแบบองค์รวมที่ใส่ใจทั้งร่างกายและจิตใจของเด็กและครอบครัว เพื่อให้เด็กๆ เติบโตอย่างแข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: อาการแบบไหนในเด็กที่ควรสงสัยโรคหัวใจ และควรพบแพทย์เมื่อใด?
A: อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ ตัวหรือริมฝีปากเขียว หายใจเร็วหรือหายใจลำบาก เหนื่อยหรือเหงื่อออกมากขณะดูดนม น้ำหนักขึ้นช้า เจริญเติบโตไม่สมวัย เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ใจสั่น หรือเป็นลมขณะออกกำลังกาย ควรพาเด็กมาพบแพทย์เมื่อมีอาการเหล่านี้ หากเด็กตัวเขียวชัดเจน หายใจหอบรุนแรง ซึม หรือหมดสติ ควรรีบไปห้องฉุกเฉินทันที
Q: เสียงหัวใจผิดปกติ (Heart Murmur) ในเด็กอันตรายหรือไม่?
A: เด็กจำนวนมากมีเสียงฟู่ของหัวใจที่ไม่เป็นอันตรายและไม่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหัวใจ อย่างไรก็ตาม เสียงฟู่บางชนิดอาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ จึงไม่ควรสรุปเอง ควรให้แพทย์เฉพาะทางตรวจประเมินและพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง
Q: โรคหัวใจแต่กำเนิดในเด็กรักษาได้หรือไม่ และต้องผ่าตัดทุกรายหรือไม่?
A: โรคหัวใจแต่กำเนิดมีหลายชนิดและหลายระดับความรุนแรง บางชนิดอาจปิดได้เองหรือเพียงติดตามอาการและใช้ยา ขณะที่บางชนิดอาจต้องทำหัตถการหรือผ่าตัดเพื่อแก้ไข ปัจจุบันการแพทย์มีความก้าวหน้ามากขึ้น แพทย์จะประเมินชนิดของโรค ความรุนแรง อายุ และสภาพร่างกายของเด็กแต่ละราย เพื่อเลือกวิธีรักษาและช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
Q: ควรเตรียมตัวเด็กและผู้ปกครองอย่างไรก่อนตรวจหัวใจหรือผ่าตัด?
A: ควรนำประวัติการรักษา ผลตรวจเดิม สมุดวัคซีน และรายการยาที่เด็กใช้อยู่มาด้วย แจ้งแพทย์เรื่องโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยา สำหรับการตรวจบางชนิดอาจต้องให้เด็กนอนหลับหรืออยู่นิ่งขณะตรวจ ส่วนการผ่าตัดต้องงดนมและอาหารตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด นอกจากนี้ ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจตามวัยด้วยภาษาที่เป็นมิตร และเตรียมของเล่นหรือของใช้ที่เด็กคุ้นเคยเพื่อเป็นกำลังใจ ทีมแพทย์และพยาบาลจะให้คำแนะนำรายละเอียดเฉพาะราย
Q: เด็กโรคหัวใจควรดูแลตนเองและทำกิจกรรมอย่างไรหลังการรักษา?
A: ควรให้ยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ พาเด็กมาตรวจติดตามตามนัด ดูแลให้ได้รับสารอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโต รักษาสุขอนามัยและดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อป้องกันการติดเชื้อ รับวัคซีนตามกำหนด และทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายตามที่แพทย์อนุญาต เพราะเด็กแต่ละรายมีข้อจำกัดแตกต่างกัน หากเด็กมีอาการเหนื่อยมากขึ้น ตัวเขียว บวม มีไข้ หรือซึมลง ควรรีบพบแพทย์ทันที