ศูนย์กระดูกและข้อ
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

ศูนย์กระดูกโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

เบอร์ติดต่อ
02-006-8888
ช่วงเวลาทำการ
เปิดบริการทุกวัน : 
8.00 - 21.00 น.
สถานที่
อาคาร A ชั้น1

ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์

“คืนอิสระแห่งการเคลื่อนไหว ก้าวเดินได้อย่างมั่นใจ ไร้ความเจ็บปวด ด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแผลเล็ก (MIS TKA)”

อาการปวดข้อเข่าเรื้อรัง ข้อเข่าโก่งผิดรูป ข้อฝืดตึงจนลุกนั่งหรือเดินลำบาก ตลอดจนอาการบาดเจ็บของกระดูก เส้นเอ็น และข้อต่อต่าง ๆ จากอุบัติเหตุและการเล่นกีฬา ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญที่พรากความสุขและอิสรภาพในการใช้ชีวิตประจำวันไป ผู้ป่วยหลายท่านต้องทนทุกข์ทรมานและหลีกเลี่ยงการเดินทางเพราะความกลัวต่อการผ่าตัด กลัวความเจ็บปวด หรือกังวลว่าจะต้องนอนพักฟื้นเป็นเวลานาน แต่ในปัจจุบัน วิวัฒนาการทางการแพทย์ด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก การผ่าตัดด้วยเทคนิคแผลเล็กจึงเป็นทางออกที่ช่วยคลายทุกความกังวล คืนความมั่นคงให้ข้อต่อ และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาก้าวเดินได้อย่างคล่องแคล่วและมีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวอีกครั้ง

ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาทุกปัญหาของระบบกระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้ออย่างครบวงจร โดยทีมศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางหลากหลายสาขาที่มีความชำนาญการสูง โดดเด่นด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery for Total Knee Arthroplasty : MIS TKA) ที่ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ทำให้เจ็บน้อยลง เสียเลือดน้อย และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้ความพร้อมของห้องผ่าตัดมาตรฐานสากลและเจตนารมณ์ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมร่วมกับทีมกายภาพบำบัด เพื่อให้ทุกก้าวเดินของคุณกลับมามั่นคงและปลอดภัยในทุกช่วงวัย

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ศูนย์กระดูกและข้อ ?

  • ผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงและปวดข้อเรื้อรัง: มีอาการปวดเข่าตลอดเวลาแม้ขณะพักผ่อน มีเสียงดังกึกกักในข้อ เข่าบวมตึง ขาโก่งผิดรูป หรือเดินได้ระยะทางสั้นลงอย่างเห็นได้ชัดจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ: เช่น เส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด (ACL), หมอนรองกระดูกข้อเข่าฉีก, ข้อไหล่หลุดซ้ำ หรือข้อเท้าพลิกเรื้อรังที่ทำให้ข้อต่อไม่มั่นคง
  • ผู้ที่มีอาการปวดกระดูกสันหลัง คอ บั้นเอว หรือชาร้าวลงขา: ผู้ที่มีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังเสื่อม หรือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบที่ทำให้เดินลำบากและกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหัก: ผู้ที่หกล้มแล้วมีอาการปวดสะโพก ข้อมือ หรือหลังรุนแรง รวมถึงผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองความหนาแน่นมวลกระดูกเพื่อป้องกันกระดูกหักเฉียบพลัน

การตรวจประเมินระยะความรุนแรงของโรคโดยศัลยแพทย์กระดูกและข้อตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด ชะลอความเสื่อม และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้สูญเสียสมรรถภาพการเคลื่อนไหว

ขั้นตอนและการให้บริการของ ศูนย์กระดูกและข้อ

  1. การซักประวัติและตรวจประเมินชีวกลศาสตร์ของข้อต่อ: แพทย์ทำการสอบถามลักษณะอาการปวด รูปแบบการเคลื่อนไหว พฤติกรรมการใช้งาน และตรวจความมั่นคงของแนวกระดูกและข้อต่ออย่างละเอียด
  2. การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายรังสีที่แม่นยำ: ดำเนินการเอกซเรย์ระบบดิจิทัล (Digital X-ray) แบบรับน้ำหนักเพื่อดูแนวกระดูก หรือตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ในกรณีที่ต้องการเห็นความเสียหายของเนื้อเยื่อ เส้นเอ็น และกระดูกอ่อนอย่างชัดเจน
  3. การวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: ศัลยแพทย์อธิบายทางเลือกในการรักษาอย่างโปร่งใส เริ่มตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การทำกายภาพบำบัด การฉีดยาบำรุงข้อ ไปจนถึงการผ่าตัดส่องกล้องหรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมตามระดับความรุนแรงของโรค
  4. การเตรียมความพร้อมก่อนการผ่าตัด (Pre-operative Optimization): ประสานงานร่วมกับอายุรแพทย์และวิสัญญีแพทย์เพื่อตรวจเช็กความพร้อมของร่างกาย ควบคุมโรคประจำตัว และสอนการบริหารกล้ามเนื้อล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมฟื้นตัวหลังผ่าตัด
  5. การทำหัตถการผ่าตัดด้วยเทคนิคแผลเล็ก (MIS TKA): ดำเนินการผ่าตัดในห้องผ่าตัดปลอดเชื้อมาตรฐานสูง โดยใช้เทคนิคกรีดเปิดแผลขนาดเล็ก หลีกเลี่ยงการตัดกล้ามเนื้อสำคัญรอบข้อเข่า และวางตำแหน่งผิวข้อเทียมด้วยความแม่นยำสูงสุด
  6. การฟื้นฟูสมรรถภาพและการฝึกเดินหลังผ่าตัด (Early Ambulation): ทีมกายภาพบำบัดดูแลฝึกก้าวเดินและงอเข่าอย่างปลอดภัยตั้งแต่วันแรก ๆ หลังการผ่าตัด พร้อมระบบบริหารจัดการความเจ็บปวดที่มีประสิทธิภาพ
  7. การติดตามผลและการดูแลต่อเนื่องระยะยาว: นัดหมายตรวจติดตามการสมานตัวของเนื้อเยื่อ แนวกระดูก การใช้งานข้อเทียม พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาข้อเข่าเทียมให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด

ทำไมต้องเลือก ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ?

  • ✓ ทีมศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการเฉพาะทางครบทุกอนุสาขา: ครอบคลุมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม เวชศาสตร์การกีฬา กระดูกสันหลัง และศัลยกรรมกระดูกจากอุบัติเหตุ
  • ✓ นวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแผลเล็ก (MIS TKA): แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียง 8-10 เซนติเมตร ไม่ตัดกล้ามเนื้อเหยียดเข่า ลดการเสียเลือด เนื้อเยื่อบอบช้ำน้อย เจ็บแผลน้อย และช่วยให้ลุกยืนเดินได้เร็วขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • ✓ การดูแลครบวงจรแบบ One-Stop Service: สะดวกสบายด้วยการเชื่อมโยงระบบตรวจวินิจฉัย เอกซเรย์ ผ่าตัด หอผู้ป่วย และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกายภาพบำบัดในที่เดียวอย่างไร้รอยต่อ
  • ✓ การมุ่งเน้นผลลัพธ์และความปลอดภัยเพื่อคืนคุณภาพชีวิต: เราเลือกใช้วัสดุข้อเข่าเทียมคุณภาพสูงระดับสากลที่มีความทนทานและเข้ากับสรีระ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยว และทำกิจกรรมที่รักได้อย่างมั่นใจไร้กังวล

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแผลเล็ก (MIS TKA) แตกต่างจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิมอย่างไร?

A: การผ่าตัดแบบดั้งเดิมต้องเปิดแผลยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร และต้องตัดผ่านกล้ามเนื้อหน้าขา ทำให้มีอาการปวดแผลมาก เสียเลือดมากกว่า และต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่เทคนิค MIS TKA แผลจะมีขนาดเล็กลงเหลือเพียง 8-10 เซนติเมตร โดยศัลยแพทย์จะใช้วิธีแหวกกล้ามเนื้อแทนการตัด ทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าบอบช้ำน้อยมาก ผู้ป่วยจึงรู้สึกเจ็บน้อยกว่าอย่างชัดเจน ฟื้นตัวเร็ว และสามารถลุกยืนเดินลงน้ำหนักได้เร็วกว่ามาก

Q: อายุมากแล้ว มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จะสามารถเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้หรือไม่?

A: สามารถผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยครับ ก่อนการผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียดจากอายุรแพทย์และวิสัญญีแพทย์ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ความดัน และการทำงานของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุด อีกทั้งเทคนิคแผลเล็ก (MIS) ยังช่วยลดการเสียเลือดและลดภาวะแทรกซ้อน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

Q: หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จะสามารถเดินได้เมื่อไหร่ และเจ็บแผลมากไหม?

A: ด้วยเทคนิคการผ่าตัด MIS TKA ร่วมกับการระงับความเจ็บปวดสมัยใหม่ (Multimodal Pain Management) อาการปวดแผลจะน้อยลงอย่างมาก โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถเริ่มลุกนั่ง ยืน และฝึกก้าวเดินโดยใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของนักกายภาพบำบัด ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างมั่นใจและกลับบ้านได้เร็วขึ้นภายใน 3-4 วัน

Q: ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานกี่ปี และหลังผ่าตัดสามารถกลับไปทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

A: ข้อเข่าเทียมรุ่นใหม่ที่ผลิตจากโลหะผสมและโพลีเอทิลีนคุณภาพสูงมีอายุการใช้งานยาวนานเฉลี่ย 15-20 ปีขึ้นไป หรืออาจนานตลอดชีวิตหากใช้งานอย่างถูกวิธี หลังการผ่าตัดและพักฟื้นเต็มที่แล้ว ผู้ป่วยสามารถกลับไปเดินออกกำลังกาย ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ และท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง เช่น การวิ่งมาราธอน หรือการกระโดด เพื่อถนอมผิวข้อเทียมให้อยู่ได้ยาวนานที่สุด