แผนกศัลยกรรมระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์
“แม่นยำทุกองศาการผ่าตัด คืนความหวังและฟื้นฟูระบบประสาท เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
เมื่อเกิดความผิดปกติรุนแรงขึ้นกับสมอง ไขสันหลัง หรือเส้นประสาท ไม่ว่าจะเป็นภาวะเลือดออกในสมองจากอุบัติเหตุหรือหลอดเลือดแตก เนื้องอกในสมอง หรือโรคหมอนรองกระดูกคอและหลังกดทับเส้นประสาทขั้นรุนแรง ผู้ป่วยและครอบครัวมักต้องเผชิญกับความกลัวและความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงของความพิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือการสูญเสียชีวิต ในความเป็นจริง ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาการทางศัลยกรรมประสาทในปัจจุบัน การผ่าตัดรักษาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วและการผ่าตัดด้วยเทคนิคที่ประณีตแม่นยำ จึงเป็นทางออกทางการแพทย์ที่ช่วยระงับวิกฤตความเสียหาย ปกป้องเซลล์ประสาท และช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายให้กลับมาใกล้เคียงปกติได้อีกครั้ง
แผนกศัลยกรรมระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ พร้อมให้การดูแลรักษาโรคทางสมอง ไขสันหลัง และระบบประสาทส่วนปลายที่ต้องอาศัยการผ่าตัดอย่างครบวงจร โดยทีมประสาทศัลยแพทย์ (Neurosurgeon) ผู้ชำนาญการและมีประสบการณ์สูงในการทำหัตถการผ่าตัดที่ละเอียดซับซ้อน ผสานความพร้อมของห้องผ่าตัดปลอดเชื้อมาตรฐานสากลและเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายรังสีที่มีความคมชัดสูง ภายใต้เจตนารมณ์ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมร่วมกับทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยและมีผลลัพธ์การฟื้นตัวที่ดีที่สุด
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ แผนกศัลยกรรมระบบประสาทและสมอง ?
- ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะหรือกระดูกสันหลัง: จากอุบัติเหตุจราจร การพลัดตกจากที่สูง มีอาการหมดสติ กะโหลกศีรษะแตกร้าว มีเลือดคั่งในสมอง หรือกระดูกสันหลังหักยุบกดทับไขสันหลัง
- ผู้ที่มีสัญญาณเตือนของภาวะหลอดเลือดสมองแตกหรือโป่งพอง: ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน ปากเบี้ยว ชักเกร็ง หรือระดับความรู้สึกตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
- ผู้ที่สงสัยว่ามีเนื้องอกในสมองหรือไขสันหลัง: มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังร่วมกับคลื่นไส้อาเจียนพุ่ง ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน มีอาการชักในวัยผู้ใหญ่ หรือมีพฤติกรรมและบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป
- ผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรุนแรง: ปวดคอหรือหลังร้าวลงแขนหรือขา ร่วมกับมีอาการกล้ามเนื้อลีบ อ่อนแรง ชาตามปลายมือปลายเท้า หรือเริ่มมีปัญหาไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้
การตรวจประเมินอย่างละเอียดโดยประสาทศัลยแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องตรงจุด และลดความเสี่ยงจากการสูญเสียการทำงานของระบบประสาทอย่างถาวร
ขั้นตอนและการให้บริการของ แผนกศัลยกรรมระบบประสาทและสมอง
- การซักประวัติและตรวจประเมินระบบประสาทอย่างละเอียด: ศัลยแพทย์ทำการตรวจการทำงานของระบบประสาท สัญญาณชีพ การตอบสนองของรูม่านตา กำลังกล้ามเนื้อ และระดับความรู้สึกตัว (Glasgow Coma Scale)
- การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายรังสีความละเอียดสูง: ส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) บริเวณสมองและไขสันหลัง เพื่อระบุตำแหน่ง รอยโรค ขนาดก้อนเนื้อ หรือจุดเลือดออกได้อย่างแม่นยำ
- การวิเคราะห์และวางแผนการผ่าตัดเฉพาะบุคคล: ศัลยแพทย์อธิบายแนวทางการผ่าตัด ทางเลือก เทคโนโลยีที่ใช้ และเป้าหมายของการรักษาอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวคลายความกังวลและร่วมตัดสินใจ
- การเตรียมความพร้อมร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ: ตรวจประเมินความพร้อมของหัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนโลหิต โดยวิสัญญีแพทย์และอายุรแพทย์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในระหว่างการระงับความรู้สึกและการผ่าตัด
- การทำหัตถการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีไมโครศัลยกรรม: ดำเนินการผ่าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง (Microsurgery) หรือการผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscopic Neurosurgery) เพื่อลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อสมองและเส้นประสาทข้างเคียง
- การดูแลรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) อย่างใกล้ชิด: เฝ้าระวังสัญญาณชีพ การทำงานของสมอง และความดันในกะโหลกศีรษะตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมพยาบาลวิชาชีพเฉพาะทางหลังการผ่าตัด
- การฟื้นฟูสมรรถภาพและการติดตามผลระยะยาว: ประสานงานร่วมกับทีมกายภาพบำบัดเพื่อฝึกการเคลื่อนไหว การพูด และการกลืน พร้อมนัดหมายตรวจติดตามภาพรังสีเพื่อประเมินความสำเร็จของการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ทำไมต้องเลือก แผนกศัลยกรรมระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ?
- ✓ ทีมประสาทศัลยแพทย์ชำนาญการสูง: มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ยาวนานในการผ่าตัดสมองและกระดูกสันหลังที่ซับซ้อน พร้อมให้การดูแลด้วยความประณีต อ่อนโยน และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ
- ✓ เครื่องมือและเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัย: เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยผ่าตัดระบบประสาทที่ได้มาตรฐานสากล เช่น กล้องจุลศัลยกรรมผ่าตัดความละเอียดสูง และระบบติดตามการทำงานของระบบประสาทขณะผ่าตัด
- ✓ การดูแลครบวงจร One-Stop Service พร้อมรับมือภาวะฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง: มีระบบประสานงานเชื่อมโยงตั้งแต่แผนกฉุกเฉิน ศูนย์รังสีวินิจฉัย ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จนถึงศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัดอย่างไร้รอยต่อ
- ✓ การมุ่งเน้นผลลัพธ์เพื่อคืนคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยสูงสุด: เน้นการผ่าตัดที่สงวนการทำงานของเนื้อเยื่อสมองและเส้นประสาทสำคัญ เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ลดภาวะแทรกซ้อน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: การผ่าตัดสมองมีความปลอดภัยเพียงใด และมีโอกาสเกิดอัมพาตหรือไม่?
A: ในปัจจุบันการผ่าตัดสมองมีความปลอดภัยสูงขึ้นมาก ด้วยการใช้กล้องจุลศัลยกรรม (Microsurgery) ที่มีกำลังขยายสูง ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นเส้นเลือดและเส้นประสาทขนาดเล็กได้อย่างชัดเจน จึงลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อสมองส่วนที่ดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสเกิดอัมพาตหรือความพิการจึงลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของรอยโรค ซึ่งแพทย์จะประเมินและวางแผนป้องกันความเสี่ยงอย่างรัดกุมที่สุด
Q: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เมื่อไหร่ที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด?
A: ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยการทานยา ทำกายภาพบำบัด หรือฉีดยาระงับปวด แต่หากมีข้อบ่งชี้สำคัญ ได้แก่ มีอาการกล้ามเนื้อขาหรือเท้าอ่อนแรงจนเดินลำบาก กล้ามเนื้อเริ่มลีบ มีปัญหาควบคุมระบบขับถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้ หรือมีอาการปวดรุนแรงต่อเนื่องนานเกิน 6-8 สัปดาห์โดยไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบประคับประคอง ศัลยแพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นประสาทถูกทำลายถาวร
Q: อาการปวดศีรษะแบบใดที่ควรสงสัยว่าเป็นเนื้องอกในสมองและต้องพบประสาทศัลยแพทย์?
A: สัญญาณเตือนที่ต้องระวังคือ อาการปวดศีรษะที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปวดมากเป็นพิเศษในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ปวดศีรษะร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียนพุ่งโดยไม่มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น ตามัวลง แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก มีอาการชักเกร็ง หรือมีปัญหาด้านความจำและบุคลิกภาพ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจ CT หรือ MRI ทันที
Q: หลังการผ่าตัดสมองหรือไขสันหลัง ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานเท่าใด และจะกลับมาเป็นปกติได้ไหม?
A: ระยะเวลาการพักฟื้นขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด สภาพร่างกายก่อนผ่าตัด และตำแหน่งของโรค โดยทั่วไปผู้ป่วยจะพักในโรงพยาบาลประมาณ 5-7 วัน และสามารถเริ่มทำกายภาพบำบัดเบา ๆ ได้ตั้งแต่วันแรก ๆ หลังการผ่าตัด สำหรับการฟื้นตัวของระบบประสาทอาจใช้เวลาตั้งแต่ 1-3 เดือนขึ้นไป ซึ่งการได้รับการฟื้นฟูทางกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติหรือใกล้เคียงเดิมมากที่สุด
