ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและตับ
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

.

เบอร์ติดต่อ
02-006-8888
ช่วงเวลาทำการ
วันอังคาร - วันเสาร์  : 
8.00 - 17.00 น.
สถานที่
อาคารA ชั้น2

ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์

“ส่องกล้องแม่นยำ ค้นหาต้นตอและตัดรอยโรคได้ทันท่วงที ปลอดภัย อุ่นใจ ด้วยบริการวันเดียวกลับบ้านได้ (One Day Service)”

ปัญหาความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด แน่นท้องเรื้อรัง กรดไหลย้อน กลืนอาหารลำบาก ขับถ่ายผิดปกติ หรือมีภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร มักบั่นทอนความสุขในการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ที่สำคัญ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งมักก่อตัวอย่างเงียบ ๆ โดยไม่แสดงอาการในระยะแรก การส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหารและตับจึงเป็นทางออกทางการแพทย์ที่แม่นยำที่สุด ช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและตัดติ่งเนื้อก่อนที่จะกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง ช่วยคืนความสบายใจและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กลับมาอีกครั้ง

ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างครบวงจร โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับที่มีความเชี่ยวชาญสูง ผสานเทคโนโลยีกล้องส่องตรวจความละเอียดสูงระดับ High Definition ที่คมชัด แม่นยำ พร้อมชูจุดเด่นด้วยบริการแบบวันเดียวกลับบ้านได้ (One Day Service) ที่ช่วยให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องพักค้างคืนที่โรงพยาบาล ภายใต้การดูแลแบบองค์รวมที่อ่อนโยน อบอุ่น และคำนึงถึงความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลสูงสุด

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและตับ ?

  • ผู้ที่มีอาการระบบทางเดินอาหารส่วนบนเรื้อรัง: มีอาการปวดแสบลิ้นปี่ แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ทานยาแล้วไม่ดีขึ้น แสบร้อนกลางอก กลืนอาหารติดขัด หรือมีอาการอาเจียนเรื้อรังและอาเจียนเป็นเลือด
  • ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบขับถ่ายและลำไส้ใหญ่: ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน อุจจาระมีขนาดลีบเล็กลง รู้สึกถ่ายไม่สุด หรือมีอาการปวดเกร็งท้องบ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ผู้ที่มีสัญญาณเตือนของโรคร้ายหรือภาวะเสื่อมถอย: น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ มีภาวะโลหิตจางหรือตัวซีดโดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงผู้ที่มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือคลำพบก้อนในช่องท้อง
  • ผู้ที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติเสี่ยงในครอบครัว: บุคคลทั่วไปที่เข้าสู่วัยตรวจคัดกรอง หรือมีประวัติคนในครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งระบบทางเดินอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตับแข็ง หรือมีเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง

การตรวจคัดกรองอย่างทันท่วงทีโดยแพทย์เฉพาะทาง ช่วยให้ตรวจพบติ่งเนื้อและรอยโรคได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนและการให้บริการของ ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและตับ

  1. การซักประวัติและประเมินความพร้อมโดยแพทย์เฉพาะทาง: แพทย์ทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ประเมินข้อบ่งชี้ และให้คำแนะนำในการเตรียมตัว เช่น การงดน้ำ งดอาหาร และการเตรียมลำไส้อย่างถูกวิธี
  2. การเตรียมความพร้อมและดูแลด้านความรู้สึกในวันตรวจ: พยาบาลตรวจวัดสัญญาณชีพ จัดท่านอน และให้ยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์เร็วอย่างปลอดภัยโดยทีมแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย หลับสบาย และไม่รู้สึกเจ็บขณะตรวจ
  3. การส่องกล้องตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด: แพทย์ดำเนินการส่องกล้องตรวจดูเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้ใหญ่อย่างละเอียดด้วยระบบภาพคมชัดสูง เพื่อค้นหาแผล การอักเสบ ติ่งเนื้อ หรือจุดเลือดออก
  4. การทำหัตถการรักษาและตัดติ่งเนื้อผ่านกล้อง: หากพบติ่งเนื้อหรือรอยโรค แพทย์สามารถทำการตัดติ่งเนื้อ (Polypectomy) หรือห้ามเลือดผ่านสายกล้องได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
  5. การพักฟื้นในห้องสังเกตอาการ: ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องพักฟื้นมาตรฐานประมาณ 1-2 ชั่วโมง มีการติดตามสัญญาณชีพจนผู้ป่วยรู้สึกตัวดีและฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์
  6. การรับฟังผลการตรวจและคำแนะนำ: แพทย์อธิบายผลภาพถ่ายจากการส่องกล้อง วางแผนการดูแลรักษาต่อเนื่อง พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวและโภชนาการที่เหมาะสม
  7. การจำหน่ายกลับบ้านและนัดหมายติดตามผล: ผู้รับบริการสามารถเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ทันทีในวันเดียวกัน พร้อมระบบนัดหมายติดตามผลชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาอย่างเป็นระบบ

ทำไมต้องเลือก ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ?

  • ✓ ทีมแพทย์เฉพาะทางชำนาญการสูง: นำโดยอายุรแพทย์และศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารและตับ พร้อมทีมพยาบาลที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านการส่องกล้องที่ดูแลอย่างเข้าใจและนุ่มนวล
  • ✓ เครื่องมือและเทคโนโลยีส่องกล้องคมชัดระดับ HD: ใช้กล้องส่องตรวจระบบดิจิทัลความละเอียดสูง พร้อมเทคโนโลยีช่วยแยกแยะเนื้อเยื่อผิดปกติ ทำให้ตรวจพบติ่งเนื้อขนาดเล็กได้อย่างแม่นยำ
  • ✓ การดูแลครบวงจรแบบวันเดียวกลับบ้านได้ (One Day Service): มอบความสะดวกรวดเร็ว ตรวจ ส่องกล้อง ตัดติ่งเนื้อ และพักฟื้นเสร็จสิ้นภายในวันเดียว ไม่ต้องนอนค้างคืน ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
  • ✓ การมุ่งเน้นผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุด: ระบบทำลายเชื้อและล้างทำความสะอาดกล้องตามมาตรฐานสากลระดับสูง มุ่งเน้นการตรวจพบรอยโรคก่อนลุกลาม เพื่อคืนสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: การส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่เจ็บหรือไม่ และจะรู้สึกทรมานไหมขณะตรวจ?

A: การส่องกล้องไม่ได้น่ากลัวหรือเจ็บอย่างที่หลายคนกังวลครับ ก่อนเริ่มตรวจแพทย์จะให้ยานอนหลับชนิดออกฤทธิ์เร็ว ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกเคลิ้มหลับอย่างผ่อนคลาย ไม่รู้สึกเจ็บปวดหรืออึดอัดขณะที่กล้องเคลื่อนผ่าน และจะตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นหลังจากขั้นตอนการตรวจและรักษาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

Q: บริการวันเดียวกลับบ้านได้ (One Day Service) ปลอดภัยหรือไม่ และต้องใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลนานเท่าใด?

A: มีความปลอดภัยสูงตามมาตรฐานสากลครับ ขั้นตอนการส่องกล้องจะใช้เวลาเพียงประมาณ 20-40 นาที จากนั้นจะนอนพักดูอาการในห้องพักฟื้นประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ฤทธิ์ยานอนหลับหมดไป เมื่อแพทย์ตรวจประเมินสัญญาณชีพว่าร่างกายพร้อมและปลอดภัยแล้ว ก็สามารถรับฟังผลตรวจและกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ทันทีในวันเดียวกัน

Q: หากตรวจพบติ่งเนื้อขณะส่องกล้องลำไส้ใหญ่ สามารถตัดออกได้ทันทีเลยหรือไม่?

A: หากพบติ่งเนื้อในขนาดและตำแหน่งที่เหมาะสม แพทย์สามารถใช้อุปกรณ์พิเศษสอดผ่านสายกล้องเพื่อทำการตัดติ่งเนื้อออกได้ทันทีโดยไม่มีแผลเปิดภายนอกร่างกายและไม่เจ็บปวด จากนั้นจะส่งติ่งเนื้อดังกล่าวไปตรวจวิเคราะห์ทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันว่าเป็นเนื้อดีหรือมีความเสี่ยงต่อมะเร็ง ซึ่งการตัดติ่งเนื้อนี้ถือเป็นการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างตรงจุดที่สุด

Q: การเตรียมตัวดื่มยาระบายก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่มีความสำคัญอย่างไร?

A: การเตรียมลำไส้ให้สะอาดถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หากดื่มยาระบายและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง ลำไส้จะสะอาดใส ปราศจากเศษอุจจาระตกค้าง ช่วยให้แพทย์มองเห็นเยื่อบุผิวและตรวจพบติ่งเนื้อขนาดเล็กได้อย่างชัดเจนครบทุกซอกมุม ป้องกันการมองข้ามรอยโรคสำคัญ

Q: หากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ จำเป็นต้องตรวจส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไม่?

A: จำเป็นอย่างยิ่งครับ สำหรับผู้ที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ทางการแพทย์ก็แนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง เพราะติ่งเนื้อระยะเริ่มต้นมักไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหรือเลือดออก การตรวจคัดกรองเชิงรุกจึงช่วยตัดวงจรการเกิดมะเร็งได้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเป็นโรค

แพทย์ประจำศูนย์
ข้อเสนอดีๆที่แนะนำ

แพ็กเกจส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร
แพ็กเกจส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy)
ราคา
15,500 ฿