แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์
“มองเห็นลึกถึงต้นตอของรอยโรค ด้วยเทคโนโลยีภาพวินิจฉัยความคมชัดสูง แม่นยำ ปลอดภัย สู่แผนการรักษาที่ตรงจุด”
โรคภัยไข้เจ็บและความผิดปกติภายในร่างกายหลายชนิด มักเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยไม่แสดงสัญญาณเตือนภายนอกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกในระยะแรกเริ่ม รอยโรคในเนื้อสมอง ความผิดปกติของหลอดเลือด หรือการบาดเจ็บภายในช่องท้องและกระดูก ความคลุมเครือของอาการเจ็บป่วยและความล่าช้าในการค้นหาสาเหตุ มักสร้างความวิตกกังวลอย่างยิ่งแก่ผู้ป่วยและครอบครัว การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายทางการแพทย์ที่มีความละเอียด คมชัด และแม่นยำสูง จึงเป็นกุญแจดอกสำคัญในการเปิดเผยรอยโรคที่ซ่อนอยู่ ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง ทันท่วงที ป้องกันการลุกลามของโรค และช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ
แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาอย่างครบวงจร โดยทีมรังสีแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางและนักรังสีการแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง ผสานพลังนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือระดับสากลที่ทันสมัย ได้แก่ เครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิทัล (Digital Radiography), เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่สำหรับผู้ป่วยวิกฤต (Portable X-Ray), เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT SCAN), เครื่องตรวจมะเร็งเต้านมดิจิทัล (Digital Mammogram) และเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ภายใต้เจตนารมณ์ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมที่คำนึงถึงความปลอดภัยจากรังสีสูงสุด ความรวดเร็วในการรายงานผล และความสะดวกสบายของผู้รับบริการเป็นสำคัญ
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ แผนกรังสีวิทยา ?
- ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือสงสัยภาวะกระดูกหัก: ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจราจร การพลัดตกหกล้ม มีอาการบวมผิดรูป หรือสงสัยว่ามีภาวะกระดูกแตกหัก ข้อเคลื่อน รวมถึงการบาดเจ็บภายในช่องอกและช่องท้อง
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติของระบบประสาท สมอง และหลอดเลือด: มีอาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง ชักเกร็ง หรือสงสัยภาวะเส้นเลือดสมองตีบและแตก ที่จำเป็นต้องตรวจด้วย CT SCAN หรือ MRI อย่างเร่งด่วน
- สตรีที่ต้องการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตามช่วงวัย: ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่คลำพบก้อนที่เต้านม มีอาการเจ็บ หรือมีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว ที่ต้องการตรวจด้วย Digital Mammogram ร่วมกับ Ultrasound
- ผู้ที่มีอาการปวดท้องเรื้อรัง แน่นท้อง หรือคลำพบก้อนในร่างกาย: ผู้ที่มีความผิดปกติของอวัยวะในช่องท้อง ตับ ถุงน้ำดี ไต ม้าม มดลูก หรือต่อมลูกหมาก ที่ต้องการการตรวจประเมินด้วยเครื่อง Ultrasound, CT SCAN หรือ MRI เพื่อระบุรอยโรค
การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือทางรังสีวิทยาที่เหมาะสมและได้รับการแปลผลโดยรังสีแพทย์เฉพาะทาง ช่วยให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำและช่วยให้แพทย์เจ้าของไข้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ขั้นตอนและการให้บริการของ แผนกรังสีวิทยา
- การตรวจสอบความถูกต้องและประเมินความปลอดภัย: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบส่งตรวจ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ประวัติการแพ้ยา สารทึบรังสี ประวัติการตั้งครรภ์ รวมถึงการฝังโลหะในร่างกายสำหรับผู้ที่ต้องตรวจ MRI
- การเตรียมความพร้อมและการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย: ผู้รับบริการเปลี่ยนชุดของโรงพยาบาลและถอดสิ่งของที่เป็นโลหะออก ในกรณีที่ต้องฉีดสารทึบรังสีจะมีการตรวจเช็กการทำงานของไต (eGFR) และเปิดเส้นเลือดอย่างปลอดภัย
- การจัดท่าและตรวจด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง: นักรังสีการแพทย์จัดท่าทางที่ถูกต้องตามมาตรฐานการตรวจ พร้อมอธิบายขั้นตอนสั้น ๆ เช่น การกลั้นหายใจ เพื่อให้ได้ภาพที่มีความคมชัดและใช้ระยะเวลาตรวจสั้นที่สุด
- การควบคุมและจำกัดปริมาณรังสีให้อยู่ในระดับต่ำสุด (ALARA): ทุกการตรวจเอกซเรย์และ CT SCAN มีการปรับตั้งค่าทางเทคนิคเพื่อลดปริมาณรังสีให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ป่วย โดยยังคงได้คุณภาพของภาพที่คมชัดสมบูรณ์
- การประมวลผลภาพผ่านระบบดิจิทัลความละเอียดสูง (PACS): ภาพการตรวจจะถูกส่งเข้าสู่ระบบจัดเก็บและรับส่งภาพทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าถึงและวิเคราะห์ภาพได้ในทุกมุมมองแบบ 3 มิติ
- การแปลผลและอ่านผลโดยรังสีแพทย์ผู้ชำนาญการ: รังสีแพทย์ทำการวิเคราะห์รอยโรคอย่างละเอียด พร้อมออกรายงานผลอย่างเป็นทางการเพื่อส่งต่อให้แพทย์เจ้าของไข้ใช้วางแผนการรักษาต่อไปอย่างรวดเร็ว
ทำไมต้องเลือก แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ?
- ✓ ทีมรังสีแพทย์เฉพาะทางและนักรังสีการแพทย์ชำนาญการ: ครอบคลุมทั้งรังสีวิทยาทั่วไป รังสีวิทยาประสาท รังสีวิทยากระดูกและข้อ และรังสีวิทยาเต้านม พร้อมแปลผลได้อย่างละเอียด แม่นยำ และรวดเร็ว
- ✓ เครื่องมือและเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ระดับสากล: ครบครันด้วย Digital Radiography, Portable X-Ray, MRI, CT SCAN, Digital Mammogram และ Ultrasound ที่ให้ภาพคมชัดระดับสูง ลดระยะเวลาตรวจ และปลอดภัย
- ✓ การดูแลครบวงจร One-Stop Service พร้อมรายงานผลรวดเร็ว: เชื่อมโยงระบบภาพทางการแพทย์ (PACS) ไปยังห้องตรวจทุกแผนก ห้องผ่าตัด และหอผู้ป่วย ช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยทราบผลการตรวจเพื่อวางแผนรักษาได้ทันที
- ✓ การมุ่งเน้นความปลอดภัยและมาตรฐานการป้องกันรังสีสูงสุด: ยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วย ใช้ปริมาณรังสีต่ำที่สุดที่ได้ผลการวินิจฉัยที่แม่นยำ พร้อมการดูแลที่อ่อนโยนและใส่ใจในทุกขั้นตอน
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: การตรวจ CT SCAN กับ MRI แตกต่างกันอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรเลือกตรวจแบบใด?
A: CT SCAN ใช้รังสีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในการสร้างภาพตัดขวาง เหมาะสำหรับตรวจดูกระดูก ปอด เลือดออกในสมอง หรือภาวะฉุกเฉินในช่องท้อง เพราะตรวจได้รวดเร็วเพียงไม่กี่นาที ส่วน MRI ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุโดยไม่มีรังสีเอกซเรย์ ให้ภาพเนื้อเยื่ออ่อน เส้นประสาท สมอง ไขสันหลัง เส้นเอ็น และข้อต่อที่ละเอียดชัดเจนกว่ามาก ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกประเภทการตรวจที่เหมาะสมกับรอยโรคและข้อจำกัดของผู้ป่วยแต่ละราย
Q: การฉีดสารทึบรังสีในการตรวจ CT SCAN ปลอดภัยหรือไม่ และต้องเตรียมตัวอย่างไร?
A: การฉีดสารทึบรังสีมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยมีหน้าที่ช่วยให้หลอดเลือดและอวัยวะภายในแสดงภาพชัดเจนขึ้น ก่อนตรวจจำเป็นต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง และตรวจเช็กการทำงานของไต (ค่าไต) เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายสามารถขับสารทึบรังสีออกทางปัสสาวะได้อย่างปลอดภัย หากมีประวัติแพ้อาหารทะเล แพ้ยา หรือเป็นโรคภูมิแพ้ ควรแจ้งให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
Q: การตรวจ Digital Mammogram เจ็บมากไหม และทำไมต้องตรวจควบคู่กับ Ultrasound เต้านม?
A: การตรวจ Digital Mammogram จำเป็นต้องมีการกดเนื้อเต้านมชั่วคราวประมาณไม่กี่วินาทีเพื่อให้เนื้อเยื่อกระจายตัวและได้ภาพที่คมชัด ซึ่งอาจรู้สึกตึงหรือแน่นบ้างเล็กน้อยแต่ไม่เป็นอันตราย สำหรับผู้หญิงเอเชียที่มีเนื้อเต้านมค่อนข้างแน่น (Dense Breasts) การตรวจแมมโมแกรมเพียงอย่างเดียวอาจบดบังรอยโรคขนาดเล็กได้ การตรวจควบคู่กับ Ultrasound เต้านมจะช่วยให้มองเห็นถุงน้ำ ซีสต์ หรือก้อนเนื้อขนาดเล็กได้อย่างแม่นยำและครบถ้วนยิ่งขึ้น
Q: ผู้ที่ฝังโลหะในร่างกาย สามารถเข้ารับการตรวจ MRI ได้หรือไม่?
A: ผู้ที่มีโลหะบางประเภทในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้า (Pacemaker), คลิปหนีบหลอดเลือดสมองโป่งพองบางรุ่น หรือประสาทหูเทียม อาจไม่สามารถเข้าตรวจ MRI ได้เนื่องจากสนามแม่เหล็กแรงสูงอาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์หรือทำให้โลหะเคลื่อนที่ อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ทางการแพทย์และข้อต่อเทียมรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุที่เข้าเครื่อง MRI ได้ (MRI Conditional) ผู้รับบริการจึงจำเป็นต้องแจ้งประวัติการผ่าตัดหรือนำบัตรประจำตัวอุปกรณ์การแพทย์มาให้แพทย์ประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าห้องตรวจทุกครั้ง
