ไขข้อสงสัยปัสสาวะ สลายนิ่วในไต

6 ส.ค. 2568 | เขียนโดย รพ. สินแพทย์ ลำลูกกา
นิ่วในไต เป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ และพบเจอได้หลากหลายช่วงวัย ซึ่งในวันนี้สินแพทย์ ลำลูกกาจะพาไปเรียนรู้เกี่ยวกับโรคนี้ เช่น อาการ ความเสี่ยง วิธีรักษา เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลตัวเองได้เบื้องต้น และเข้าพบแพทย์ได้ทันท่วงที ถ้าหากพบกับความผิดปกติบางอย่างของร่างกายที่ส่งสัญญาณถึงโรคดังกล่าว

 

นิ่วในไต คืออะไร?

ไต มีหน้าที่กรองของเสียที่อยู่ในเลือดและขับถ่ายออกทางปัสสาวะ โดยปัสสาวะจะไหลผ่านกรวยไตลงมาตามท่อไตเพื่อลงสู่กระเพาะปัสสาวะและขับออกนอกร่างกาย แต่บางครั้งเมื่อปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง หินปูนหรือเกลือแร่ต่าง ๆ ในปัสสาวะอาจเกิดการตกตะกอนภายในไต รวมกันเป็นก้อนแข็งขนาดเล็ก เรียกว่า นิ่วในไต แต่หากก้อนนิ่วหลุดลงมายังท่อไต จะเรียกว่า โรคนิ่วในท่อไต
อาการที่มักพบในผู้ป่วยโรคนิ่วในไต ได้แก่
– ปวดรุนแรงบริเวณข้างลำตัวและหลัง และอาจปวดช่องท้องด้านล่างลงไปจนถึงขาหนีบ
– ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย น้ำปัสสาวะน้อยผิดปกติ
– ปัสสาวะมีเลือดปน มีสีน้ำตาลหรือสีชมพู
– คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้

อาการบอกโรค

อาการของโรคนิ่วในไตจะแตกต่างกันไปตามขนาดและตำแหน่งของก้อนนิ่ว โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
– ปวดท้องหรือปวดหลังอย่างรุนแรง ปวดบิดเป็นพัก ๆ บริเวณสีข้างหรือหลังส่วนล่าง และปวดร้าวลงมาที่ท้องน้อย ขาหนีบ หรืออวัยวะเพศ
– ปัสสาวะมีเลือดปน อาจมองเห็นเป็นสีแดง ชมพู หรือน้ำตาล หรือบางครั้งมีเลือดปนเล็กน้อยจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
– คลื่นไส้และอาเจียน เกิดจากการปวดที่รุนแรงมากจนร่างกายมีปฏิกิริยา
– ปัสสาวะแสบขัด หรือปัสสาวะบ่อย หากก้อนนิ่วเคลื่อนตัวมาใกล้กระเพาะปัสสาวะหรือทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
– ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นเหม็น หรือมีไข้ หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย

ตรวจวินิจฉัยนิ่วในไต

การวินิจฉัยโรคนิ่วในไตต้องอาศัยการตรวจหลายอย่างร่วมกัน เพื่อยืนยันการมีอยู่ของก้อนนิ่วและประเมินขนาดและตำแหน่งอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น
– แพทย์จะสอบถามอาการปวด ลักษณะการปัสสาวะ และประวัติสุขภาพอื่น ๆ รวมถึงตรวจร่างกายเพื่อหาจุดที่ปวด
– ตรวจปัสสาวะหาเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และผลึกในปัสสาวะ ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีนิ่วหรือการติดเชื้อ
– ตรวจเลือดหาค่าการทำงานของไต (Creatinine และ BUN) และระดับแคลเซียมหรือกรดยูริกในเลือด
– การเอกซเรย์ช่องท้อง สามารถเห็นนิ่วบางชนิดได้ เช่น นิ่วที่มีส่วนประกอบของแคลเซียม
– การอัลตราซาวด์ ตรวจหานิ่วในไตได้ดีโดยเฉพาะนิ่วที่ไม่แสดงในภาพเอกซเรย์ และยังช่วยประเมินภาวะไตบวมน้ำได้
– การทำ CT Scan เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะสามารถเห็นนิ่วได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กแค่ไหน และยังช่วยประเมินภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อย่างละเอียด

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดนิ่วในไต ได้แก่

– เป็นผู้ดื่มน้ำน้อยเกินไป ทานอาหารที่มีโปรตีน เกลือ และน้ำตาลสูง
– มีภาวะน้ำหนักเกิน มีโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบทางเดินอาหาร เช่น ไตอักเสบ โรคลำไส้อักเสบ

การรักษาโรคนิ่วในไต

ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเราสามารถสลายนิ่วในไตด้วยคลื่นกระแทก (ESWL : Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy) เป็นวิธีการรักษาโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะโดยการใช้คลื่นเสียงที่มีความจำเพาะ ทำให้เกิดแรงกระแทกที่ก้อนนิ่ว ทำให้ก้อนนิ่วแตกเป็นผงหลุดออกมาพร้อมกับปัสสาวะ โดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดและไม่ต้องดมยาสลบ เหมาะสำหรับผู้ที่มีนิ่วขนาดเล็กถึงปานกลาง นิ่วในไตขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร ไม่มีการอุดตันของทางเดินปัสสาวะในส่วนที่อยู่ต่ำกว่าก้อนนิ่ว เพื่อการรักษาที่สะดวก รวดเร็ว ได้ผลดีโดยไม่ต้องผ่าตัดดมยาสลบ สามารถปรึกษานัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ >> คลิก
ทั้งนี้การเริ่มดูแลตัวเองเร็ว ดื่มน้ำให้มาก พักผ่อนให้เพียงพอ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการทานอาหารที่มีเกลือและน้ำตาลสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างเป็นประจำทุกปี จะทำให้เราสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคอันตรายต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
.
.
.
.
โรงพยาบาลสินแพทย์ลำลูกกา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-006-9999 หรือ

แอดไลน์ ID line : @synphaetline

#ให้สินแพทย์เป็นเพื่อนคุณ

#เบื้องหลังทุกการรักษาคือความใส่ใจ

SHARE
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ