HPV ไม่เลือกเพศ: ทำไม ♂️ผู้ชาย และ ♀️ผู้หญิง ถึง เสี่ยงติดเชื้อเท่ากัน?

9 มิ.ย. 2569 | เขียนโดย รพ.สินแพทย์ ลำลูกกา

HPV ไม่เลือกเพศ: ทำไม ♂️ผู้ชาย และ ♀️ผู้หญิง ถึง เสี่ยงติดเชื้อเท่ากัน?

หลายคนยังมีความเข้าใจผิดว่าเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) เป็นเรื่องไกลตัวของผู้ชาย หรือเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว “เชื้อ HPV ไม่เลือกเพศ” ไม่ว่าคุณจะเป็นชายหรือหญิง ก็มีโอกาสติดเชื้อและเป็นพาหะนำโรคได้เท่าๆ กัน

 

เชื้อ HPV คืออะไร?

HPV คือเชื้อไวรัสที่ติดต่อผ่านการสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสทางผิวหนังโดยตรง หรือผ่านการมีเพศสัมพันธ์ (รวมถึง Oral Sex และ Anal Sex) โดยเชื้อนี้มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

  • สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ: มักทำให้เกิดหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก
  • สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง: เช่น สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งในหลายส่วนของร่างกาย

 

ทำไมผู้ชายถึงเสี่ยงเท่าผู้หญิง?

สถิติจากทั่วโลกพบว่า ผู้ชายมีอัตราการติดเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตสูงพอๆ กับผู้หญิง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “ผู้ชายมักไม่แสดงอาการ” และไม่มีการตรวจคัดกรองเชื้อ HPV ที่เป็นมาตรฐานเหมือนการตรวจภายใน (Pap Test) ของผู้หญิง ทำให้ผู้ชายกลายเป็น “พาหะ” โดยไม่รู้ตัวและส่งต่อเชื้อไปยังคู่นอนได้ง่ายกว่า

อันตรายของ HPV ในแต่ละเพศ

เชื้อ HPV ไม่ได้จบลงที่มะเร็งปากมดลูก แต่สามารถพัฒนากลายเป็นโรคที่รุนแรงได้ในทั้งเพศ ♂️ชาย และ ♀️หญิง

เพศหญิง ♀️ : สามารถพัฒนากลายเป็น

  1. มะเร็งปากมดลูก: สาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตในผู้หญิงไทย
  2. มะเร็งช่องคลอดและมะเร็งปากช่องคลอด
  3. หูดหงอนไก่: ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ

เพศชาย ♂️: สามารถพัฒนากลายเป็น

  1. มะเร็งทวารหนัก: พบได้บ่อยในกลุ่มชายรักชาย แต่ชายทั่วไปก็มีความเสี่ยง
  2. มะเร็งองคชาต: แม้จะพบไม่บ่อยแต่มีความรุนแรงสูง
  3. มะเร็งช่องปากและลำคอ: ปัจจุบันพบความเชื่อมโยงระหว่างการทำ Oral Sex กับการติดเชื้อ HPV ในลำคอเพิ่มมากขึ้น
  4. หูดหงอนไก่: สร้างความเจ็บปวดและกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อย

 

ความรับผิดชอบร่วมกัน: การป้องกันคือทางออกที่ดีที่สุด

  • การฉีดวัคซีน HPV: ปัจจุบันแนะนำให้ฉีดได้ทั้งชายและหญิง ตั้งแต่อายุ 9-45 ปี โดยเฉพาะสายพันธุ์ 9 สายพันธุ์ที่ครอบคลุมเชื้อได้กว้างขวางที่สุด
  • การสวมถุงยางอนามัย: แม้จะป้องกันไม่ได้ 100% (เนื่องจากเชื้ออาจอยู่ที่ผิวหนังบริเวณรอบๆ ที่ถุงยางคลุมไม่ถึง) แต่ช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างมาก
  • การตรวจสุขภาพเป็นประจำ: สำหรับผู้หญิงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามคำแนะนำของแพทย์

 

แพ็กเกจวัคซีนมะเร็งปากมดลูก(HPV) 4สายพันธ์ุ (2 เข็ม)

แพ็กเกจวัคซีนมะเร็งปากมดลูก 4 สายพันธุ์ (3 เข็ม)

แพ็กเกจวัคซีนมะเร็งปากมดลูกชนิด 9 สายพันธุ์ (1 เข็ม)

แพ็กเกจวัคซีนมะเร็งปากมดลูกชนิด 9 สายพันธุ์ (3 เข็ม)

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

SHARE
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ