แผนกอายุรกรรมโรคข้อและรูมาติสซั่ม โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์
“พิชิตอาการปวดข้อ แก้ไขโรคแพ้ภูมิตนเอง คืนอิสระแห่งการเคลื่อนไหวเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
อาการปวดตามข้อที่เกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง ข้อฝืดตึงในช่วงเช้า หรืออาการบวมแดงที่หาสาเหตุไม่ได้ ไม่เพียงแต่สร้างความทรมานทางร่างกาย แต่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันและการทำงาน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โรคในกลุ่มรูมาติกหรือโรคแพ้ภูมิตนเอง (SLE) อาจทำลายเนื้อเยื่อข้อต่อจนเกิดความพิการถาวร หรือส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในที่สำคัญ การวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาด้วยนวัตกรรมยาที่ตรงจุดจึงเป็นทางออกทางการแพทย์ที่ช่วยยับยั้งการดำเนินของโรคและคืนสมรรถภาพการเคลื่อนไหวให้กลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด
แผนกอายุรกรรมโรคข้อและรูมาติสซั่ม โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ พร้อมให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาความผิดปกติของข้อ กล้ามเนื้อ และโรคภูมิคุ้มกันไวเกินอย่างครบวงจร โดยทีมอายุรแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย อาทิ การตรวจเลือดทางภูมิคุ้มกันวิทยา และการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่แม่นยำ ด้วยเจตนารมณ์ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมที่เน้นการควบคุมโรคให้สงบ (Remission) เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมั่นใจในมาตรฐานการรักษาระดับสากล
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ แผนกอายุรกรรมโรคข้อและรูมาติสซั่ม ?
- ผู้ที่มีอาการปวดข้อ บวม หรือข้อติดแข็งรุนแรง: โดยเฉพาะอาการข้อติดแข็งในช่วงเช้าหลังตื่นนอนนานกว่า 30 นาที หรือมีการอักเสบของข้อหลายตำแหน่งพร้อมกันซึ่งอาจบ่งชี้ถึงโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- ผู้ป่วยที่มีระดับกรดยูริกสูงหรือมีอาการโรคเกาต์: มีอาการปวดแสบปวดร้อนและบวมแดงอย่างเฉียบพลันบริเวณข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า และเริ่มมีปุ่มก้อนผลึกยูริกขึ้นตามร่างกาย
- ผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง (SLE) หรือโรคพุ่มพวง: มีอาการร่วมหลายระบบ เช่น ผื่นแพ้แสงแดด (ผื่นรูปผีเสื้อที่ใบหน้า) ผมร่วง มีไข้ต่ำ ๆ ปวดข้อ หรือมีความผิดปกติของไตและระบบเลือดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- กลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเสื่อมตามวัย: มีอาการปวดเข่าหรือข้อสะโพกขณะขยับตัว มีเสียงดังในข้อ หรือเดินได้ไม่สะดวก ซึ่งต้องการการรักษาเพื่อบรรเทาปวดและชะลอการเสื่อมของข้อต่อ
การสืบค้นหาสาเหตุของอาการปวดข้อที่แท้จริงโดยอายุรแพทย์เฉพาะทางโรคข้อ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้องตามประเภของโรค ป้องกันความเสียหายของข้อต่อในระยะยาว
ขั้นตอนและการให้บริการของ แผนกอายุรกรรมโรคข้อและรูมาติสซั่ม
- การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามลักษณะการปวด ช่วงเวลาที่เกิดอาการ และตรวจการเคลื่อนไหวของข้อต่อทุกระบบเพื่อประเมินความรุนแรงและลักษณะการอักเสบ
- การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการพิเศษ: ดำเนินการตรวจเลือดหาตัวบ่งชี้การอักเสบ (ESR, CRP) และตรวจภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อโรค (เช่น RF, Anti-CCP, ANA) เพื่อแยกแยะประเภทของโรคข้อและรูมาติสซั่ม
- การวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายรังสีและอัลตราซาวด์ข้อ: ใช้การเอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ความถี่สูงเพื่อดูการอักเสบของเยื่อบุข้อและการสึกกร่อนของกระดูก ซึ่งช่วยให้เห็นรอยโรคได้ชัดเจนกว่าการตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียว
- การวางแผนการรักษาด้วยยาเฉพาะทาง: พิจารณาการใช้ยากลุ่มปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค (DMARDs) หรือยากลุ่มชีวภาพ (Biologics) ในกรณีที่โรคมีความรุนแรง เพื่อระงับการอักเสบอย่างรวดเร็ว
- หัตถการเฉพาะทางด้านโรคข้อ: ให้บริการเจาะระบายน้ำในข้อเพื่อลดอาการปวดและบวม หรือการฉีดยาเข้าข้อเพื่อรักษาการอักเสบเฉพาะจุดภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- การติดตามผลและให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง: มีการนัดหมายเพื่อติดตามการตอบสนองต่อยา ผลข้างเคียง และแนะนำท่าบริหารที่เหมาะสมเพื่อคงความยืดหยุ่นของข้อต่อ
- การประสานงานกับทีมกายภาพบำบัด: ทำงานร่วมกับนักกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรง ช่วยลดภาระการรับน้ำหนักของข้อต่อและเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว
ทำไมต้องเลือก แผนกอายุรกรรมโรคข้อและรูมาติสซั่ม โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ?
- ✓ ทีมอายุรแพทย์โรคข้อชำนาญการพิเศษ: เรามีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านโรคข้ออักเสบและโรคทางภูมิคุ้มกันวิทยาโดยตรง พร้อมวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ
- ✓ เครื่องมือและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย: มั่นใจในผลการตรวจเลือดและการวินิจฉัยทางรังสีวิทยาที่เป็นมาตรฐานสากล ช่วยให้เริ่มการรักษาได้ทันท่วงทีในระยะ “Golden Period” ของโรค
- ✓ การดูแลครบวงจร One-Stop Service: มอบความสะดวกด้วยการบริการที่จบในที่เดียว ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย รับยาฉีดชีวภาพ จนถึงการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟู
- ✓ การมุ่งเน้นผลลัพธ์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน: เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การหายปวด แต่คือการทำให้โรคสงบเพื่อป้องกันความพิการ และให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติและยาวนานที่สุด
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์แตกต่างจากข้อเสื่อมทั่วไปอย่างไร?
A: ข้อเสื่อมเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนตามอายุหรือการใช้งานหนัก แต่มักปวดเมื่อขยับตัว ส่วนรูมาตอยด์เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่มาทำลายเยื่อบุข้อ อาการเด่นคือจะปวดและบวมแดงหลายข้อพร้อมกัน มีอาการข้อติดแข็งนานในช่วงเช้า และอาจมีไข้ต่ำ ๆ ร่วมด้วย ซึ่งรูมาตอยด์หากไม่รักษาจะทำให้ข้อผิดรูปได้เร็วมาก
Q: โรคเกาต์สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
A: โรคเกาต์สามารถควบคุมให้สงบได้จนไม่มีอาการปวดอีกเลย โดยการรักษาจะมี 2 ส่วนคือ การทานยาเพื่อลดระดับกรดยูริกในเลือดให้ต่ำกว่าเกณฑ์สม่ำเสมอ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารที่ลดอาหารประเภทเครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากคุมระดับยูริกได้ดี ผลึกเกลือที่สะสมตามข้อจะค่อย ๆ ละลายไปและไม่กลับมาอักเสบซ้ำ
Q: ยาชีวภาพ (Biologics) มีความจำเป็นอย่างไรในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ?
A: ยากลุ่มชีวภาพเป็นนวัตกรรมการรักษาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งสารอักเสบที่จำเพาะเจาะจงมาก แพทย์จะพิจารณาใช้ในรายที่รักษาด้วยยามาตรฐานแล้วไม่เห็นผล หรือโรคมีความรุนแรงสูง ยานี้ช่วยให้โรคสงบได้เร็ว ลดการทำลายข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น
Q: ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเอง (SLE) ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อจะเข้ารับการตรวจรักษา?
A: ควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละระบบ เช่น อาการปวดข้อ ผื่นคัน การปัสสาวะ หรือประวัติการตั้งครรภ์ รวมถึงรายการยาเดิมที่ทานอยู่ เนื่องจากการรักษา SLE ต้องอาศัยความต่อเนื่องและผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงแสงแดดรุนแรงและการพักผ่อนน้อยก่อนมาตรวจ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาวะที่แท้จริงของโรคได้