ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์
“กู้ชีพทันท่วงที มั่นใจทุกวินาทีวิกฤต ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีช่วยชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง”
อุบัติเหตุรุนแรงและภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน เช่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน หรือหมดสติ เป็นสถานการณ์วิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิดและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกวินาที ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเช่นนี้ ทุกเสี้ยววินาทีมีค่าอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดและการลดความสูญเสียทางร่างกาย การได้รับการรักษาพยาบาลที่รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตและฟื้นฟูร่างกายให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ พร้อมให้บริการเคียงข้างคุณตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยทีมแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินและพยาบาลวิชาชีพเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญสูงในการกู้ชีพและดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต ผสานความร่วมมือกับแพทย์เฉพาะทางทุกสาขาที่พร้อมสแตนด์บายตลอดเวลา ร่วมกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ทันสมัย ตลอดจนระบบการขนย้ายผู้ป่วยที่ปลอดภัย เพื่อจุดมุ่งหมายสูงสุดในการปกป้องและรักษาทุกชีวิตอย่างอบอุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ ห้องฉุกเฉิน ?
- ผู้ที่มีภาวะวิกฤตคุกคามต่อชีวิต: เช่น หมดสติ หยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น แน่นหน้าอกรุนแรงจากลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดหัวใจ แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว สื่อสารไม่ได้เฉียบพลันจากโรคหลอดเลือดสมอง หรือมีอาการชักเกร็งอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุรุนแรงและมีภาวะบาดเจ็บหลายระบบ: เช่น อุบัติเหตุทางถนนที่มีกระดูกหักหลายชิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่มีเลือดออกมากไม่หยุด ศีรษะกระแทกอย่างรุนแรงจนหมดสติหรืออาเจียนพุ่ง รวมถึงการตกจากที่สูง
- ผู้ที่มีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันรุนแรงปานกลางถึงมาก: เช่น หอบหืดกำเริบรุนแรง ปวดท้องเฉียบพลันรุนแรง (สงสัยไส้ติ่งอักเสบหรืออวัยวะภายในทะลุ) ไข้สูงจัดร่วมกับอาการซึมหรือชักในเด็กเล็ก หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด
- ผู้ที่ได้รับสารพิษ สารเคมี หรือสิ่งแปลกปลอมอุดกั้น: เช่น สำลักสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ ได้รับสารเคมีอันตรายเข้าตาหรือสูดดม ถูกสัตว์มีพิษร้ายแรงกัด (งูพิษ, ต่อ) หรือการรับประทานยาเกินขนาด
การประเมินและการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินในทันทีที่เกิดอาการ ถือเป็นปัจจัยชี้ขาดที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและป้องกันความพิการถาวรได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขั้นตอนและการให้บริการของ ห้องฉุกเฉิน
- การคัดแยกผู้ป่วยตามความรุนแรง: เมื่อผู้ป่วยมาถึง พยาบาลวิชาชีพจะทำการประเมินสัญญาณชีพและความรุนแรงของอาการทันที เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วนในการตรวจรักษาตามมาตรฐานสากล โดยผู้ป่วยวิกฤตสีแดงจะได้รับการรักษาทันทีโดยไม่ต้องรอ
- การกู้ชีพและประคับประคองสัญญาณชีพ: สำหรับผู้ป่วยภาวะวิกฤต ทีมแพทย์และพยาบาลจะเร่งทำการกู้ชีพ เปิดทางเดินหายใจ ให้ออกซิเจน และรักษาสัญญาณชีพให้คงที่ในห้องช่วยชีวิต (Resuscitation Room) ที่พร้อมด้วยอุปกรณ์ระดับสูง
- การตรวจวินิจฉัยและส่งตรวจพิเศษอย่างรวดเร็ว: แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินทำการตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan/MRI) ทันที เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของภาวะวิกฤตภายในเวลาอันสั้น
- การวางแผนและประสานงานแพทย์เฉพาะทาง: ประสานงานกับแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น แพทย์โรคหัวใจ แพทย์โรคสมองและระบบประสาท หรือศัลยแพทย์ เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาเฉพาะทางอย่างทันท่วงที
- การทำหัตถการหรือการผ่าตัดฉุกเฉิน: ดำเนินการรักษาด้วยหัตถการช่วยชีวิต หรือส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ห้องผ่าตัดฉุกเฉิน ห้องสวนหัวใจ (Cath Lab) หรือหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ทันทีตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
- การติดตามอาการและวางแผนดูแลต่อเนื่อง: ติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดหลังเสร็จสิ้นหัตถการฉุกเฉิน เพื่อประเมินผลการรักษาและพิจารณารับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล (Admit) หรือส่งต่อศูนย์ฟื้นฟูอย่างปลอดภัย
ทำไมต้องเลือก ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ?
- ✓ ทีมแพทย์และพยาบาลเวชศาสตร์ฉุกเฉินชำนาญการสูง: ทีมบุคลากรทางการแพทย์ผ่านการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นสูง (ACLS, ATLS) และพร้อมดูแลผู้ป่วยทุกช่วงวัยอย่างถูกต้อง แม่นยำ และมีความเป็นมืออาชีพในสภาวะกดดัน
- ✓ เครื่องมือและเทคโนโลยีช่วยชีวิตระดับวิกฤตที่ทันสมัย: เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ได้มาตรฐานสากล ระบบสารสนเทศประสานงาน และเครื่องมือวินิจฉัยโรคหัวใจและสมองที่ทำงานประสานกันอย่างรวดเร็วไร้รอยต่อ
- ✓ การบริการแบบครบวงจร One-Stop Service: มีการจัดตั้งทางด่วนพิเศษ (Fast Track) สำหรับโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke Fast Track) และโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Chest Pain Fast Track) เพื่อให้เข้าถึงการรักษาเฉพาะทางได้ในเวลาที่เร็วที่สุด
- ✓ การมุ่งเน้นผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุดเพื่อชีวิตผู้ป่วย: มุ่งหวังผลสัมฤทธิ์ในการรักษาชีวิตและการฟื้นตัวที่สมบูรณ์ของผู้ป่วย โดยการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ระบบควบคุมการติดเชื้อที่เข้มงวด และการดูแลเอาใจใส่ประดุจญาติมิตร
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: ระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน (Triage) คืออะไร และทำไมผู้ป่วยบางรายถึงได้ตรวจก่อน?
A: ระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน (Triage) คือการประเมินระดับความรุนแรงและความเร่งด่วนของผู้ป่วยออกเป็น 5 ระดับตามมาตรฐานสากล โดยผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤตคุกคามต่อชีวิต (เช่น หัวใจหยุดเต้น ช็อก หมดสติ) จะได้รับการรักษาทันทีเพื่อรักษาชีวิต ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และไม่เป็นอันตรายรุนแรงอาจต้องรอตรวจตามลำดับ เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรช่วยชีวิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Q: หากมีอาการแน่นหน้าอกเฉียบพลัน ควรปฏิบัติตัวอย่างไรก่อนมาถึงห้องฉุกเฉิน?
A: หากมีอาการแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรทับ ร้าวไปที่กรามหรือแขนซ้าย ร่วมกับมีเหงื่อซึมหรือหายใจไม่ออก ให้รีบนั่งพักในท่าที่สบายที่สุด หลีกเลี่ยงการออกแรงทุกชนิด ห้ามขับรถมาเองโดยเด็ดขาด และรีบโทรติดต่อสายด่วน 1669 หรือศูนย์กู้ชีพของโรงพยาบาล เพื่อรับการนำส่งพยาบาลด้วยรถฉุกเฉินที่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตและประเมินคลื่นไฟฟ้าหัวใจเบื้องต้นได้ทันที
Q: สังเกตอาการอย่างไรว่าผู้ป่วยกำลังเผชิญภาวะเส้นเลือดสมองตีบเฉียบพลัน (Stroke) ที่ต้องนำส่งห้องฉุกเฉินทันที?
A: สามารถสังเกตได้ตามหลัก “B.E.F.A.S.T.” คือ B – Balance (ทรงตัวไม่อยู่ เวียนศีรษะ), E – Eyes (ตามัวหรือเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน), F – Face (ปากเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มไม่เท่ากัน), A – Arm (แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง ยกไม่ขึ้น), S – Speech (พูดไม่ชัด พูดไม่ออก สื่อสารไม่ได้), และ T – Time (เวลาที่เริ่มมีอาการ ซึ่งต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่มี Stroke Fast Track ในเวลาที่เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยและลดโอกาสอัมพฤกษ์อัมพาต)
Q: ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ รองรับสิทธิการรักษาพยาบาลประเภทใดบ้าง?
A: ห้องฉุกเฉินของเราพร้อมให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยในภาวะวิกฤตฉุกเฉินทุกรายตามนโยบาย UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) ซึ่งผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในช่วง 72 ชั่วโมงแรก นอกจากนี้ เรายังยินดีประสานงานร่วมกับบริษัทประกันสุขภาพ สิทธิกองทุนเงินทดแทน สิทธิ พ.ร.บ. อุบัติเหตุจากรถ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการประสานงานเพื่อส่งตัวกลับไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ป่วยอย่างปลอดภัย