แผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์
“ดูแลทุกช่วงเวลาสำคัญของผู้หญิงอย่างเข้าใจ เคียงข้างทุกก้าวของความเป็นแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีระดับสากล”
สุขภาพของผู้หญิงมีความละเอียดอ่อนและเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นความกังวลจากอาการปวดประจำเดือนรุนแรง เลือดออกผิดปกติ ภาวะมีบุตรยาก ความวิตกกังวลตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ ไปจนถึงความเสี่ยงของโรคร้ายเงียบอย่างมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และภาวะกระดูกพรุนในวัยหมดประจำเดือน ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อร่างกาย แต่ยังสร้างความเครียดและความไม่สบายใจในการใช้ชีวิตประจำวัน การได้รับการตรวจคัดกรองและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่แม่นยำ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องสุขภาพ คืนความมั่นใจ และมอบคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ให้แก่ผู้หญิงทุกคน
แผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพสตรีอย่างครบวงจรในทุกมิติ โดยทีมสูตินรีแพทย์เฉพาะทางที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และความเข้าอกเข้าใจ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง เช่น เครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) และอัลตราซาวด์ทารกในครรภ์ 4 มิติ (Ultrasound 4D), กล้องส่องตรวจปากมดลูกระบบดิจิทัล (Colposcopy), การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (Gynecological Endoscope), เครื่องเอกซเรย์เต้านมดิจิทัล (Digital Mammogram) ตลอดจนเครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก (DXA Scan) ภายใต้เจตนารมณ์ในการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ด้วยความอบอุ่น เป็นส่วนตัว และปลอดภัยสูงสุด
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ แผนกสูติ-นรีเวช ?
- สตรีตั้งครรภ์และผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร: ผู้ที่ต้องการฝากครรภ์คุณภาพเพื่อติดตามพัฒนาการทารกอย่างใกล้ชิดด้วย Ultrasound 4D รวมถึงผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก หรือมีภาวะครรภ์เสี่ยงสูงที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
- ผู้หญิงที่มีอาการผิดปกติของรอบเดือนหรือปวดท้องน้อย: เช่น ปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ประจำเดือนมามากผิดปกติ มีเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือคลำพบก้อนที่ท้องน้อย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของช็อกโกแลตซีสต์หรือเนื้องอกมดลูก
- สตรีที่ต้องการตรวจคัดกรองมะเร็งสตรีประจำปี: ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ต้องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้อง Colposcopy และตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง Digital Mammogram
- สตรีวัยใกล้หมดประจำเดือนและวัยทอง: ผู้ที่มีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน ช่องคลอดแห้ง หรือต้องการตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุนด้วยเครื่อง DXA Scan เพื่อวางแผนดูแลกระดูกและฮอร์โมนอย่างเหมาะสม
การตรวจสุขภาพทางสูติ-นรีเวชอย่างสม่ำเสมอโดยแพทย์เฉพาะทาง ช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และป้องกันความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ขั้นตอนและการให้บริการของ แผนกสูติ-นรีเวช
- การลงทะเบียนและซักประวัติในบรรยากาศเป็นส่วนตัว: พยาบาลวิชาชีพทำการคัดกรองและซักประวัติสุขภาพ รอบเดือน ประวัติการมีบุตร และอาการผิดปกติอย่างละเอียด โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการเป็นสำคัญ
- การตรวจร่างกายและการตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์: แพทย์ทำการตรวจประเมินอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกและภายใน พร้อมเก็บตัวอย่างเซลล์เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (ThinPrep / HPV DNA Test) อย่างนุ่มนวล
- การตรวจวินิจฉัยเชิงลึกด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง: ดำเนินการตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ เช่น การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องหรือช่องคลอด (Ultrasound), การส่องกล้องขยายปากมดลูก (Colposcopy), การตรวจเต้านมด้วย Digital Mammogram หรือการตรวจมวลกระดูกด้วย DXA Scan
- การตรวจติดตามครรภ์และพัฒนาการทารก: สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ แพทย์จะตรวจวัดการเจริญเติบโต ความสมบูรณ์ และบันทึกภาพเสมือนจริงของลูกน้อยด้วยเทคโนโลยี Ultrasound 4D
- การร่วมวางแผนการรักษาและการให้คำปรึกษา: แพทย์อธิบายผลตรวจอย่างชัดเจน พร้อมเสนอแนวทางการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การปรับฮอร์โมน หรือการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (Gynecological Endoscope) แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
- การดูแลหลังการรักษาและการติดตามผลต่อเนื่อง: นัดหมายติดตามผลการรักษา ประเมินสุขภาพหลังคลอด หรือติดตามผลทางเซลล์วิทยาอย่างต่อเนื่องเพื่อสุขภาวะที่ดีในระยะยาว
ทำไมต้องเลือก แผนกสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ ?
- ✓ ทีมสูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางครบทุกสาขา: ครอบคลุมทั้งเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM), มะเร็งวิทยานรีเวช, การผ่าตัดผ่านกล้อง และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พร้อมให้คำปรึกษาด้วยความเข้าใจ
- ✓ เครื่องมือและเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย: เพียบพร้อมด้วย Ultrasound 4D, Colposcopy, Endoscope, Digital Mammogram และ DXA Scan ที่ให้ภาพคมชัด แม่นยำ ช่วยในการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างตรงจุด
- ✓ การดูแลครบวงจร One-Stop Service: สะดวกสบายด้วยบริการตรวจรักษา ตรวจวินิจฉัยทางรังสี ห้องทำหัตถการ และรับยาเสร็จสิ้นในแผนกเดียว พร้อมห้องตรวจที่เป็นสัดส่วน มิดชิด และปลอดภัย
- ✓ การมุ่งเน้นผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุดเพื่อผู้หญิง: ให้ความสำคัญกับการรักษาที่สงวนอวัยวะ แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และการสร้างประสบการณ์การคลอดบุตรที่อบอุ่น ประทับใจแก่ทุกครอบครัว
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: การตรวจอัลตราซาวด์ 4 มิติ (Ultrasound 4D) แตกต่างจากอัลตราซาวด์ 2 มิติอย่างไร และควรตรวจช่วงอายุครรภ์เท่าใด?
A: อัลตราซาวด์ 2 มิติจะแสดงภาพตัดขวางสีขาวดำเพื่อดูโครงสร้างอวัยวะภายในของทารก แต่ Ultrasound 4D สามารถแสดงภาพพื้นผิว รูปร่าง หน้าตา และการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ของลูกน้อยในครรภ์ได้อย่างเสมือนจริง เช่น การหาว การลืมตา หรือการขยับแขนขา ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจคือช่วงอายุครรภ์ 24 – 32 สัปดาห์ ซึ่งทารกมีขนาดตัวพอเหมาะและมีน้ำคร่ำเพียงพอสำหรับการมองเห็นภาพที่ชัดเจน
Q: การส่องกล้องปากมดลูก (Colposcopy) มีความจำเป็นเมื่อใด และเจ็บหรือไม่ขณะตรวจ?
A: การตรวจ Colposcopy จำเป็นในกรณีที่ผลตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกพบเซลล์ผิดปกติ หรือตรวจพบเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้แพทย์ใช้กล้องกำลังขยายสูงส่องดูรอยโรคและตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กมากไปตรวจอย่างแม่นยำ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาสั้น ๆ เพียง 10 – 15 นาที โดยผู้ป่วยจะรู้สึกคล้ายการตรวจภายในทั่วไป อาจมีอาการตึงหรือหน่วงเล็กน้อยขณะตัดชิ้นเนื้อ แต่ไม่สร้างความเจ็บปวดรุนแรง
Q: การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช (Gynecological Endoscope) มีข้อดีกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องอย่างไร?
A: การผ่าตัดผ่านกล้องมีข้อดีคือ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมากเพียง 0.5 – 1 เซนติเมตร ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย เสียเลือดน้อย อาการปวดแผลหลังผ่าตัดลดลงอย่างมาก ลดการเกิดพังผืดในช่องท้อง และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้เร็ว ใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 1 – 2 วัน และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม
Q: ผู้หญิงควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย Digital Mammogram และตรวจมวลกระดูกด้วย DXA Scan เมื่ออายุเท่าใด?
A: ผู้หญิงทั่วไปควรเริ่มตรวจ Digital Mammogram ร่วมกับอัลตราซาวด์เต้านมตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไปเป็นประจำทุกปี (หรือเริ่มเร็วกว่านั้นหากมีประวัติคนในครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม) ส่วนการตรวจความหนาแน่นมวลกระดูกด้วยเครื่อง DXA Scan แนะนำสำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ตัวเล็ก กระดูกหักง่าย หรือหมดประจำเดือนก่อนวัย เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหักเฉียบพลัน


