ศูนย์ศัลยกรรม
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

แผนกศัลยกรรม

ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา

ศูนย์ศัลยกรรมครบวงจร ดูแลทุกการผ่าตัด ด้วยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง

เมื่อพูดถึง “การผ่าตัด” หลายคนมักเกิดความวิตกกังวล ทั้งเรื่องความเจ็บแผล แผลเป็นขนาดใหญ่ หรือระยะเวลาในการพักฟื้นที่ยาวนาน ทว่าในปัจจุบันด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวล้ำไปอย่างมาก ทำให้การผ่าตัดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดอีกต่อไป การตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็วและการตัดสินใจเข้ารับการรักษาทางศัลยกรรมอย่างทันท่วงทีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่เพียงแต่ช่วยหยุดยั้งความรุนแรงของโรคได้อย่างตรงจุด แต่ยังช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขเร็วขึ้น

ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทราให้บริการดูแลผู้ป่วยด้านศัลยกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด การผ่าตัด การดูแลหลังผ่าตัด และการติดตามผล โดยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา วิสัญญีแพทย์ พยาบาลห้องผ่าตัด และทีมสหวิชาชีพที่มีประสบการณ์ พร้อมห้องผ่าตัดมาตรฐาน เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery : MIS) ที่ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดอาการปวด และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทางที่เราพร้อมให้บริการ

เพื่อการดูแลที่ลงลึกในทุกระบบของร่างกาย ศูนย์ศัลยกรรมของเราประกอบไปด้วยศูนย์รักษาเฉพาะทางที่หลากหลาย พร้อมดูแลโรคทางศัลยกรรมทั้งในภาวะปกติและกรณีฉุกเฉิน

  • ศูนย์ศัลยกรรมช่องท้องและลำไส้ใหญ่: ดูแลรักษาโรคในช่องท้อง เช่น ไส้ติ่งอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี ลำไส้อุดตัน เนื้องอกและมะเร็งระบบทางเดินอาหาร โรคของหลอดอาหารและทางเดินอาหารทั้งระบบ
  • ศูนย์มะเร็งเต้านม: ตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และผ่าตัดรักษาก้อนเนื้อหรือมะเร็งเต้านมอย่างครบวงจร
  • ศูนย์ริดสีดวงทวาร: รักษาโรคริดสีดวงทวาร ฝีคัณฑสูตร แผลขอบทวารหนัก ก้อนบริเวณทวารหนัก
  • ศูนย์ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ: ดูแลรักษานิ่วในทางเดินปัสสาวะ โรคต่อมลูกหมากโต โรคของกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก เนื้องอกในระบบทางเดินปัสสาวะต่างๆ
  • ศูนย์ศัลยกรรมทรวงอก: ผ่าตัดรักษาโรคหรือก้อนของอวัยวะภายในช่องอก ปอด และเยื่อหุ้มปอด
  • ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องแบบแผลเล็ก MIS (Minimally Invasive Surgery): การรักษาที่ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว
  • ศูนย์ผ่าตัดส่องกล้องไทรอยด์: ผ่าตัดก้อนหรือเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์ผ่านกล้องเพื่อลดรอยแผลเป็นบริเวณลำคอ
  • ศัลยกรรมโรคหลอดเลือด: ดูแลรักษาและผ่าตัดโรคของหลอดเลือดทั้งหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ เช่น หลอดเลือดดำอุดตันและเส้นเลือดขอด หลอดเลือดแดงส่วนปลายขาอุดตัน หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
  • ศูนย์ศัลยกรรมฉุกเฉินและอุบัติเหตุ: พร้อมผ่าตัดฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง จากอุบัติเหตุและการตกเลือดในอวัยวะภายใน

เทคโนโลยีและการตรวจวินิจฉัยทางศัลยกรรม

ก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง ความแม่นยำในการวินิจฉัยคือหัวใจสำคัญ ศูนย์ศัลยกรรมของเรามีเครื่องมือตรวจวินิจฉัยพยาธิสภาพภายในที่ละเอียดถี่ถ้วน

  • การตรวจร่างกายโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางและการตรวจเลือดโดยห้องปฏิบัติการมาตรฐาน
  • การตรวจเอกซเรย์ดิจิทัล (Digital X-ray)
  • การอัลตราซาวนด์เต้านมและแมมโมแกรม: ใช้ตรวจวินิจฉัยก้อนเต้านม
  • การส่องกล้องตรวจส่วนต้นและส่วนปลาย (Gastroduodenoscopy / Colonoscopy): ตรวจหาความผิดปกติ แผล หรือก้อนเนื้อในกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT-128 Slices): และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): ช่วยประเมินขนาด ตำแหน่งของก้อนเนื้อ นิ่ว หรือรอยโรคในอวัยวะภายในช่องท้องและทรวงอกได้อย่างละเอียดเป็นภาพ 3 มิติ
  • การอัลตราซาวนด์ความละเอียดสูง (High-Resolution Ultrasound): ใช้ตรวจวินิจฉัยนิ่วในถุงน้ำดี ความผิดปกติในช่องท้อง
  • การเจาะชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy): เพื่อตรวจวิเคราะห์สายพันธุ์เซลล์และแยกแยะเนื้องอกธรรมดากับเนื้อร้ายอย่างแม่นยำ

นวัตกรรมการรักษาและการผ่าตัดที่ให้บริการ

เรายกระดับมาตรฐานการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อ

  • การผ่าตัดทั่วไป: ผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดไส้เลื่อน ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ผ่าตัดฝีในช่องท้อง ผ่าตัดริดสีดวง การผ่าตัดรักษาฝีคัณฑสูตร ผ่าตัดก้อนเนื้อและซีสต์ ผ่าตัดก้อนใต้ผิวหนัง ผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างอวัยวะภายในที่ฉีกขาดจากอุบัติเหตุ
  • การผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก (Laparoscopic Surgery): ใช้ในการผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดี ผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดไส้เลื่อน ผ่าตัดไทรอยด์แบบแผลเล็ก
  • การผ่าตัดรักษามะเร็งและเนื้องอกอวัยวะภายใน: ผ่าตัดตัดก้อนเนื้อร้ายบริเวณลำไส้ เต้านม หรืออวัยวะในช่องท้องอย่างประณีตเพื่อการรักษาที่หวังผลหายขาด
  • หัตถการรักษาโรคหลอดเลือด: การรักษาเส้นเลือดขอดด้วยการฉีดโฟมทางการแพทย์ รักษาเส้นเลือดขอดด้วยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency Ablation) การขยายหลอดเลือดตีบด้วยบอลลูนและขดลวด (Balloon Angiography & Stent) การผ่าตัดทำเส้นฟอกไต

ทำไมต้องเลือกศูนย์ศัลยกรรม รพ.สินแพทย์ รามอินทรา

  • ทีมศัลยแพทย์ชำนาญการเฉพาะสาขา: หมดกังวลในทุกหัตถการด้วยทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Sub-specialty) ที่มีประสบการณ์สูงในการผ่าตัดเคสซับซ้อนและเคสฉุกเฉิน
  • ผู้นำด้านศัลยกรรมแผลเล็ก (MIS): เราเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ส่องกล้องความคมชัดสูง ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดน้อย คนไข้ฟื้นตัวไวขึ้น
  • ห้องผ่าตัดและเทคโนโลยีมาตรฐานสากล: ห้องผ่าตัดของเราระบบควบคุมแรงดันและอุณหภูมิที่สะอาด ปลอดเชื้อสูงสุด พร้อมเครื่องมือช่วยชีวิตและติดตามสัญญาณชีพที่ทันสมัย
  • พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง: มีทีมศัลยแพทย์ฉุกเฉิน พยาบาล และวิสัญญีแพทย์สแตนด์บายพร้อมดูแลกรณีอุบัติเหตุหรือศัลยกรรมฉุกเฉินเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง
  • ดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม: มีทีมวิสัญญีแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ และทีมสหวิชาชีพร่วมดูแล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: ผ่าตัดผ่านกล้องดีกว่าผ่าตัดแบบเปิดอย่างไร?

A: การผ่าตัดผ่านกล้องมีข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย เสียเลือดน้อย โอกาสติดเชื้อต่ำ ฟื้นตัวเร็ว แต่จะเลือกใช้หรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและการประเมินของศัลยแพทย์

Q: ตรวจเจอนิ่วในถุงน้ำดีแต่ไม่มีอาการปวดท้อง จำเป็นต้องผ่าตัดไหม?

A: หากนิ่วมีขนาดใหญ่หรือเริ่มมีอาการจุกเสียดแน่นท้องหลังทานอาหารมันๆ แพทย์มักแนะนำให้ทำการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีออก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นิ่วอาจหลุดไปอุดตันที่ท่อน้ำดีหลัก จนก่อให้เกิดภาวะถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือตับอ่อนอักเสบ ซึ่งจะอันตรายและรักษายากกว่ามาก ปัจจุบันนิ่วถุงน้ำดีสามารถผ่าตัดส่องกล้องออกได้ง่ายและปลอดภัยสูง

Q: ก่อนผ่าตัดต้องเตรียมตัวอย่างไร?

A: ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ประเมินโรคร่วม และคำแนะนำเรื่องการงดอาหาร น้ำ และยาบางชนิดก่อนเข้ารับการผ่าตัด

Q: หลังผ่าตัดต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลกี่วัน?

A: ขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัดและสภาพร่างกายของผู้ป่วย บางการผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1 วัน ขณะที่การผ่าตัดใหญ่จะต้องพักรักษาตัวนานขึ้น

Q: ก้อนเนื้อทุกก้อนจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น ศัลยแพทย์จะประเมินจากการตรวจร่างกาย ผลตรวจภาพวินิจฉัย และอาจตรวจชิ้นเนื้อก่อนเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม