ศูนย์รูมาตอยด์ ภูมิแพ้ และ ภูมิคุ้มกัน
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

ศูนย์รูมาตอยด์ ภูมิแพ้ และ ภูมิคุ้มกัน

ศูนย์โรครูมาตอยด์ ภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา

เมื่อระบบป้องกันร่างกายกลับมาทำร้ายเราเอง…เรื่องภูมิคุ้มกันที่ไม่ควรมองข้าม

“ระบบภูมิคุ้มกัน” เปรียบเสมือนเกราะป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม แต่เมื่อใดก็ตามที่เกราะนี้ทำงานผิดปกติจนกลับมาทำร้ายเนื้อเยื่อและอวัยวะของเราเอง อาจก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดข้อเรื้อรังจากรูมาตอยด์ ผื่นแพ้เรื้อรัง หรือภาวะแทรกซ้อนที่อวัยวะภายในจากโรคพุ่มพวง (SLE) ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและลดทอนคุณภาพชีวิตโดยรวมอย่างมาก

ศูนย์โรครูมาตอยด์ ภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา พร้อมดูแลเคียงข้างคุณ เราเข้าใจลึกซึ้งถึงกลไกของโรคและพร้อมให้บริการดูแลรักษาอย่างครบวงจร โดยเรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Rheumatologist) ที่มีความชำนาญ ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ พร้อมด้วยเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีวินิจฉัยที่ทันสมัย เพื่อค้นหาสาเหตุของโรค วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้คุณกลับมาควบคุมระบบภูมิคุ้มกันให้สมดุลและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

โรคทางระบบภูมิคุ้มกันและภูมิแพ้ที่เราดูแลรักษา

โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหากปล่อยไว้และไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น ข้อติดแข็งผิดรูป หรือภาวะไตเสื่อมจนถึงขั้นวิกฤตได้ ศูนย์ของเราให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคข้อ โรคภูมิแพ้ และโรคภูมิคุ้มกันอย่างครอบคลุม โรคที่พบบ่อยได้แก่

  • โรคข้ออักเสบและโรครูมาตอยด์
    • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
    • ข้อเสื่อม (Osteoarthritis)
    • โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic Arthritis)
    • โรคข้ออักเสบจากเกาต์
    • โรคข้ออักเสบจากผลึกแคลเซียม
    • โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด
  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Diseases)
    • โรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus : SLE)
    • โรคโจเกรน (Sjögren’s Syndrome)
    • โรคหนังแข็ง (Scleroderma)
    • โรคกล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis)
    • โรคหลอดเลือดอักเสบ (Vasculitis)
  • โรคภูมิแพ้
    • โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
    • โรคหอบหืดจากภูมิแพ้
    • ลมพิษเฉียบพลันและเรื้อรัง (Urticaria)
    • ภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)
    • ผื่นแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis)
    • อาการแพ้สารต่างๆในสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น มลพิษ อาหาร หรือยา

เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยโรคเพื่อการรักษาที่รวดเร็วและตรงจุด

เนื่องจากโรคกลุ่มนี้มีอาการแสดงที่คาดเดาได้ยากและมีปัจจัยกระตุ้นหลากหลาย การตรวจวิเคราะห์ที่แม่นยำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โรงพยาบาลสินแพทย์มีความพร้อมด้านการตรวจวินิจฉัย ดังนี้

  • การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง ตรวจเลือดค้นหาสารบ่งชี้โรค เช่น รูมาตอยด์แฟกเตอร์ (Rheumatoid Factor) แอนติบอดี้ต่อต้านนิวเคลียส (ANA) และแอนติบอดี้เฉพาะอื่นๆ (เช่น Anti-dsDNA ANA Profile Anti-CCP ANCA)
  • การตรวจความเข้มข้นของการอักเสบในร่างกาย (ESR และ CRP)
  • การตรวจคัดกรองการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น การตรวจปัสสาวะเพื่อเช็กโปรตีนรั่ว ตรวจเลือดดูการทำงานของตับและไต
  • การตรวจภูมิแพ้ (Allergy Testing)
  • การตรวจระดับภูมิคุ้มกัน (Immunoglobulin)
  • ตรวจความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density)
  • การตรวจชิ้นเนื้อหรือส่งตรวจทางพยาธิวิทยาในกรณีจำเป็น
  • การตรวจทางรังสีวิทยา ได้แก่ X-ray หรือ Ultrasound Joint เพื่อตรวจหาพยาธิสภาพและการทำลายข้อต่อในระยะเริ่มแรก การตรวจ CT Scan หรือ MRI เมื่อมีข้อบ่งชี้
  • การตรวจชิ้นเนื้อหรือส่งตรวจทางพยาธิวิทยาในกรณีจำเป็น

แนวทางการรักษาและการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันอย่างยั่งยืน

เพราะอาการของคนไข้แต่ละรายมีความแตกต่างกันอย่างมาก ทีมแพทย์ของเราจึงมุ่งเน้นการออกแบบการรักษาร่วมกันแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine)

  • การรักษาด้วยยา: ยาลดการอักเสบ ยาควบคุมภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive Drugs) ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค (DMARDs) ยาชีวภาพ (Biologic Therapy) เพื่อควบคุมและกดภูมิคุ้มกันให้อยู่ในสภาวะสงบได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • การบำบัดฟื้นฟูสภาพร่างกาย (Physical Rehabilitation): ร่วมมือกับทีมนักกายภาพบำบัดในการฟื้นฟู ยืดเหยียด และเพิ่มสมรรถภาพของข้อต่อที่เกิดการอักเสบ เพื่อป้องกันข้อติดแข็งและคงความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหว
  • การให้คำปรึกษาดูแลตนเองที่บ้าน (Patient Education): แนะนำวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานอาหารเพื่อเลี่ยงตัวกระตุ้น และการจัดการความเครียดที่ส่งผลโดยตรงต่อความแปรปรวนของระบบภูมิคุ้มกัน
  • การติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Monitoring): ติดตามดูผลข้างเคียงจากยาและการดำเนินโรคอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับแผนการรักษาได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

ทำไมต้องเลือก “ศูนย์โรครูมาตอยด์ ภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา” ?

  • ดูแลครบทุกโรคข้อ ภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน
    ครอบคลุมทั้งโรคภูมิแพ้ทั่วไป โรคเรื้อรัง และโรคภูมิคุ้มกันที่มีความซับซ้อน
  • ทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ
    ดูแลร่วมกันโดยอายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติสซั่ม แพทย์เฉพาะทางด้านภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน แพทย์ผิวหนัง แพทย์โรคไต โรคปอด โรคหัวใจ และแพทย์สาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  • วินิจฉัยแม่นยำด้วยเทคโนโลยีทันสมัย
    ด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง ทำให้สามารถประเมินโรคได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
  • แผนการรักษาที่ครอบคลุมทุกมิติ: ไม่ใช่แค่การจ่ายยา แต่เราให้คำแนะนำการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย การฟื้นฟูข้อต่อ การดูแลโภชนาการ และการดูแลด้านจิตใจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน
  • วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
    ปรับแนวทางรักษาให้เหมาะกับโรค ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละราย

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: โรครูมาตอยด์กับโรคข้อเสื่อมทั่วไป แตกต่างกันอย่างไร?

A: โรคข้อเสื่อม มักเกิดจากการสึกหรอและการใช้งานข้อต่อสะสมตามอายุหรือน้ำหนักตัว แต่โรครูมาตอยด์ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติแล้วมาทำลายข้อต่อของตัวเอง ทำให้ปวด บวม แดง ร้อน และมีอาการข้อติดแข็งเป็นชั่วโมงในตอนเช้าหลังตื่นนอน ซึ่งสามารถเกิดได้กับคนทุกช่วงวัย

Q : โรครูมาตอยด์รักษาหายขาดหรือไม่?

A : ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมโรค ลดการอักเสบ และชะลอความเสื่อมของข้อได้ หากรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

Q: หากเป็นโรค SLE (โรคพุ่มพวง) จะสามารถแต่งงานหรือมีบุตรได้ไหม?

A: สามารถมีได้ แต่คนไข้จำเป็นต้องวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้รักษาอย่างใกล้ชิด โดยเงื่อนไขสำคัญคือตัวโรคจะต้องอยู่ในระยะที่สงบแล้วอย่างน้อย 6 เดือน และต้องมีการปรับเปลี่ยนยากลุ่มควบคุมภูมิคุ้มกันบางตัวที่อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ให้เหมาะสมก่อนเริ่มตั้งครรภ์

Q: ยารักษากลุ่มกดภูมิคุ้มกันที่ต้องทานเป็นประจำมีผลข้างเคียงอันตรายไหม?

A: ยาทุกชนิดอาจมีผลข้างเคียงได้ แต่แพทย์เฉพาะทางจะประเมินความเสี่ยงและเลือกใช้ยาในปริมาณที่ต่ำที่สุดที่สามารถควบคุมโรคได้ พร้อมทั้งนัดตรวจเลือดติดตามการทำงานของตับ ไต และระบบเลือดเป็นประจำ การทานยาภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์จึงมีความปลอดภัยที่สุด

Q : ภูมิแพ้สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่?

A : โรคภูมิแพ้หลายชนิดสามารถควบคุมอาการได้ดีด้วยยา การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และในผู้ป่วยบางรายอาจพิจารณาการรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้ตามข้อบ่งชี้

แพทย์ประจำศูนย์