ศูนย์โรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา
ดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง เพราะ “สมองและระบบประสาท” คือ ศูนย์กลางการใช้ชีวิต
ระบบประสาทและสมองมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการทำงานของต่างๆในร่างกาย ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างการเต้นของหัวใจ การหายใจ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ไปจนถึงความคิด ความรู้สึก และความจำทั้งหมดที่เกิดขึ้น เมื่อใดก็ตามที่ระบบศูนย์กลางนี้เกิดความผิดปกติ ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างรุนแรง และอาจอันตรายถึงขั้นพิการ อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
“ศูนย์โรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา” พร้อมมอบการดูแลรักษาที่ทันสมัยครบวงจร เราเข้าใจดีว่าทุกวินาทีมีค่า จึงได้จัดเตรียมทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่างๆและทีมสหวิชาชีพที่มีประสบการณ์ พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมให้คำปรึกษา วินิจฉัย และวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำตลอด 24 ชั่วโมง รองรับทั้งภาวะฉุกเฉินและโรคที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกๆวัน
ศูนย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทที่ครอบคลุมของเรา
- ศูนย์โรคปวดหัว
- ศูนย์โรคปวดหลังและปวดคอ
- ศูนย์พาร์กินสันและการเคลื่อนไหวผิดปกติ
- ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง
- ศูนย์กระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS)
สังเกตสัญญาณเตือน…อาการทางระบบประสาทที่ควรรีบพบแพทย์ด่วน !
อาการผิดปกติทางระบบประสาทมักซับซ้อนและสังเกตได้ยากในระยะเริ่มต้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางโดยด่วน
- อาการเฉียบพลันหรือรุนแรง: อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดศีรษะข้างเดียวติดต่อกันนานกว่า 24 ชั่วโมง อาการชักหรือหมดสติ หรือเกิดอุบัติเหตุทางศีรษะและได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง
- อาการของโรคหลอดเลือดสมอง: แขนขาหรือใบหน้าชาหรืออ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่งฉับพลัน พูดไม่ชัด มุมปากตก หน้าเบี้ยว เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ การมองเห็นผิดปกติอย่างเฉียบพลัน
- ระบบกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว: มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการสั่น ปวดหลังแล้วร้าวยาวลงไปถึงขาและน่อง หรือปวดต้นคอจนลามขึ้นมาปวดหัว
- ระบบความคิดและพฤติกรรม: มีอาการหลงลืม พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง สับสนเรื่องเวลาและสถานที่ หรือมีอารมณ์แปรปรวนผิดปกติ
- ระบบประสาทสัมผัส: มีอาการคลื่นไส้ ตาพร่ามัว ไม่สามารถควบคุมร่างกายส่วนต่างๆได้ตามปกติ
แม่นยำทุกการวินิจฉัย…ด้วยเครื่องมือการตรวจระดับสากล
เพื่อให้เท่าทันทุกสัญญาณอันตรายและภัยเงียบภายในระบบประสาท ศูนย์โรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา มีเครื่องมือการตรวจวิเคราะห์ที่ละเอียดและแม่นยำ
- เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง CT-128 Slices: ช่วยตรวจค้นหาโรคได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาวะเลือดคั่งในสมอง เส้นเลือดสมองแตก และเนื้องอกในสมอง
- เครื่องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความละเอียดสูง MRI / MRA Scan: สำหรับตรวจสมอง หลอดเลือดสมอง และระบบประสาทส่วนกลางอย่างละเอียดถี่ถ้วน
- เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG): การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง ใช้ช่วยวินิจฉัยโรคลมชัก และความผิดปกติของการทำงานของสมอง
- เครื่องตรวจเส้นประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (EMG): ประเมินความผิดปกติของระบบเส้นประสาทส่วนปลายและกล้ามเนื้อ เช่น เส้นประสาทถูกกดทับ ชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- เครื่องตรวจการนำกระแสประสาท (NCS): ช่วยวินิจฉัยภาวะเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมหรือโดนกดทับ
ทางเลือกการรักษาที่ครอบคลุม…เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของคุณ
เรามีแนวทางการรักษาโรคทางสมองและระบบประสาทที่หลากหลายและได้มาตรฐานสากล โดยทีมอายุรแพทย์และศัลยแพทย์ระบบประสาทยอดเยี่ยม ที่จะร่วมวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล
- การรักษาด้วยการใช้ยา: สำหรับโรคทางระบบประสาทหลายชนิด เช่น ไมเกรน โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน โรคความจำเสื่อม
- การรักษาด้วยกายภาพบำบัด: ช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหว ลดความพิการ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วย
- การรักษาทางเลือกและแพทย์แผนบูรณาการ: การใช้อุปกรณ์ช่วยเสริม การนวดแบบอายุรเวท การฝังเข็ม
- การรักษาเฉพาะจุดแบบไม่ต้องผ่าตัดใหญ่:
- การฉีดยาเข้าบริเวณประสาทและไขสันหลังหรือข้อต่อกระดูก เพื่อช่วยลดอาการปวดหรือความผิดปกติบางประเภท
- การรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทและโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมโดยใช้คลื่นวิทยุ (Nucleoplasty)
- การรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นเซลล์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS : Transcranial Magnetic Stimulation): เครื่องกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ช่วยในการฟื้นฟูและรักษาโรคทางระบบประสาท
- การผ่าตัดศัลยกรรมขั้นสูง: การรักษาด้วยการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS : Minimally Invasive Surgery) เพื่อช่วยให้คนไข้เจ็บน้อยและฟื้นตัวได้ไวขึ้น
ทำไมต้องไว้วางใจ ศูนย์โรคระบบประสาทและสมองโรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา ?
- ✓ การดูแลเฉพาะทางที่ครอบคลุมทุกมิติ: เรามีศูนย์รักษาเฉพาะทางเพื่อการดูแลที่ตรงจุดที่สุด ได้แก่ ศูนย์สมอง ศูนย์โรคปวดหลัง ศูนย์โรคปวดหัว ศูนย์พาร์กินสันและการเคลื่อนไหวผิดปกติ ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง
- ✓ อุ่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง: พร้อมให้บริการตรวจรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและสมองตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรองรับโรคสำคัญ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ลดความเสี่ยงจากภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ✓ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา ศัลยกรรมประสาท และทีมสหวิชาชีพที่ทำงานร่วมกัน
- ✓ เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาชั้นนำที่ทันสมัย: ครบครันด้วยเครื่องมือตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ทันสมัย เช่น นวัตกรรมการผ่าตัดแผลเล็ก (MIS) การใช้เทคโนโลยีการกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS) เข้ามาช่วยในการรักษาและฟื้นฟูการทำงานของสมองและระบบประสาท ช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้ทำงานได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ✓ การรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล: เพราะผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่าง เราจึงให้ความสำคัญกับการเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมที่สุด
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: หากมีอาการปวดหัวบ่อยๆ แบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที?
A: หากมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเฉียบพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดติดต่อกันนานเกิน 24 ชั่วโมง หรือปวดหัวร่วมกับมีอาการตาพร่ามัว แขนขาอ่อนแรง หรือปากเบี้ยว ควรรีบมาพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง
Q: โรคระบบประสาทรักษาให้หายได้หรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค หลายโรคสามารถควบคุมอาการและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม
Q: ผู้สูงอายุที่ความจำลดลงควรมาตรวจหรือไม่?
A: ควร เพราะอาการหลงลืมอาจเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนแปลงตามวัย หรือสัญญาณของโรคสมองเสื่อมที่ควรได้รับการประเมิน
Q: การตรวจ MRI และ CT Scan แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกตรวจแบบไหน?
A: CT Scan จะเน้นความรวดเร็ว เหมาะกับกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉินเพื่อดูภาวะเลือดออกในสมอง ส่วน MRI จะใช้คลื่นสนามแม่เหล็กที่ให้ความละเอียดสูงมาก เหมาะกับการตรวจดูเนื้อเยื่อสมอง เส้นประสาท และเนื้องอกอย่างละเอียด ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้ป่วยแต่ละราย
Q: การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS) ดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิมอย่างไร?
A: การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (MIS) จะช่วยลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อรอบๆ บริเวณที่ผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อยลง เจ็บแผลน้อยลง และสามารถฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก