ศูนย์ปลูกถ่ายไต (Synphaet Maravas Kidney Transplant Center) โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา
“การปลูกถ่ายไต” อีกทางเลือกของการกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติ
สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย การใช้ชีวิตต้องผูกติดอยู่กับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือการล้างไตทางช่องท้อง ซึ่งสร้างความเหนื่อยล้าและข้อจำกัดมากมายในชีวิตประจำวัน การ “ปลูกถ่ายไต” จึงถือเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่ดีที่สุดที่จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเหล่านี้ เปิดโอกาสให้อวัยวะกลับมาทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงปกติ ช่วยให้ผู้ป่วยหลุดพ้นจากความยุ่งยากในการฟอกไต และกลับไปใช้ชีวิตกับคนที่รักได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
ศูนย์ปลูกถ่ายไต Synphaet Maravas Kidney Transplant Center โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล เราพร้อมเคียงข้างและดูแลคุณในทุกย่างก้าวตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจ ด้วยความพร้อมระดับสากล ทั้งทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านโรคไต ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายไต และทีมสหวิชาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษา วางแผน ประเมินความพร้อม ตลอดจนการดูแลติดตามผลระยะยาวอย่างใกล้ชิด เพราะเราเชื่อมั่นว่า “การรักษาที่ดี ต้องคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไข้ได้จริง”
ผู้ป่วยกลุ่มไหนที่ควรได้รับการปลูกถ่ายไต ?
การปลูกถ่ายไตไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย แต่จะต้องผ่านการตรวจประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากแพทย์เฉพาะทาง โดยผู้ที่เหมาะสมควรมีลักษณะดังนี้
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย: ผู้ป่วยที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างถาวรและต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต (ฟอกเลือดหรือล้างไต) หรือผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายและต้องการวางแผนการรักษาล่วงหน้า
- มีสุขภาพร่างกายพร้อมรับการผ่าตัด: ผ่านการตรวจสุขภาพและประเมินระบบอวัยวะต่างๆ ว่ามีความแข็งแรงเพียงพอที่จะทนต่อการผ่าตัดใหญ่ได้
- ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์: ปราศจากโรคประจำตัวรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อกระบวนการปลูกถ่ายไต
- ผ่านการประเมินจากทีมแพทย์เฉพาะทาง: ได้รับการตรวจวินิจฉัยและยืนยันความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจจากทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ
ความเหมาะสมในการปลูกถ่ายไตขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวม โรคร่วม อายุ ภาวะติดเชื้อ สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผลการประเมินจากทีมปลูกถ่ายไตเป็นรายบุคคล
ขั้นตอนและการเตรียมความพร้อมในการปลูกถ่ายไต
เพื่อให้กระบวนการผ่าตัดมีความปลอดภัยและประสบความสำเร็จสูงสุด ทางศูนย์มีขั้นตอนการดูแลที่เป็นระบบ ดังนี้
- เข้ารับคำปรึกษาและประเมินเบื้องต้น
แพทย์ประเมินประวัติการรักษา โรคประจำตัว การทำงานของไต และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย
- ประเมินความพร้อมของผู้รับไต
ตรวจสุขภาพโดยรวมและประเมินความพร้อมต่อการผ่าตัด รวมถึงการตรวจเลือด การทำงานของหัวใจและปอด การตรวจทางรังสี และการคัดกรองโรคหรือการติดเชื้อที่อาจมีผลต่อการปลูกถ่าย
- ประเมินความเข้ากันได้ระหว่างผู้บริจาคและผู้รับ
ตรวจสอบความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อและหมู่เลือด ระหว่างผู้ป่วยกับผู้บริจาค (ไม่ว่าจะเป็นญาติสายโลหิตหรือผู้บริจาคไร้ญาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย)
- ประเมินผู้บริจาคไต
สำหรับผู้บริจาคที่มีชีวิต จะต้องได้รับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่ามีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอและสามารถบริจาคไตได้อย่างปลอดภัย
- วางแผนการรักษาและเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ทีมแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพร่วมกันวางแผนการรักษา เตรียมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและครอบครัวเกี่ยวกับการดูแลก่อนและหลังผ่าตัด
- การผ่าตัดปลูกถ่ายไต
ดำเนินการโดยทีมศัลยแพทย์ปลูกถ่ายไตและทีมวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางในห้องผ่าตัดที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
- การติดตามหลังปลูกถ่ายไต
หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องได้รับการติดตามการทำงานของไตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับประทานยากดภูมิคุ้มกันตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยป้องกันการต่อต้านไตใหม่
ทำไมต้องเลือกศูนย์ปลูกถ่ายไต โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา ?
- ✓ ความร่วมมือระดับสากลกับมหาวิทยาลัยมหิดล: มั่นใจในมาตรฐานการรักษาและเกณฑ์การปฏิบัติงานเทียบเท่าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ
- ✓ ทีมแพทย์และสหสาขาผู้ชำนาญการเฉพาะทาง: นำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต พร้อมด้วยศัลยแพทย์ปลูกถ่ายไตและทีมสหวิชาชีพที่ดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน
- ✓ ดูแลครบวงจรแบบไร้รอยต่อ (One-Stop Care): ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ตรวจประเมิน วางแผนการผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลระยะยาว เพื่อความมั่นใจสูงสุดของผู้ป่วยและครอบครัว
- ✓ มุ่งเน้นการคืนคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด: ให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน และมีความสุขกับครอบครัวได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: การปลูกถ่ายไตดีกว่าการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอย่างไร?
A: การปลูกถ่ายไตช่วยคืนการทำงานของไตใหม่ให้สามารถขับของเสียและสมดุลน้ำในร่างกายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าการฟอกเลือดที่ทำเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ช่วยให้ผู้ป่วยมีพละกำลัง ไม่ต้องคุมน้ำและอาหารเข้มงวดเท่าเดิม และมีอายุยืนยาวรวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
Q: ใครบ้างที่สามารถเป็นผู้บริจาคไตให้กับผู้ป่วยได้?
A: ผู้บริจาคไตแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1. ผู้บริจาคที่มีชีวิตอยู่ ซึ่งมักจะเป็นญาติสายโลหิตที่มีความใกล้ชิดกัน (เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือบุตร) หรือคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย และ 2. ผู้บริจาคสมองตาย ซึ่งได้รับความยินยอมจากการบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย โดยทุกเคสจะต้องผ่านการตรวจความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อและสุขภาพอย่างเข้มงวดตามเกณฑ์แพทย์
Q: ผู้ป่วยโรคไตทุกคนสามารถปลูกถ่ายไตได้หรือไม่?
A: ไม่เสมอไป แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวม โรคร่วม ความพร้อมต่อการผ่าตัด และปัจจัยอื่นๆเป็นรายบุคคล เพื่อพิจารณาว่าการปลูกถ่ายไตเหมาะสมหรือไม่
Q: ต้องฟอกไตก่อนจึงจะปลูกถ่ายไตได้หรือไม่?
A: ไม่จำเป็นเสมอไป ในผู้ป่วยบางรายที่มีโรคไตเรื้อรังระยะลุกลามและผ่านการประเมินว่าเหมาะสม อาจสามารถวางแผนปลูกถ่ายไตก่อนเริ่มฟอกไตได้ หรือเรียกว่า Preemptive Kidney Transplant
Q: หลังปลูกถ่ายไตต้องกินยาตลอดชีวิตหรือไม่?
A: โดยทั่วไปผู้รับไตจำเป็นต้องใช้ ยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยป้องกันร่างกายต่อต้านไตที่ได้รับการปลูกถ่าย และต้องมาตรวจติดตามตามนัดอย่างสม่ำเสมอ