ศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา (Fertility Center)
เติมเต็มคำว่าครอบครัว ด้วยนวัตกรรมช่วยการเจริญพันธุ์และทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
ในปัจจุบันพบภาวะมีบุตรยากมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป คู่สมรสส่วนใหญ่มักจะแต่งงานและพร้อมสร้างครอบครัวเมื่อมีอายุมากขึ้น ซึ่งอายุที่เพิ่มขึ้นนี้เองเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลง คำว่า “ภาวะมีบุตรยาก” ในทางการแพทย์ หมายถึง การที่คู่สมรสมีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ได้มีการคุมกำเนิดใดๆเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานถึง 1 ปีเต็ม แต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ซึ่งปัญหานี้สร้างความกังวลใจให้กับหลายๆคู่เป็นอย่างมาก
ศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา (Synphaet Fertility Center) พร้อมให้บริการดูแลคู่สมรสที่ต้องการมีบุตรอย่างครบวงจร โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพและนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่มีประสบการณ์สูง ผสานเข้ากับห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ทันสมัย และเครื่องมือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ขั้นสูง เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสมสำหรับแต่ละคู่สมรส
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
สถิติทางการแพทย์ระบุว่า ปัญหาการมีบุตรยากไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยพบว่าเกิดจากฝ่ายหญิงประมาณ 50% เกิดจากฝ่ายชาย 40% และอีก 10% เป็นกลุ่มที่ไม่พบสาเหตุแน่ชัด ศูนย์ของเราจึงเน้นการตรวจหาสาเหตุร่วมกันทั้งสองฝ่ายเพื่อแก้ไขให้ตรงจุด
ปัญหาจากฝ่ายชาย:
- ภาวะความผิดปกติในการสร้างเชื้ออสุจิ ทั้งในแง่ของจำนวน (ปริมาณน้อย) และคุณภาพ (ตัวอสุจิไม่แข็งแรงหรือรูปร่างผิดปกติ) ภาวะฮอร์โมนผิดปกติในเพศชาย
ปัญหาจากฝ่ายหญิง:
- ความผิดปกติของการสร้างหรือการตกไข่
- ภาวะฮอร์โมนผิดปกติ
- ความผิดปกติของมดลูกและท่อนำไข่ (เช่น ท่อนำไข่ตีบหรือตัน เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่)
- ความผิดปกติของปากมดลูกและช่องคลอด เช่น มีแผ่นกั้นช่องคลอด
ปัจจัยอื่นๆ:
- การมีเพศสัมพันธ์ที่ห่างกันเกินไป ความเครียดสะสม โรคประจำตัวอื่นๆ
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยค้นหาสาเหตุภาวะมีบุตรยาก
เพื่อค้นหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากได้อย่างแม่นยำ ศูนย์ผู้มีบุตรยากให้บริการตรวจครบทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ได้แก่
สำหรับฝ่ายหญิง:
- การซักประวัติโรคประจำตัว ประวัติการเจ็บป่วย ประวัติรอบเดือน และการมีเพศสัมพันธ์ พร้อมทั้งตรวจร่างกายอย่างละเอียด
- การตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์
- การทำอัลตราซาวนด์ เพื่อตรวจดูมดลูกและรังไข่
- การตรวจเอกซเรย์ท่อนำไข่และโพรงมดลูก (HSG) เพื่อตรวจดูความปกติของโพรงมดลูกและท่อนำไข่ในบางราย
- การส่องกล้องตรวจช่องท้อง (Laparoscopy) หรือส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก (Laparoscopy) เพื่อค้นหาความผิดปกติของอวัยวะภายในอย่างละเอียดในบางราย
- การตรวจพันธุกรรมในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้
สำหรับฝ่ายชาย:
- ทำได้ง่าย โดยการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) เพื่อดูปริมาณและคุณภาพของตัวอสุจิ ซึ่งสามารถบอกสาเหตุเบื้องต้นได้อย่างชัดเจน
การดูแลรักษาและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ของเรามีอะไรบ้าง ?
ศูนย์ผู้มีบุตรยากของเราเพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ระดับสากล เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์ให้สูงที่สุด
การดูแลรักษาเบื้องต้น
- การปรับพฤติกรรมและวางแผนการมีบุตร
- การรักษาความผิดปกติของฮอร์โมน
- การกระตุ้นการตกไข่
- การรักษาโรคทางนรีเวชที่เป็นสาเหตุ
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART)
- IUI (Intrauterine Insemination): การผสมเทียมในโพรงมดลูก โดยคัดเลือกเฉพาะตัวอสุจิที่แข็งแรงที่สุดฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรงในวันที่ไข่ตก
- IVF (In Vitro Fertilization): การทำเด็กหลอดแก้ว โดยนำไข่และอสุจิมาผสมกันในห้องปฏิบัติการเพื่อให้ออกฤทธิ์ปฏิสนธินอกร่างกาย ก่อนจะย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
- ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection): การฉีดอสุจิเข้าไข่โดยตรง เป็นการคัดเลือกอสุจิเพียงตัวเดียวที่สมบูรณ์ที่สุดแล้วใช้เข็มแก้วขนาดจิ๋วเจาะฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่ด้วยเทคนิคจุลทรรศน์ เหมาะสำหรับเคสที่อสุจิมีปัญหามาก
- PGD (Pre-implantation Genetic Diagnosis): การวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนฝังตัว เพื่อตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมและโครโมโซม ช่วยเพิ่มอัตราการฝังตัวและลดความเสี่ยงโรคส่งต่อทางพันธุกรรม
- การเลี้ยงตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst Culture): เพาะเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการนาน 5 วัน เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์และมีคุณภาพสูงสุดก่อนใส่กลับเข้ามดลูก
- TESE (Testicular Sperm Extraction): การผ่าตัดขนาดเล็กเพื่อเจาะเก็บตัวอสุจิจากอัณฑะโดยตรง สำหรับฝ่ายชายที่มีปัญหาไม่มีตัวอสุจิออกมาในน้ำเชื้อหรือมีปัญหารุนแรง
- Laser Assisted Hatching: การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ช่วยเจาะเปลือกตัวอ่อน เพื่อช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวกับผนังมดลูกได้ง่ายยิ่งขึ้น
- การแช่แข็งไข่และตัวอ่อน (Egg & Embryo Freezing): เทคโนโลยีเก็บรักษาไข่หรือตัวอ่อนไว้ที่อุณหภูมิต่ำมาก (-196°C) เพื่อคงคุณภาพของเซลล์ไว้สำหรับการวางแผนตั้งครรภ์ในอนาคต
ทำไมต้องเลือกศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา ?
- ✓ การรักษาครบวงจรตั้งแต่ต้นจนคลอด: เรามีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ขั้นสูงครบทุกรูปแบบ ( เช่น IUI IVF ICSI PGD) และเมื่อตั้งครรภ์สำเร็จ สามารถฝากครรภ์ต่อกับศูนย์สูตินรีเวชและคลอดในโรงพยาบาลมาตรฐานสูงได้อย่างไร้รอยต่อ
- ✓ ทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการ: ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์เลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการระบบปิดที่ได้มาตรฐานสากล ควบคุมความสะอาดและความชื้นอย่างเข้มงวด
- ✓ ห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย: เพียบพร้อมด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เช่น เลเซอร์ช่วยฟักตัวอ่อน เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในทุกขั้นตอน
- ✓ ดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ: ดูแลโดยสูตินรีแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ พยาบาล และทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมดูแล หากพบโรคร่วม เช่น เบาหวาน สามารถส่งรักษาต่อกับศูนย์แพทย์เฉพาะทางภายในโรงพยาบาลได้อย่างทันที
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: แต่งงานมานานเท่าไหร่แล้วยังไม่มีลูก ถึงจะเข้าเกณฑ์ว่ามี “ภาวะมีบุตรยาก”?
A: หากคู่สมรสมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง โดยไม่ได้คุมกำเนิดเลยเป็นเวลา 1 ปีเต็มแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ จะถือว่าเข้าข่ายภาวะมีบุตรยากควรมาพบแพทย์ หรือหากฝ่ายหญิงมีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป แนะนำว่าถ้ารอเกิน 6 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ก็สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบปี
Q: ปัญหามีบุตรยากเกิดจากฝ่ายหญิงเท่านั้นหรือไม่?
A: ไม่ใช่ สาเหตุพบได้จากฝ่ายหญิงประมาณครึ่งหนึ่ง ฝ่ายชายประมาณร้อยละ 40 และบางรายเกิดจากทั้งสองฝ่ายร่วมกัน
Q: ต้องตรวจทั้งสามีและภรรยาหรือไม่?
A: ควรตรวจทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน เพื่อหาสาเหตุได้ครบถ้วนและวางแผนการรักษาได้รวดเร็ว
Q: ทุกคนจำเป็นต้องทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรือไม่?
A: ไม่จำเป็น แพทย์จะเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด ตั้งแต่การใช้ยา การฉีดเชื้อ (IUI) ไปจนถึง IVF หรือ ICSI ตามข้อบ่งชี้
Q: การทำเด็กหลอดแก้ววิธี IVF กับ ICSI แตกต่างกันอย่างไร และวิธีไหนดีกว่ากัน?
A: ทั้งสองวิธีเป็นการปฏิสนธินอกร่างกายเหมือนกัน โดย IVF จะเป็นการนำไข่และอสุจิปริมาณหนึ่งมาใส่ในจานเพาะเลี้ยงเพื่อให้ตัวอสุจิว่ายไปเจาะไข่เองตามธรรมชาติ ส่วน ICSI จะเป็นเทคนิคขั้นสูงที่แพทย์จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียว แล้วใช้เข็มฉีดเข้าไปในเนื้อไขโดยตรง วิธี ICSI มักจะให้ผลการปฏิสนธิที่ดีกว่าในกรณีที่ฝ่ายชายมีปัญหาน้ำเชื้ออ่อนมากๆ หรือเปลือกไข่ของฝ่ายหญิงหนา
Q: อายุมีผลต่อโอกาสตั้งครรภ์หรือไม่?
A: มีผลอย่างมาก โดยเฉพาะหลังอายุ 35 ปี คุณภาพและจำนวนไข่จะลดลง จึงควรเข้ารับคำปรึกษาโดยเร็วเมื่อวางแผนมีบุตร