ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา
ดูแลทุกปัญหาทางตา เพราะ “ดวงตาและการมองเห็น” คือ ส่วนสำคัญของคุณภาพชีวิต
ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็นและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่โรคทางตาหลายชนิดมักเริ่มต้นโดยแทบไม่มีอาการ เช่น ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม หรือเบาหวานขึ้นจอประสาทตา เมื่อรู้ตัวอีกครั้งอาจสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ปัญหาทางตาที่ดูเหมือนเล็กน้อย เช่น ตาแดง ตาแห้ง ตามัว หรือมองเห็นภาพผิดปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยจักษุแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างตรงจุด ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยรักษาการมองเห็นในระยะยาว
ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา พร้อมดูแลโรคตาแบบครบวงจร เราพร้อมให้บริการทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การรักษา และการผ่าตัดรักษาโรคทางตาที่ซับซ้อน โดยทีมจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง ร่วมกับทีมพยาบาลและสหวิชาชีพที่เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาโดยตรง ผสานเข้ากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมให้บริการอย่างสะดวก เดินทางง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว แม่นยำ และมีคุณภาพ
โรคตาและปัญหาทางตาที่เราดูแลรักษา
ศูนย์จักษุให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคตาอย่างครอบคลุม โรคตาและปัญหาทางตาที่ศูนย์จักษุของเราให้การตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษา ได้แก่
- โรคต้อ : ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ต้อลม
- โรคของจอตา : เบาหวานขึ้นจอตา จอตาเสื่อม จอตาฉีกหรือหลุดลอก วุ้นตาเสื่อม
- โรคของกระจกตา : กระจกตาอักเสบ แผลที่กระจกตา กระจกตาติดเชื้อ
- โรคของเปลือกตาและท่อน้ำตา : หนังตาตก เปลือกตาอักเสบ กุ้งยิง ท่อน้ำตาอุดตัน
- โรคทางสายตา : สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง สายตาผู้สูงอายุ
- โรคตาในเด็ก : ตาเข ตาขี้เกียจ สายตาผิดปกติในเด็ก
- โรคติดเชื้อและอักเสบของดวงตา : เยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง ม่านตาอักเสบ
- โรคตาที่มีสาเหตุจากโรคเรื้อรังอื่นๆ : เบาหวานขึ้นจอตา จอตาผิดปกติจากความดันโลหิตสูง โรคตาจากไทรอยด์เป็นพิษ การมองเห็นผิดปกติจากภาวะหรือโรคทางสมอง
- ภาวะผิดปกติทางตาจากอุบัติเหตุต่างๆ : สิ่งแปลกปลอมในตา แผลที่ตา เลือดออกในตา
เครื่องมือการตรวจวินิจฉัยของศูนย์จักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา
เพื่อให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำ ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา ให้บริการตรวจด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้แก่
- การตรวจวัดสายตาและค่าสายตาโดยจักษุแพทย์
- เครื่องตรวจวัดความดันลูกตา (Tonometry): เพื่อบอกค่าความดันของลูกตา
- เครื่องถ่ายภาพและตรวจวิเคราะห์จอประสาทตาและขั้วประสาทตา (OCT – Optical Coherence Tomography): นวัตกรรมการสแกนจอประสาทตาแบบ 3 มิติ เพื่อดูความหนาของชั้นประสาทตาและชั้นจอประสาทตาอย่างชัดเจน
- เครื่องตรวจลานสายตา (Visual Field Test): เพื่อประเมินขอบเขตการมองเห็น และตำแหน่งที่ไม่รับภาพ ใช้ประกอบการวินิจฉัยและติดตามอาการของโรคต้อหินหรือภาวะทางสมอง หรือเส้นประสาทตา
- เครื่องถ่ายภาพจอตา (Fundus Camera) เพื่อเห็นภาพจอตา ภาวะผิดปกติทางจอตา ขั้วประสาทตา จุดรับภาพชัด เส้นเลือดที่จอตา
- เครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียม (IOL master) เพื่อใช้ในกรณีผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ผ่าตัดต้อกระจก
- การตรวจวัดความหนากระจกตา (CCT – Central Corneal Thickness)
- เครื่องตรวจตาด้วยกล้อง Slit Lamp (Slit Lamp Biomicroscopy): กล้องจุลทรรศน์ตรวจพยาธิสภาพส่วนหน้าของลูกตาอย่างละเอียด เช่น เปลือกตา เยื่อบุตา กระจกตา ม่านตา เลนส์ตา วุ้นตา จอตาและขั้วประสาทตา
การตรวจทั้งหมดช่วยให้สามารถค้นหาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาโรคตาที่ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา
ศูนย์โรคตาให้บริการรักษาโรคตาอย่างครบวงจร ทั้งการรักษาด้วยยา เลเซอร์ และการผ่าตัด ได้แก่
การรักษาด้วยยา
- ยาหยอดตา ยารับประทาน
- การรักษาภาวะเบาหวานขึ้นจอตาหรือจอตาเสื่อมด้วยการฉีดยาเข้าวุ้นตา (Anti-VEGF)
การรักษาด้วยเลเซอร์
- การใช้เลเซอร์จอตา รักษาเบาหวานขึ้นจอตา
- การใช้เลเซอร์รักษาจอประสาทตาฉีกขาด
- การใช้เลเซอร์รักษาต้อหิน เลเซอร์เจาะรูม่านตา เลเซอร์ร่วมลดความดันตา
การรักษาด้วยการผ่าตัด
- ผ่าตัดต้อกระจก (Cataract Surgery) หรือผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเพื่อแก้ไขสายตา (RLE : Refractive Len Exchange) ด้วยเทคโนโลยีการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง (Phacoemulsification) แผลเล็ก และใส่เลนส์ตาเทียม ซึ่งมีชนิดต่างๆที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล เช่น เลนส์ระยะเดียว เลนส์หลายระยะ เลนส์แก้สายตาเอียง เป็นต้น
- การผ่าตัดต้อเนื้อ
- การผ่าตัดต้อหิน
- การผ่าตัดหนังตาตก หนังตาหย่อน กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- การผ่าตัดจอตา
- การผ่าตัดท่อน้ำตาอุดตัน
- การผ่าตัดโรคตาอื่นๆ
แพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาที่เหมาะสมกับโรค ระยะของโรค และสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้เกิดผลการรักษาที่ดีที่สุด
ทำไมต้องเลือกศูนย์จักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา ?
- ✓ อบอุ่นและมั่นใจด้วยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง
ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตา กระจกตา โรคตาเด็ก และโรคตาทั่วไป
- ✓ เทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยทันสมัย
เครื่องมือช่วยค้นหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา
- ✓ รักษาครบวงจรในที่เดียว
ตั้งแต่การตรวจสุขภาพตา ตรวจสายตา รักษาโรคตา ไปจนถึงการผ่าตัดที่ซับซ้อน
- ✓ ดูแลแบบสหวิชาชีพ
ประสานการรักษาร่วมกับอายุรแพทย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ ร่วมกับแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นๆในผู้ป่วยที่มีโรคร่วม
- ✓ ใส่ใจทุกช่วงวัย
ให้บริการตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ไปจนถึงผู้ป่วยโรคตาที่ต้องติดตามรักษาระยะยาว
- ✓ สถานที่สะอาด สะดวก ปลอดภัย
มีห้องพักรอตรวจสำหรับเด็ก และห้องรอหยอดขยายม่านตาเก้าอี้ปรับเอน
Q&A คำถามที่พบบ่อย
- Q: ควรตรวจสุขภาพตาบ่อยแค่ไหน?
A: ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวควรตรวจตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ส่วนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือผู้สูงอายุ ควรตรวจตามคำแนะนำของจักษุแพทย์
- Q: เบาหวานไม่มีอาการ จำเป็นต้องตรวจจอประสาทตาหรือไม่
A: จำเป็น เพราะเบาหวานขึ้นจอประสาทตามักไม่มีอาการในระยะแรก แต่สามารถทำให้สูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการรักษา
- Q: ตาแดงทุกครั้งเกิดจากการติดเชื้อหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป ตาแดงอาจเกิดจากภูมิแพ้ ตาแห้ง การอักเสบ หรือโรคตาอื่นๆ จึงควรให้จักษุแพทย์ตรวจวินิจฉัย
- Q: ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งวันควรดูแลสายตาอย่างไร?
A: พักสายตาทุก 20 นาที มองไกลประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที (กฎ 20-20-20) กะพริบตาบ่อย และตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
- Q: โรคต้อกระจกจำเป็นต้องรอให้ “ต้อแก่หรือสุก” ก่อนค่อยผ่าตัดรักษาได้ไหม?
A: ปัจจุบันไม่ควรต้องรอให้ต้อสุก หากคนไข้เริ่มมีอาการตามัวจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ก็สามารถเข้ามาพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินและทำการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง (Phacoemulsification) ใส่เลนส์เทียมได้เลย การทิ้งไว้ให้ต้อสุกเกินไปอาจทำให้ผ่าตัดยากขึ้นและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น อักเสบ ความดันตาขึ้น หือต้อหินแทรกซ้อน
- Q: โรคต้อหินมีอาการอย่างไร และเราจะรู้ตัวได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้?
A: โรคต้อหินส่วนใหญ่มักเป็น “ภัยเงียบ” เนื่องจากในระยะแรกเริ่มจะไม่มีอาการเจ็บปวดและไม่มีอาการเตือนใดๆเลย แต่ลานสายตาด้านข้างจะค่อยๆแคบลงอย่างช้าๆ กว่าคนไข้จะสังเกตเห็นว่ามองเห็นได้แคบลง ตัวโรคก็มักจะทำลายขั้วประสาทตาไปมากแล้ว ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการเข้ารับการตรวจวัดความดันลูกตาและตรวจขั้วประสาทตากับจักษุแพทย์เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน
- Q: เด็กเล็กที่มีอาการตาเข ตาเก สามารถตรวจวัดสายตาและรักษาได้ตั้งแต่ช่วงอายุเท่าไหร่?
A: สามารถพามาพบจักษุแพทย์ได้ทันทีที่ผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้โต เพราะภาวะตาเข ตาเก หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานอาจนำไปสู่ “ภาวะตาขี้เกียจ” (Amblyopia) ที่สมองส่วนรับภาพไม่พัฒนาตามปกติ การตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆด้วยการสวมแว่น การปิดตา หรือการผ่าตัดกล้ามเนื้อตา จะช่วยให้ระบบการมองเห็นสองตาของเด็กพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด