ศูนย์โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

ศูนย์โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

ศูนย์โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา

ปรับสมดุลฮอร์โมน ดูแลเบาหวานอย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง

โรคของระบบต่อมไร้ท่อเป็นกลุ่มโรคที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น โรคเบาหวาน ความผิดปกติของฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ ต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต โรคเหล่านี้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อหัวใจ สมอง ไต ดวงตา ระบบประสาท กระดูก รวมถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว การดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและแข็งแรง

ศูนย์โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา พร้อมให้บริการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา และติดตามผล โดยอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อและเบาหวาน ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ได้แก่ พยาบาลเฉพาะทาง นักกำหนดอาหาร เภสัชกร นักกายภาพบำบัด และทีมแพทย์จากสาขาต่างๆ เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ห้องปฏิบัติการมาตรฐาน เครื่องมือตรวจวินิจฉัยที่ครบครัน และการเชื่อมต่อการรักษากับศูนย์หัวใจ ศูนย์ไต ศูนย์จักษุ ศูนย์หลอดเลือด และศูนย์ตรวจสุขภาพ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบทุกมิติ

กลุ่มโรคระบบต่อมไร้ท่อที่เราพร้อมดูแลรักษา

เราให้บริการตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาโรคระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึมอย่างครอบคลุม

  • โรคเบาหวานทุกประเภท: ทั้งเบาหวานชนิดที่ 1 เบาหวานชนิดที่ 2 เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDM) รวมถึงภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes)
  • โรคและภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน: ดูแลเชิงรุกเพื่อป้องกันและรักษาภาวะเบาหวานขึ้นตา เบาหวานลงไต แผลเรื้อรังที่เท้าจากเบาหวาน
  • โรคของต่อมไทรอยด์: ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (ไทรอยด์เป็นพิษ) ภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ คอพอก มะเร็งต่อมไทรอยด์
  • โรคของต่อมใต้สมอง: เนื้องอกต่อมใต้สมอง ภาวะฮอร์โมนต่อมใต้สมองผิดปกติ ภาวะโปรแลคตินสูง
  • โรคของต่อมหมวกไต: เนื้องอกต่อมหมวกไต ภาวะต่อมหมวกไตทำงานมากหรือน้อยผิดปกติ
  • โรคเกี่ยวกับแคลเซียมและกระดูก: โรคกระดูกพรุน ภาวะขาดวิตามินดี ภาวะแคลเซียมผิดปกติ โรคของต่อมพาราไทรอยด์
  • ภาวะอ้วนและโรคระบบเผาผลาญผิดปกติ (Metabolic Syndrome): โรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ภาวะฮอร์โมนเพศผิดปกติ กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PMOS) วางแผนลดน้ำหนักและปรับระบบเผาผลาญทางการแพทย์

เครื่องมือและวิธีการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ

ศูนย์ของเราใช้เทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยเพื่อการประเมินสภาวะของโรคได้อย่างละเอียด

  • การตรวจเลือดวิเคราะห์ระดับน้ำตาล: ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด (HbA1c) และการตรวจความสามารถในการทนต่อน้ำตาล (OGTT) เพื่อวินิจฉัยเบาหวานอย่างแม่นยำ
  • เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดต่อเนื่อง (Continuous Glucose Monitoring – CGM): นวัตกรรมติดเซนเซอร์ที่ผิวหนังเพื่อบันทึกระดับน้ำตาลตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้เห็นพฤติกรรมน้ำตาลขึ้นลงได้อย่างละเอียด
  • การตรวจวิเคราะห์ระดับฮอร์โมน (Hormone Immunoassay): ตรวจเช็กระดับฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH, FT3, FT4) ฮอร์โมนต่อมใต้สมองและต่อมหมวกไต ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนอินซูลินและ C-Peptide
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ: ตรวจระดับวิตามินดีและแคลเซียม ไขมันในเลือด ค่าการทำงานของไต โปรตีนรั่วในปัสสาวะ
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Ultrasound): เครื่องมือสร้างภาพความละเอียดสูงเพื่อตรวจดูก้อนเนื้อหรือความผิดปกติทางโครงสร้างของต่อมไทรอยด์
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เอกซเรย์สนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เพื่อช่วยการวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด
  • เครื่องตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Densitometry – DEXA Scan): เพื่อประเมินและวินิจฉัยภาวะกระดูกบางและโรคกระดูกพรุนได้อย่างรวดเร็ว

แนวทางการรักษาและการดูแลเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

เราเน้นการรักษาแบบผสมผสานเพื่อควบคุมโรคและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้ดีที่สุด

  • การออกแบบยารักษาเฉพาะบุคคล (Tailored Medication): การเลือกใช้ยารับประทานควบคุมน้ำตาลรุ่นใหม่ ยาฉีดอินซูลิน หรือยากลุ่มฮอร์โมนทดแทนที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย
  • การดูแลภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานแบบสหสาขาวิชาชีพ โดยประสานการรักษาร่วมกับศูนย์หัวใจ ศูนย์ไต ศูนย์จักษุ ศูนย์ศัลยกรรม และศูนย์หลอดเลือด
  • การดูแลติดตามก้อนไทรอยด์และส่งต่อผ่าตัดเมื่อจำเป็น
  • การดูแลโรคอ้วนและภาวะเมตาบอลิก : ดูแลแบบองค์รวมตั้งแต่การปรับพฤติกรรมด้านโภชนาการ การกำหนดอาหาร การออกกำลังกาย ไปจนถึงการใช้ยาฉีดเพื่อช่วยลดน้ำหนัก
  • ทีมสหวิชาชีพปรับพฤติกรรม (Multidisciplinary Team Support): บริการให้คำปรึกษาเชิงลึกโดย นักกำหนดอาหารเพื่อออกแบบเมนูอาหารเฉพาะโรค และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวานเพื่อสอนการดูแลตัวเองและการตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว

ทำไมต้องเลือกศูนย์โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รพ.สินแพทย์ รามอินทรา

  • ดูแลโดยอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อโดยตรง: อุ่นใจกับการรักษาที่ตรงจุดและครอบคลุมทุกมิติฮอร์โมน โดยอายุรแพทย์โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อที่มีความชำนาญสูง
  • การดูแลในรูปแบบ One-Stop Service: เราดูแลแบบสหวิชาชีพทั้งแพทย์ พยาบาล นักกำหนดอาหาร และเภสัชกร และเชื่อมโยงการรักษาร่วมกับศูนย์จักษุวิทยา ศูนย์โรคหัวใจ และศัลยแพทย์ เพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลภาวะแทรกซ้อนอย่างเป็นระบบในที่เดียว
  • เน้นสร้างผลลัพธ์การคุมน้ำตาลที่ยั่งยืน: เราไม่ได้เพียงแค่จ่ายยา แต่ยังให้คำแนะนำด้านโภชนาการและการปรับพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนไข้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีในชีวิตประจำวันและลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น รวมถึงติดตามการรักษาระยะยาวเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน
  • เครื่องมือตรวจวินิจฉัยครบวงจร: เทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยเพื่อการประเมินสภาวะของโรคได้อย่างละเอียด

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: ควรตรวจเบาหวานเมื่ออายุเท่าไร?

A: ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกิน มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์

Q: ถ้าคนในครอบครัวไม่มีใครเป็นเบาหวานเลย เรายังมีโอกาสที่จะเป็นโรคเบาหวานได้ไหม?

A: มีโอกาส แม้ว่าพันธุกรรมจะเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง แต่ในปัจจุบันพบว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิต มีส่วนสำคัญอย่างมาก เช่น การรับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูงเกินไป ขาดการออกกำลังกาย ภาวะน้ำหนักเกินสิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลให้เกิด “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” และกลายเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด

Q: เป็นเบาหวานแล้วจำเป็นต้องฉีดอินซูลินทุกคนหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มรักษาด้วยการปรับพฤติกรรมและยารับประทาน ส่วนการใช้อินซูลินขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและการประเมินของแพทย์

Q: อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าต่อมไทรอยด์ของเราอาจจะกำลังมีปัญหา?

A:หากเป็นไทรอยด์เป็นพิษ (ทำงานมากเกินไป) ร่างกายจะเผาผลาญเร็วเกินไป ทำให้มีอาการใจสั่น มือสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย ผอมลง และหงุดหงิดง่าย แต่หากเป็นไทรอยด์ทำงานต่ำ (ขาดฮอร์โมน) ร่างกายจะเฉื่อยชา เหนื่อยง่าย ง่วงนอนตลอดเวลา น้ำหนักขึ้น ขี้หนาว และผิวแห้ง

Q: โรคไทรอยด์รักษาหายได้หรือไม่?

A: หลายโรคสามารถควบคุมอาการได้ดีด้วยยา บางกรณีอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดหรือไอโอดีนรังสี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค

Q: โรคเบาหวานไม่มีอาการ จำเป็นต้องรักษาหรือไม่?

A: จำเป็น เพราะแม้ไม่มีอาการ ระดับน้ำตาลที่สูงเป็นเวลานานอาจทำลายหลอดเลือด หัวใจ ไต ตา และเส้นประสาทโดยไม่รู้ตัว

Q: ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน?

A: ควรติดตามตามแพทย์นัด และตรวจประเมินภาวะแทรกซ้อน เช่น ไต ดวงตา เท้า และหัวใจ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นตามความเหมาะสม

แพทย์ประจำศูนย์