ศูนย์โรคเลือด โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา (Hematology Center)
ดูแลทุกความผิดปกติของระบบเลือด เพราะ “โรคเลือด” ไม่ใช่แค่ภาวะโลหิตจาง
“เลือด” ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน สารอาหาร และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อหล่อเลี้ยงทุกเซลล์ในร่างกาย เมื่อใดก็ตามที่ระบบเลือดเกิดความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด หรือไขกระดูก อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ตั้งแต่มีอาการอ่อนเพลีย ซีด เลือดออกง่าย ติดเชื้อบ่อย ไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรง เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง การละเลยและปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง อาจทำให้อวัยวะต่างๆเสียหายและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ศูนย์โรคเลือด โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา ให้บริการดูแลผู้ป่วยโรคเลือดแบบครบวงจร โดยทีมอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านโลหิตวิทยา (Hematologist) ร่วมกับทีมพยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ และทีมสหสาขาวิชาชีพ พร้อมเครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย ห้องปฏิบัติการมาตรฐาน และแนวทางการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การรักษา การติดตามอาการ และการดูแลระยะยาว พร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน
โรคเลือดที่เราพร้อมดูแลรักษา
- กลุ่มโรคโลหิตจาง: โรคโลหิตจาง (Anemia) จากการขาดธาตุเหล็กหรือสารอาหาร โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) และภาวะเม็ดเลือดแดงแตกง่าย (Hemolytic anemia)
- กลุ่มความผิดปกติของเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด: ภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือเกล็ดเลือดสูงผิดปกติ (Platelet Disorders) ภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)
- กลุ่มโรคมะเร็งระบบโลหิตวิทยา: มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) มะเร็งไขกระดูก โรคไขกระดูกทำงานผิดปกติ
- โรคระบบภูมิคุ้มกันที่มีผลต่อระบบเลือด: ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดหรือเกล็ดเลือดของตนเอง
การตรวจวินิจฉัยโรคเลือดที่มีมาตรฐานสูง
- การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count : CBC)
- การตรวจสเมียร์เลือด (Peripheral Blood Smear)
- การตรวจการแข็งตัวของเลือด (Coagulation Profile)
- การตรวจระดับธาตุเหล็ก วิตามิน B12 และโฟเลต
- การตรวจวิเคราะห์ชนิดฮีโมโกลบิน (Hb Typing)
- การตรวจไขกระดูก (Bone Marrow Aspiration และ Bone Marrow Biopsy)
- การตรวจภูมิคุ้มกันและแอนติบอดีที่เกี่ยวข้องกับโรคเลือด
- การตรวจ Flow Cytometry
- การตรวจพันธุกรรมและโครโมโซม (Cytogenetics / Molecular Testing) สำหรับโรคเลือดบางชนิด
แนวทางการรักษาและการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
- การบำบัดรักษาด้วยยาเฉพาะโรค: ครอบคลุมการให้ธาตุเหล็กและวิตามินบำบัด ยากดภูมิคุ้มกันในรายที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือด การให้ยาเคมีบำบัดและยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) สำหรับกลุ่มโรคมะเร็งเลือด การรักษาด้วยยาชีววัตถุ (Biologic Therapy) ในโรคที่เหมาะสม
- การให้เลือดและส่วนประกอบของเลือด (Blood Component Therapy): การเติมเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด หรือพลาสมาที่ปลอดภัยและผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะซีดหรือเกล็ดเลือดต่ำขั้นวิกฤต
- การบริการให้คำปรึกษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง: ทีมแพทย์และพยาบาลจะร่วมติดตามผลเลือดและอาการข้างเคียงอย่างใส่ใจ เพื่อให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด
- การประสานงานส่งต่อเพื่อการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้
ทำไมต้องเลือก “ศูนย์โรคเลือด โรงพยาบาลสินแพทย์รามอินทรา” ?
- ✓ ทีมแพทย์เฉพาะทางโลหิตวิทยาที่มีประสบการณ์สูง: มั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษากับอายุรแพทย์โรคเลือด (Hematologist) ที่พร้อมวิเคราะห์โรคซับซ้อนอย่างละเอียด
- ✓ ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานระดับสากล: เพียบพร้อมด้วยแล็บเฉพาะทางและเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ที่รายงานผลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ช่วยให้เริ่มการรักษาได้ทันท่วงที
- ✓ การรักษาแบบองค์รวมร่วมกับทีมสหวิชาชีพ: มีการประสานงานส่งต่อและร่วมมือกับศูนย์แพทย์อื่นๆ เพื่อการดูแลผู้ป่วยอย่างครบวงจร
- ✓ วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลตามชนิดของโรคและผู้ป่วยแต่ละราย
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q : โลหิตจางเกิดจากอะไร?
A : สาเหตุมีหลายอย่าง เช่น ขาดธาตุเหล็ก ขาดวิตามิน เสียเลือด โรคไต โรคเลือด หรือโรคไขกระดูก ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
Q : ตรวจสุขภาพพบเม็ดเลือดผิดปกติ จำเป็นต้องพบแพทย์หรือไม่?
A : ควรพบอายุรแพทย์โรคเลือดเพื่อประเมินเพิ่มเติม เพราะความผิดปกติบางอย่างอาจเป็นเพียงภาวะชั่วคราว แต่บางรายอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคเลือดที่ต้องรักษา
Q : อาการแบบไหนที่ควรสงสัยว่าเป็นโรคเลือด?
A : ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เลือดออกง่าย มีจ้ำเลือดโดยไม่ทราบสาเหตุ ไข้เรื้อรัง น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองโต หรือมีการติดเชื้อบ่อย ควรรีบพบแพทย์
Q: โรคธาลัสซีเมีย แตกต่างจาก ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอย่างไร?
A: โรคธาลัสซีเมีย เป็นโรคโลหิตจางทางพันธุกรรมที่ร่างกายสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติ ส่วนภาวะขาดธาตุเหล็ก เกิดจากร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือมีการสูญเสียเลือดเรื้อรัง การรักษาจึงต่างกันมาก (คนเป็นธาลัสซีเมียไม่ควรซื้อยาเสริมธาตุเหล็กทานเองเพราะอาจเกิดภาวะเหล็กเกิน) แพทย์จึงต้องทำการตรวจ Hb Typing เพื่อแยกแยะโรคให้ถูกต้อง
Q : ผู้ป่วยธาลัสซีเมียต้องติดตามรักษาตลอดชีวิตหรือไม่?
A : ผู้ป่วยส่วนใหญ่จำเป็นต้องติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินระดับเม็ดเลือด ภาวะแทรกซ้อน และวางแผนการรักษาให้เหมาะสม
Q: การเจาะตรวจไขกระดูก (Bone Marrow Biopsy) เจ็บมากไหมและอันตรายหรือไม่?
A: การเจาะไขกระดูกทำโดยแพทย์เฉพาะทางในห้องหัตถการที่สะอาด ปลอดเชื้อ ก่อนทำจะมีการฉีดยาชาเฉพาะจุดเพื่อระงับความเจ็บ คนไข้จะรู้สึกตึงๆหรือเจ็บแปล๊บชั่วขณะในตอนที่ดูดน้ำไขกระดูกเท่านั้น ถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงและสำคัญมากในการวินิจฉัยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
Q : โรคมะเร็งเม็ดเลือดสามารถรักษาได้หรือไม่?
A : ปัจจุบันมีวิธีรักษาหลากหลาย เช่น เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า ยาชีววัตถุ และการปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งผลการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและระยะของโรค