เด็กฉี่บ่อยผิดปกติไหม?
เช็กสาเหตุ อาการ และวิธีดูแลลูกน้อยอย่างถูกวิธี
เมื่อลูกน้อยวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น หรือบอกว่า “ปวดฉี่” แทบจะทุกครึ่งชั่วโมง คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มกังวลและเกิดคำถามในใจว่า “เด็กฉี่บ่อยผิดปกติไหม?” อาการนี้เกิดจากการที่ลูกดื่มน้ำเยอะไป หรือกำลังเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่างกันแน่?
แค่ไหนถึงเรียกว่า “ลูกฉี่บ่อย” ?
ความถี่ในการปัสสาวะของเด็กแต่ละวัยนั้นแตกต่างกันไป โดยปกติแล้วความถี่ในการเข้าห้องน้ำจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเด็กโตขึ้น
- อายุ 3-5 ขวบ: ปัสสาวะประมาณ 8-14 ครั้ง/วัน
- อายุ 5-8 ขวบ: ปัสสาวะประมาณ 6-12 ครั้ง/วัน
- อายุ 8-14 ขวบ: ปัสสาวะประมาณ 6-8 ครั้ง/วัน (ใกล้เคียงกับผู้ใหญ่)
หากลูกน้อยมีอายุมากกว่า 3 ขวบ แต่ยังเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าเกณฑ์ หรือมีอาการปวดปัสสาวะตลอดเวลาทั้งที่เพิ่งเข้าห้องน้ำไป อาจเข้าข่ายอาการปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ
สาเหตุที่ทำให้เด็กฉี่บ่อยผิดปกติ
อาการฉี่บ่อยในเด็ก แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ สาเหตุทางร่างกาย และสาเหตุทางจิตใจ ดังนี้
1. โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI)
พบได้บ่อยมากในเด็ก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง หรือเด็กที่ชอบกลั้นปัสสาวะ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ
- อาการสังเกต: ฉี่บ่อย ฉี่กะปริบกะปรอย ปวดเบ่ง แสบขัดเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะมีสีขุ่น มีกลิ่นเหม็นฉุน หรือบางรายอาจมีไข้ร่วมด้ว
2. โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) และ โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus)
หากลูกฉี่บ่อยและมีปริมาณน้ำปัสสาวะออกมาเยอะมากในแต่ละครั้ง อาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน (ร่างกายขับน้ำตาลส่วนเกินออก) หรือโรคเบาจืด (ไตไม่สามารถรักษาสมดุลน้ำได้)
- อาการสังเกต: หิวน้ำบ่อย ดื่มน้ำเก่ง กินจุแต่น้ำหนักตัวลดลง ปัสสาวะสีจางมาก และอ่อนเพลีย
3. ภาวะท้องผูก (Constipation)
เมื่อเด็กมีอุจจาระแข็งค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ ก้อนอุจจาระจะไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะขยายตัวได้ไม่เต็มที่ จุน้ำได้น้อยลง เด็กจึงปวดฉี่บ่อยกว่าปกติ
4. ภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน (Overactive Bladder)
เกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะที่ผิดจังหวะ ทำให้เด็กรู้สึกปวดฉี่กะทันหันจนกลั้นไม่อยู่ บางครั้งอาจมีปัสสาวะเล็ดราดกางเกง
5. ภาวะปัสสาวะบ่อยจากปัญหาทางจิตใจ (Pollakiuria)
มักพบในเด็กวัยเรียน (อายุ 4-8 ขวบ) เด็กจะปวดฉี่บ่อยมากในช่วงกลางวัน บางครั้งปวดทุกๆ 10-30 นาที แต่เมื่อถึงเวลานอนหลับตอนกลางคืนจะไม่มีอาการนี้เลย มักเกิดจากความเครียด วิตกกังวล เช่น การย้ายโรงเรียน มีน้องใหม่ หรือโดนดุบ่อยๆ
อาการแบบไหนที่คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาไปพบแพทย์?
- มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดบริเวณบั้นเอวหรือท้องน้อย
- ร้องไห้ บ่นเจ็บ หรือแสบขัดเวลาปัสสาวะ
- ปัสสาวะมีเลือดปน มีสีผิดปกติ หรือขุ่นมาก
- ตื่นขึ้นมาปัสสาวะกลางดึกบ่อยครั้งจนรบกวนการนอนหลับ ทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นมาก่อน
- มีอาการกระหายน้ำผิดปกติร่วมกับน้ำหนักลดลง
คำแนะนำและการดูแลลูกน้อยเบื้องต้น
- สอนสุขอนามัยที่ถูกต้อง: ในเด็กผู้หญิง ควรตรวจดูและสอนให้เช็ดทำความสะอาดอวัยวะเพศจาก “ด้านหน้าไปด้านหลัง” เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากทวารหนักเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
- ให้ดื่มน้ำและทานกากใยให้เพียงพอ: เพื่อป้องกันภาวะท้องผูกที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการฉี่บ่อย
- ไม่ให้เด็กกลั้นปัสสาวะ: ควรฝึกให้ลูกเข้าห้องน้ำทุกๆ 3-4 ชั่วโมง
- ลดความเครียด ไม่ดุว่า: หากลูกมีอาการฉี่บ่อยจากความกังวล (Pollakiuria) คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรดุหรือลงโทษเมื่อลูกขอเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ควรพูดคุยให้กำลังใจ สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองได้
อาการเด็กฉี่บ่อยนั้นมีทั้งแบบที่เป็นกลไกธรรมชาติจากการดื่มน้ำเยอะ และแบบที่เป็นสัญญาณเตือนของโรคต่างๆ การหมั่นสังเกตลักษณะปัสสาวะ ความถี่ และอาการร่วมอื่นๆ ของลูก จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือและพาไปรับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ
กุมารแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคไต
แหล่งอ้างอิง:










