โรคที่เป็นได้ทุกช่วงวัย ออทิสติกเทียม ดูสาเหตุ และวิธีรักษา
ออทิสติกเทียม เป็นภาวะที่เด็กแสดงอาการคล้ายกับโรคออทิสติกสเปกตรัม (ASD) แต่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของสมองโดยกำเนิดแต่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมและการเลี้ยงดูเป็นหลัก โดยขาดการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมหรือการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเทคโนโลยีมากเกินไปในวัยเด็กเล็ก ภาวะนี้จึงถูกเรียกอีกอย่างว่า Virtual Autism แม้ว่าสาเหตุของออทิสติกเทียมจะเริ่มต้นในวัยเด็ก แต่หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ปัญหาด้านการสื่อสารและทักษะทางสังคมอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ทำให้การใช้ชีวิตและการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นเป็นไปได้อย่างยากลำบาก ดังนั้นการเข้าใจสาเหตุที่และแนวทางการรักษาจะช่วยให้พัฒนาการกลับมาเป็นปกติได้
อาการของออทิสติกแบบเทียมในผู้ใหญ่มีอะไรบ้าง
แม้ภาวะนี้จะเกิดในวัยเด็กแต่หากไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาจะยังคงอยู่หรือปรากฏชัดขึ้นในวัยผู้ใหญ่ ดังนี้
การสื่อสาร
มีปัญหาในด้านการสนทนาโต้ตอบ อาจพูดเป็นคำๆ หรือพูดตามโดยไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง จับใจความหรือเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนได้ยาก
การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ไม่สนใจคนรอบข้าง ไม่สบตา หลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่รู้วิธีการสร้างและรักษาความสัมพันธ์
ทำพฤติกรรมเดิม ๆ ซ้ำ ๆ
มีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างหมกมุ่นและมีพฤติกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ
ปรับตัวได้ยากกว่าปกติ
เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในกิจวัตรประจำวันหรือสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยจะรู้สึกเครียดหรือแสดงอาการต่อต้านอย่างรุนแรง

ออทิสติกแบบเทียม เกิดจากอะไร
สาเหตุหลักของภาวะออทิสติกเทียม นี้ไม่ใช่พันธุกรรมหรือความผิดปกติของสมองแต่เป็นผลจากปัจจัยภายนอก เช่น
การเลี้ยงดู
เกิดจากการที่เด็กขาดการมีปฏิสัมพันธ์แบบสองทางกับผู้คน การปล่อยให้เด็กเล่นคนเดียว ไม่พูดคุยหรือไม่ชวนทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้เด็กขาดการเรียนรู้ทักษะทางสังคมที่จำเป็น
การใช้เทคโนโลยี
การปล่อยให้เด็กเล็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมากเกินไปไม่สามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้การโต้ตอบ การแสดงสีหน้าหรือการเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่นได้

5 วิธีรักษาภาวะออทิสติกเทียม โดยสินแพทย์ ลำลูกกา
หัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาภาวะออทิสติกเทียม คือ การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมโดยลดเวลากับการอยู่ที่หน้าจอให้น้อยลงและเพิ่มกิจกรรมที่มีการปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ ควบคู่ไปกับการบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้
1. อรรถบำบัด (Speech Therapy) ฝึกพูดเพื่อการจดจำ
นักแก้ไขการพูดจะช่วยฝึกทักษะด้านภาษาและความเข้าใจในการสื่อสาร การออกเสียงและการใช้คำศัพท์ให้เหมาะสม
2. ฝึกการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social Skills Training)
ฝึกการเล่นบทบาทสมมติ การทำกิจกรรมกลุ่มเล็กๆ เพื่อเรียนรู้การเข้าสังึมและการสร้างบทสนทนากับผู้อื่น
3. พฤติกรรม & กิจกรรมบำบัด (Behavioral & Occupational Therapy)
นักกิจกรรมบำบัดจะช่วยปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและฝึกทักษะการช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน
4. รักษาโดยการให้ยา
ไม่มียาที่ใช้รักษาภาวะออทิสติกเทียมโดยตรง การใช้ยาจะเป็นการพิจารณาโดยแพทย์เพื่อรักษาภาวะอื่นๆ ที่อาจเกิดร่วมด้วย เช่น อาการอยู่ไม่นิ่งหรือความวิตกกังวลสูง
5. เสริมสร้างพัฒนาการโดยครอบครัว
พ่อแม่ คือ ยาที่ดีที่สุด ควรจัดตารางเวลาทำกิจกรรมร่วมกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เช่น อ่านนิทาน ร้องเพลง เล่นบทบาทสมมติหรือออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เพื่อสร้างสายสัมพันธ์และกระตุ้นพัฒนาการในทุกด้าน
สรุป
ออทิสติกเทียมเป็นภาวะที่น่ากังวลแต่สามารถป้องกันและรักษาให้ดีขึ้นได้ แตกต่างจากออทิสติกแท้ที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุด คือ การตระหนักรู้ของผู้ปกครองและการใช้เวลาที่มีคุณภาพสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งการจำกัดการใช้เทคโนโลยีในวัยเด็กเล็ก หากผู้ปกครองสังเกตเห็นว่าบุตรหลานมีพัฒนาการที่ล่าช้าหรือมีอาการน่าสงสัย ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม










