ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้! รู้ทันสัญญาณเตือน
ผู้ชายเป็นมะเร็งเต้านมได้จริงหรือ?
คำตอบคือ ได้! แม้พบได้น้อยกว่ามะเร็งเต้านมในผู้หญิงมาก แต่ผู้ชายก็มีเนื้อเยื่อเต้านมและสามารถเกิดมะเร็งในบริเวณนี้ได้ มะเร็งเต้านมในผู้ชายมักพบในวัยสูงอายุ แต่สามารถเกิดได้ในวัยอื่นเช่นกัน เพราะหลายคนคิดว่าเป็นโรคที่เกิดเฉพาะกับผู้หญิง ผู้ชายจึงอาจมองข้ามก้อนหรือความเปลี่ยนแปลงบริเวณเต้านม และไปพบแพทย์เมื่ออาการชัดขึ้น การรู้จักสัญญาณเตือนและเข้ารับการตรวจเมื่อพบความผิดปกติจึงมีความสำคัญ
มะเร็งเต้านมในผู้ชายเกิดขึ้นได้อย่างไร?
มะเร็งเต้านมเกิดเมื่อเซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านมมีการเปลี่ยนแปลงและแบ่งตัวผิดปกติจนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ผู้ชายมีเนื้อเยื่อเต้านมน้อยกว่าผู้หญิง แต่ก็ยังมีท่อน้ำนมและเนื้อเยื่อที่เซลล์มะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ มะเร็งเต้านมในผู้ชายส่วนใหญ่เป็นมะเร็งชนิดที่เกิดในท่อน้ำนม แต่ชนิดของโรคต้องยืนยันด้วยการตรวจโดยแพทย์
อาการและสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต
- มีก้อนหรือไตแข็งบริเวณเต้านม มักอยู่ใกล้หัวนม และอาจไม่เจ็บ
- หัวนมบุ๋ม รั้งเข้า หรือมีรูปร่างเปลี่ยนไป
- มีของเหลวหรือเลือดไหลจากหัวนม
- ผิวหนังบริเวณเต้านมบุ๋ม แดง หนา หรือมีแผล
- หัวนมหรือผิวหนังบริเวณเต้านมมีผื่นหรือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หาย
- คลำพบก้อนบริเวณรักแร้
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน หากพบก้อนหรือความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีมาก่อน ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรรอดูอาการนานหรือพยายามวินิจฉัยด้วยตนเอง
ใครบ้างที่อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น?
- อายุมากขึ้น: ความเสี่ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมาก
- ประวัติครอบครัว: มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ชายในครอบครัวเป็นโรคนี้ หรือมีผู้ป่วยหลายคนในครอบครัว
- การเปลี่ยนแปลงของยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม: เช่น การเปลี่ยนแปลงของยีน BRCA1 หรือ BRCA2
- ภาวะที่ส่งผลต่อฮอร์โมน: เช่น ภาวะที่ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้น หรือระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง
- เคยได้รับรังสีบริเวณทรวงอก
- ภาวะทางพันธุกรรมบางชนิด: เช่น กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter syndrome)
- โรคตับเรื้อรังบางชนิดหรือภาวะอ้วน: อาจเกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน
การมีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นมะเร็ง และผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงก็ยังอาจเกิดโรคได้ หากมีประวัติครอบครัวที่น่าสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการประเมินความเสี่ยงและการตรวจทางพันธุกรรมตามความเหมาะสม
แพทย์ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
เมื่อพบความผิดปกติ แพทย์จะสอบถามอาการและประวัติสุขภาพ รวมถึงตรวจเต้านมและบริเวณรักแร้ จากนั้นอาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น
- การตรวจภาพเต้านม เช่น แมมโมแกรมหรืออัลตราซาวด์ เพื่อประเมินลักษณะของก้อน
- การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ เป็นการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งช่วยยืนยันว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
- การตรวจเพิ่มเติมหลังยืนยันโรค เช่น ตรวจชนิดของเซลล์และตัวรับฮอร์โมน รวมถึงประเมินการกระจายของโรค เพื่อใช้วางแผนรักษา
แพทย์จะเลือกชนิดการตรวจตามอาการและผลตรวจเบื้องต้นของแต่ละคน
แนวทางการรักษาและการป้องกัน
การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค ผลตรวจทางพยาธิวิทยา สุขภาพโดยรวม และความเหมาะสมของผู้ป่วย แพทย์อาจวางแผนการรักษาโดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน เช่น
- การผ่าตัด เพื่อนำก้อนมะเร็งหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องออก
- การฉายรังสี เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งในบริเวณเป้าหมาย
- การรักษาด้วยยา เช่น เคมีบำบัด การรักษาด้วยฮอร์โมน หรือยามุ่งเป้า ขึ้นอยู่กับผลตรวจและลักษณะของมะเร็ง
ปัจจุบันไม่มีวิธีที่รับประกันว่าจะป้องกันมะเร็งเต้านมในผู้ชายได้ทั้งหมด และไม่มีการตรวจคัดกรองเป็นประจำสำหรับผู้ชายทุกคนเหมือนการตรวจคัดกรองในประชากรบางกลุ่ม หากมีประวัติครอบครัวหรือความเสี่ยงทางพันธุกรรม แพทย์อาจแนะนำแผนเฝ้าระวังเฉพาะบุคคล
สิ่งที่ทำได้คือใส่ใจความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ โดยเฉพาะก้อนที่เต้านม หัวนมเปลี่ยนแปลง หรือมีของเหลวไหลจากหัวนม การพบแพทย์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็ง แต่ช่วยให้ตรวจหาสาเหตุและวางแผนดูแลได้เหมาะสม
Q&A คำถามที่พบบ่อย
Q: ผู้ชายมีก้อนที่เต้านม แปลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป ก้อนอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งภาวะที่ไม่ใช่มะเร็งและมะเร็ง ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อหาสาเหตุ โดยเฉพาะหากก้อนโตขึ้น แข็ง ไม่หาย หรือมีการเปลี่ยนแปลงของหัวนมและผิวหนังร่วมด้วย
Q: มะเร็งเต้านมในผู้ชายพบได้บ่อยแค่ไหน?
A: พบได้น้อยกว่ามะเร็งเต้านมในผู้หญิงมาก แต่ไม่ใช่โรคที่ผู้ชายจะไม่มีโอกาสเป็น หากมีอาการผิดปกติควรเข้ารับการตรวจ ไม่ควรใช้เพียงความพบน้อยเป็นเหตุให้ชะลอการพบแพทย์
Q: ผู้ชายควรตรวจเต้านมเป็นประจำหรือไม่?
A: ผู้ชายทั่วไปไม่ได้มีคำแนะนำให้ตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรมเป็นประจำทุกคน หากมีประวัติครอบครัวหรือความเสี่ยงสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนประเมินและติดตามเป็นรายบุคคล
Q: มะเร็งเต้านมในผู้ชายรักษาได้หรือไม่?
A: มีแนวทางรักษาหลายแบบ เช่น การผ่าตัด การฉายรังสี และการรักษาด้วยยา การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค รวมถึงผลตรวจเฉพาะบุคคล จึงควรหารือกับแพทย์ผู้ดูแล
Q: ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ควรทำอย่างไร?
A: แจ้งแพทย์เกี่ยวกับญาติที่เป็นโรค ชนิดของมะเร็ง และอายุที่ได้รับการวินิจฉัย แพทย์อาจประเมินว่าควรรับคำปรึกษาทางพันธุกรรมหรือตรวจยีนหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อมีประวัติผู้ชายในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม หรือมีผู้ป่วยหลายคนในครอบครัว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง










