โรคปอดอักเสบ: ภัยเงียบที่มากับอากาศเย็นและฝุ่น PM2.5 รู้ทันก่อนลุกลามเสี่ยงมะเร็งปอด

24 ธ.ค. 2568 | เขียนโดย รพ.สินแพทย์ ลำลูกกา

โรคปอดอักเสบ: ภัยเงียบที่มากับอากาศเย็นและฝุ่น PM2.5 รู้ทันก่อนลุกลามเสี่ยงมะเร็งปอด

ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะเมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว สิ่งที่มักจะตามมาคู่กับอากาศเย็นคือ “ฝุ่น PM2.5” ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะ “โรคปอดอักเสบ” (Pneumonia) ซึ่งหากปล่อยไว้เรื้อรังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายอย่างมะเร็งปอดได้

 

โรคปอดอักเสบคืออะไร?

โรคปอดอักเสบ หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ “ปอดบวม” คือการติดเชื้อหรือการอักเสบของเนื้อเยื่อปอด รวมถึงถุงลมปอด ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

ทำไมอากาศเย็นและ PM2.5 ถึงน่ากลัว?

  1. อากาศเย็น: ความชื้นต่ำและอุณหภูมิที่ลดลงทำให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียบางชนิดแพร่กระจายได้ดีขึ้น อีกทั้งระบบภูมิคุ้มกันในทางเดินหายใจจะทำงานได้ลดลงเมื่อสัมผัสอากาศเย็นจัด

  2. ฝุ่น PM2.5: ด้วยขนาดที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน ฝุ่นเหล่านี้สามารถเล็ดลอดผ่านขนจมูกเข้าไปถึง “ถุงลมปอด” ได้โดยตรง ฝุ่น PM2.5 ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการระคายเคือง แต่ยังนำพาสารพิษ โลหะหนัก และสารก่อมะเร็งเข้าสู่กระแสเลือดและเนื้อเยื่อปอด

 

จากปอดอักเสบสู่มะเร็งปอด

การสูดดมฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก่อให้เกิด “การอักเสบเรื้อรัง” (Chronic Inflammation) ในระดับเซลล์ เมื่อเซลล์ปอดถูกทำลายและพยายามซ่อมแซมตัวเองซ้ำๆ ภายใต้สภาวะที่มีสารพิษสะสม อาจเกิดการกลายพันธุ์ของ DNA จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด งานวิจัยพบว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่ใช่ผู้สูบบุหรี่ก็ตาม

 

เช็กอาการ… แบบไหนคือปอดอักเสบ?

หากคุณมีอาการเหล่านี้หลังจากสัมผัสอากาศเย็นหรือฝุ่นควัน ควรรีบพบแพทย์:

  • ไอมีเสมหะ (เสมหะอาจมีสีเขียว เหลือง หรือปนเลือด)

  • มีไข้สูง หนาวสั่น

  • หายใจหอบเหนื่อย หรือหายใจลำบาก

  • เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าหรือไอ

  • อ่อนเพลียอย่างรุนแรง

 

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง?

  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงหรือเริ่มเสื่อมถอย

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น โรคหอบหืด, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD), โรคหัวใจ หรือเบาหวาน

  • ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง: สัมผัสฝุ่น PM2.5 โดยตรงเป็นเวลานาน

 

วิธีป้องกันและดูแลตัวเอง

  • เช็กค่าฝุ่นทุกวัน: หากค่า PM2.5 อยู่ในระดับสีส้มหรือแดง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

  • สวมหน้ากาก N95: เมื่อต้องออกไปข้างนอก หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถกรอง PM2.5 ได้เพียงพอ

  • ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ: เพื่อลดปริมาณฝุ่นภายในที่พักอาศัย

  • ฉีดวัคซีนป้องกัน: แนะนำวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine)

  • เสริมภูมิต้านทาน: รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เช่น ผักใบเขียวและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพื่อช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

 

โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปอด (CT Chest Low Dose)

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

SHARE
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ