7 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านมที่คุณต้องสังเกต! พร้อม 3 วิธีตรวจเช็กด้วยตัวเองง่ายๆ

10 ต.ค. 2568 | เขียนโดย รพ.สินแพทย์ ลำลูกกา

7 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านมที่คุณต้องสังเกต!พร้อม 3 วิธีตรวจเช็กด้วยตัวเองง่ายๆ

มะเร็งเต้านมเป็นภัยเงียบที่พบได้บ่อยในผู้หญิง แต่หากตรวจพบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ โอกาสในการรักษาก็จะสูงขึ้นอย่างมาก การรู้จักสัญญาณเตือนและหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

 

สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม: ไม่ใช่แค่ “ก้อน” เท่านั้นที่ต้องระวัง!

สัญญาณของมะเร็งเต้านมไม่ได้มีเพียงแค่การคลำพบก้อนเนื้อเสมอไป แต่ยังมีความผิดปกติอื่นๆ ที่คุณสามารถสังเกตได้ด้วยตาและจากการสัมผัส ซึ่งสัญญาณเหล่านี้อาจปรากฏเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกัน หากพบความผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที

 

  1. คลำพบก้อนเนื้อ/เนื้อหนาตัวขึ้น
    • พบก้อนเนื้อใหม่ที่บริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้
    • เนื้อบริเวณนั้นรู้สึกหนาตัวหรือแข็งกว่าบริเวณอื่นๆ อย่างชัดเจน
    • ก้อนที่พบอาจมีอาการเจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้
  2. การเปลี่ยนแปลงของขนาดหรือรูปร่างเต้านม
    • เต้านมข้างใดข้างหนึ่งมีขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
    • มีอาการบวม หรือมีก้อนนูนที่ผิดปกติ
  3. ผิวหนังบริเวณเต้านมเปลี่ยนแปลง
    • มีรอยบุ๋ม (คล้ายลักยิ้ม) รอยย่น หรือรอยดึงรั้ง
    • ผิวหนังหนาขึ้น มีลักษณะคล้ายผิวส้ม (Peau d’orange) หรือมีผื่นแดงเรื้อรังที่รักษาไม่หาย
    • สีผิวเปลี่ยนไป เช่น แดงคล้ำ หรือเกิดความร้อนผิดปกติ
  4. หัวนมผิดปกติ
    • หัวนมถูกดึงรั้ง บุ๋ม หรือเปลี่ยนทิศทาง (หัวนมบอดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน)
    • มีแผลบริเวณหัวนม หรือรอบหัวนมที่ไม่หายขาด
  5. มีของเหลวไหลออกจากหัวนม
    • มีน้ำหรือของเหลวที่ไม่ใช่น้ำนมไหลออกมาจากหัวนม
    • โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นของเหลวสีใส สีเหลือง หรือมีเลือดปน
  6. อาการปวด/เจ็บผิดปกติ
    • มีอาการเจ็บเต้านม หรือหัวนมอย่างต่อเนื่องผิดปกติ และไม่เกี่ยวข้องกับรอบเดือน
  7. การบวมของต่อมน้ำเหลือง
    • คลำพบการบวมหรือก้อนแข็งที่บริเวณต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้หรือบริเวณไหปลาร้า

 

3 วิธีง่ายๆ ตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) ทำได้ทุกเดือน

การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (Breast Self-Examination: BSE) ควรทำเป็นประจำ เดือนละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ หลังหมดประจำเดือนไปแล้ว 7-10 วัน เนื่องจากเป็นช่วงที่เต้านมไม่บวมและนิ่ม ทำให้คลำตรวจได้ง่ายกว่า

 

ขั้นตอนการตรวจแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:

 

1. การสังเกตด้วยตาเปล่า (Visual Inspection)

ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมทั้ง 2 ข้างใน 3 ท่าทาง:

  • ท่าที่ 1: ปล่อยแขนแนบลำตัว
    • สังเกตขนาด รูปร่าง สีผิว และความสมมาตรของเต้านม (ปกติแล้วเต้านมสองข้างอาจมีขนาดไม่เท่ากันเล็กน้อย)
    • ดูว่ามีรอยบุ๋ม รอยย่น หรือผิวหนังคล้ายผิวส้มหรือไม่
    • สังเกตว่าหัวนมบุ๋มลงไปด้านใน หรือมีรอยแผลหรือไม่
  • ท่าที่ 2: ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ
    • สังเกตการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของเต้านมในขณะที่เนื้อเยื่อถูกดึงขึ้น
  • ท่าที่ 3: เท้าเอวและโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
    • เกร็งกล้ามเนื้อหน้าอกเล็กน้อยขณะที่มือทั้งสองข้างวางอยู่บนสะโพก เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่อาจซ่อนอยู่

 

2. การคลำในท่ายืน (Standing Palpation)

สามารถทำได้ขณะอาบน้ำ หรือทาโลชั่น เพื่อให้การคลำราบรื่นขึ้น:

  • ใช้นิ้ว: ใช้ส่วนปลายนิ้วมือทั้ง 3 นิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง) ในการคลำ ไม่ใช่การบีบเนื้อเต้านม
  • ระดับแรงกด: คลำด้วยแรงกด 3 ระดับ
    • แรงกดเบา: สำหรับตรวจเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้ผิวหนัง
    • แรงกดปานกลาง: สำหรับตรวจเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไป
    • แรงกดหนัก: สำหรับตรวจเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้ซี่โครง/ผนังหน้าอก
  • วิธีการคลำ:
    • ใช้มือซ้ายคลำเต้านมข้างขวา และมือขวาคลำเต้านมข้างซ้าย
    • คลำให้ทั่วทั้งเต้านม ตั้งแต่ส่วนบน (ไหปลาร้า) ไปจนถึงส่วนล่าง (ฐานเต้านม) และคลุมไปจนถึงบริเวณรักแร้
    • แนะนำให้ใช้วิธีคลำแบบ ก้นหอย (วนเป็นวงกลมจากด้านนอกเข้าสู่หัวนม) หรือแบบ แนวตั้ง (คลำเป็นแถวขึ้นลง) เพื่อให้คลำได้ครอบคลุมทุกพื้นที่

 

3. การคลำในท่านอน (Lying Down Palpation)

การนอนราบจะช่วยให้เนื้อเยื่อเต้านมกระจายตัวออกอย่างสม่ำเสมอ ทำให้คลำหาก้อนได้ง่ายขึ้น:

  • จัดท่า: นอนราบ วางหมอนเล็กๆ ไว้ใต้ไหล่ข้างที่จะตรวจ (เช่น หากตรวจเต้านมข้างขวา ให้วางหมอนใต้ไหล่ขวา) และยกแขนข้างนั้นขึ้นเหนือศีรษะ
  • การคลำ: ใช้มืออีกข้างหนึ่งคลำเต้านมตามวิธีและแรงกด 3 ระดับ เช่นเดียวกับการคลำในท่ายืน คลำให้ทั่วทั้งเต้านมและบริเวณรักแร้
  • ตรวจสอบหัวนม: ค่อยๆ บีบหัวนมเบาๆ ระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ เพื่อตรวจดูว่ามีของเหลวหรือเลือดไหลออกมาผิดปกติหรือไม่

สิ่งสำคัญ: หากพบความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากการตรวจครั้งก่อนๆ หรือรู้สึกว่ามีความผิดปกติใดๆ อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การทำแมมโมแกรม หรืออัลตราซาวนด์

 

ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ด้วยเครื่องแมมโมแกรม และอัลตราซาวด์เต้านม Mammogram + Ultrasound Breast

รพ. สินแพทย์ ลำลูกกา

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

SHARE
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ