อ้วนเร็ว ผอมเร็ว สัญญาณเตือน “โรคไทรอยด์” ที่คุณไม่ควรมองข้าม!
น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการอ้วนขึ้นหรือผอมลงอย่างผิดปกติ โดยที่ไม่ได้เกิดจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือการออกกำลังกาย บางครั้งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อขนาดเล็กแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเผาผลาญและการทำงานของร่างกาย ต่อมไทรอยด์ที่ทำงานผิดปกติสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้หลากหลาย ทั้งความผิดปกติทางกายภาพและอารมณ์
ต่อมไทรอยด์คืออะไร?
ต่อมไทรอยด์ เป็นต่อมไร้ท่อที่ตั้งอยู่บริเวณลำคอด้านหน้าใต้ลูกกระเดือก มีหน้าที่ผลิตและหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid hormones: T3 และ T4) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ควบคุมกระบวนการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) ของร่างกายเกือบทุกเซลล์ รวมถึงมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ระบบประสาท อุณหภูมิร่างกาย และการเจริญเติบโต เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ฮอร์โมนไทรอยด์ที่ผลิตออกมาจึงมีปริมาณไม่สมดุล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเผาผลาญและน้ำหนักตัว
โรคไทรอยด์ (Thyroid disease) กับน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลง
-
ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism หรือ ไทรอยด์เป็นพิษ):
- สาเหตุ: ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป ทำให้ร่างกายมีกระบวนการเผาผลาญสูงผิดปกติ
- ผลกระทบต่อน้ำหนัก: น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่รับประทานอาหารได้ปกติหรืออาจจะรับประทานมากขึ้นด้วยซ้ำ เนื่องจากร่างกายเผาผลาญพลังงานตลอดเวลา
- อาการอื่น ๆ ที่พบร่วม: ใจสั่น เหนื่อยง่าย ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก มือสั่น หงุดหงิดง่าย ประจำเดือนผิดปกติ ตาโปน (ในบางชนิด เช่น Graves’ disease) นอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ท้องเสียบ่อย
-
ภาวะไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป (Hypothyroidism):
- สาเหตุ: ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายมีกระบวนการเผาผลาญที่ต่ำกว่าปกติ
- ผลกระทบต่อน้ำหนัก: น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและผิดปกติ แม้จะรับประทานอาหารเท่าเดิมหรือน้อยลงก็ตาม เนื่องจากร่างกายเผาผลาญพลังงานช้าลง มีการสะสมของไขมันและน้ำในร่างกายมากขึ้น
- อาการอื่น ๆ ที่พบร่วม: เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียตลอดเวลา ขี้หนาว ผิวแห้ง ผมร่วง ท้องผูก เสียงแหบ ง่วงนอนบ่อย หน้าบวม หนังตาบวม เชื่องช้า คิดช้า ความจำไม่ดี ประจำเดือนมามากและนาน
สัญญาณเตือนอื่นๆ ที่ควรสังเกต
- รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายผิดปกติ: ไม่ว่าจะนอนพักผ่อนเพียงพอแค่ไหนก็ยังรู้สึกเหนื่อย
- การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์: หงุดหงิดง่าย เครียด ซึมเศร้า หรือวิตกกังวลผิดปกติ
- ปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมและผิวหนัง: ผมร่วง ผมบาง ผิวแห้ง หยาบกร้าน
- ความผิดปกติของประจำเดือน: ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มาน้อย หรือมามากผิดปกติในผู้หญิง
- ปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่าย: ท้องผูก หรือท้องเสียบ่อย
- ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ: ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หรือหัวใจเต้นช้า
- การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกาย: ขี้ร้อนผิดปกติ หรือขี้หนาวผิดปกติ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปวดกล้ามเนื้อ
- มีก้อนที่คอ หรือคอโตขึ้น (คอพอก)
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคไทรอยด์
- ผู้หญิง: พบโรคไทรอยด์ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไทรอยด์: มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคได้
- ผู้ที่มีโรคแพ้ภูมิตัวเองอื่นๆ (Autoimmune diseases): เช่น เบาหวานชนิดที่ 1, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- ผู้ที่มีอายุมากขึ้น
- ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดไทรอยด์ หรือรังสีรักษาบริเวณคอ
- ผู้ที่ได้รับไอโอดีนมากหรือน้อยเกินไป (ไอโอดีนเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮอร์โมนไทรอยด์)
หากสงสัยว่ามีอาการของโรคไทรอยด์ ควรรีบไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH, T3, T4) และอาจมีการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การอัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ หรือการกลืนแร่รังสีเพื่อวินิจฉัยสาเหตุและชนิดของโรคอย่างละเอียด
การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค โดยมีหลายวิธี เช่น การรับประทานยา การกลืนแร่รังสีไอโอดีน-131 หรือการผ่าตัดต่อมไทรอยด์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง










