ไส้ติ่งอักเสบ รักษาได้ด้วยการ ส่องกล้องผ่าตัด

5 ส.ค. 2568 | เขียนโดย รพ.สินแพทย์ ลำลูกกา

"ไส้ติ่งอักเสบ"



ไส้ติ่งอักเสบ รักษาได้ด้วยการ ส่องกล้องผ่าตัด

เป็นโรคปวดท้องเฉียบพลันที่พบบ่อยที่สุด ที่เกิดได้ทุกเพศทุกวัยอาการปวดจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับระยะการอักเสบของไส้ติ่ง

หากเริ่มมีอาการติดเชื้อรุนแรงอาจจะทำให้ไส้ติ่งแตกได้

 

ไส้ติ่งอักเสบ คืออะไร

ไส้ติ่งอักเสบ คือ ไส้ติ่งซึ่งเป็นอวัยวะเล็ก ๆ รูปทรงคล้ายนิ้วมือ อยู่บริเวณท้องน้อยด้านขวา เกิดการอักเสบ และจะทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการรักษาในทันที อาจจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

 

อาการไส้ติ่งอักเสบ

  • เริ่มจากการปวดรอบๆ สะดือ คล้ายคนท้องร่วงแต่ถ่ายไม่ออกจากนั้นจะย้ายมาปวดที่ท้องน้อยขวา และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถเคลื่อนไหว
  • มีไข้
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เบื่ออาหาร ท้องอืด

หากท่านสังเกตว่ามีอาการที่กล่าวมา ควรรีบมาพบแพทย์ทันที

 

อาการของไส้ติ่งอักเสบมีกี่ระยะ 

อาการของไส้ติ่งอักเสบมีกี่ระยะ จริง ๆ แล้วต้องบอกว่า อาการจะไม่ได้เหมือนกันทุกคน แต่โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจากปวดท้องรอบสะดือ หลังจากนั้นการปวดจะย้ายที่มายังบริเวณท้องน้อยด้านกว่า มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ไข้ ปัสสาวะบ่อย เบื่ออาหาร ท้องผูกสลับท้องเสีย เป็นต้น นอกจากนี้ระยะของไส้ติ่งที่อักเสบ มี 2 ระยะหลัก ๆ ได้แก่

  • ระยะแรก : ไส้ติ่งเริ่มเกิดการอุดตัน ผู้ป่วยจะปวดท้องรอบสะดืออย่างฉับพลัน เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • ระยะที่สอง : ไส้ติ่งเริ่มบวม ผู้ป่วยจะปวดท้องน้อยด้านขวามาก ยิ่งถ้ามีการเคลื่อนไหว จาม จะทำให้ปวดมากขึ้น อาจมีอาการท้องผูกสลับท้องเสียร่วมด้วย

 

สาเหตุที่ทำให้ไส้ติ่งอักเสบ

1. เศษอุจจาระที่แข็งตัว หรือ เศษอาหารตกไปในไส้ติ่งทำให้แบคทีเรียเข้าไปจนเกิดการอักเสบ

2. ก้อนเนื้องอก พยาธิในลำไส้

 

การรักษาผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ

การรักษาไส้ติ่งอักเสบที่ดีที่สุดคือการผ่าตัด เพราะไส้ติ่งอักเสบไม่สามารถรักษาด้วยการกินยาเพียงอย่างเดียว ปัจจุบัน รพ.สินแพทย์

มีนวัตกรรมการผ่าตัดเพื่อรักษาไส้ติ่งอักเสบทางกล้อง Minimal Invasive LC Lap Appendectomy เป็นการผ่าตัดโดยการเจาะผิวหนัง

เป็นรูเล็กๆเพื่อสอดกล้องและเครื่องมือผ่าตัดเข้าไปในช่องท้อง โดยมีแผลเล็กขนาดประมาณ 1-2 เซนติเมตร ทำให้เกิดแผลเล็ก เจ็บน้อย

และฟื้นได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ทั้งยังลดโอกาสการติดเชื้อและการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ รวมถึงไม่เกิดรอยแผลขนาดใหญ่

แบบการผ่าตัดเปิดช่องท้องอีกด้วย

 

ภาวะแทรกซ้อนจากไส้ติ่งอักเสบ

ภาวะแทรกซ้อนจากไส้ติ่งอักเสบ มักจะเกิดในตอนที่ผู้ป่วยไม่สามารถรักษาได้ทันเวลา จนเกิดภาวะไส้ติ่งแตก ซึ่งเมื่อเกิดภาวะดังกล่าวแล้ว จะทำให้เชื้อโรคไปยังส่วนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง และเกิดอาการแทรกซ้อนเพิ่มเติมจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็น
– เยื่อบุบริเวณช่องท้องอักเสบ : เชื้อจากไส้ติ่งแตกจะแพร่ไปยังเนื้อเยื่อภายในช่องท้อง ทำให้เกิดความอักเสบ ปวดท้องรุนแรง มีไข้ หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หายใจหอบ ถี่ ถ้ารักษาไม่ทัน อาจจะส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้
– เกิดฝีในช่องท้อง : ฝีในช่องท้อง เกิดจากการต่อสู้ของเชื้อโรคภายในร่างกาย ไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังอวัยวะอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง หากผู้ป่วยมีฝีในบริเวณช่องท้อง อาจจะต้องต่อท่อระบายหนองประมาณ 2 สัปดาห์ และใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับกำจัดเชื้อ

 

วิธีรักษาไส้ติ่งเบื้องต้นทำอย่างไร

เมื่อมีอาการสงสัยว่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ สิ่งสำคัญที่สุดคือรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ไม่มีวิธีรักษาไส้ติ่งอักเสบด้วยตนเองที่บ้าน การพยายามรักษาเบื้องต้นด้วยยาแก้ปวดหรือการประคบอาจบดบังอาการ ทำให้การวินิจฉัยล่าช้าและเพิ่มความเสี่ยงที่ไส้ติ่งจะแตก ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การรักษาหลักของไส้ติ่งอักเสบคือการผ่าตัด การให้ยาปฏิชีวนะจะเป็นการรักษาเสริมก่อนหรือหลังการผ่าตัดเพื่อควบคุมการติดเชื้อเท่านั้น

 

แนวทางการผ่าตัดรักษาไส้ติ่งอักเสบ

การผ่าตัดเป็นวิธีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาไส้ติ่งอักเสบ โดยมี 2 แนวทางหลัก ๆ คือ

– การผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Appendectomy) : เป็นวิธีที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก (ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร จำนวน 2-3 แผล) เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และลดโอกาสการเกิดพังผืด แพทย์จะสอดกล้องและเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กเข้าไปในช่องท้องเพื่อตัดไส้ติ่งที่อักเสบออก เหมาะสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่

– การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง (Open Appendectomy): เป็นวิธีดั้งเดิมที่ทำโดยการเปิดแผลขนาดประมาณ 5-7 เซนติเมตร บริเวณท้องน้อยด้านขวา วิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ไส้ติ่งแตก มีการติดเชื้อรุนแรง หรือมีข้อจำกัดในการผ่าตัดส่องกล้อง ผู้ป่วยที่มีประวัติผ่าตัดช่องท้องมาก่อน หรือในกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถทำผ่าตัดส่องกล้องได้ก็อาจใช้วิธีนี้

 

เตรียมตัวก่อนผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบมักทำอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันที แต่หลักการสำคัญคือ:

– งดน้ำและอาหาร: โดยทั่วไปต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันการสำลักอาหารเข้าสู่ปอดระหว่างการดมยาสลบ
– แจ้งข้อมูลสุขภาพ: แจ้งแพทย์และพยาบาลเกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทานอยู่ และอาหารเสริมทุกชนิดอย่างละเอียด
– เตรียมความพร้อมทางร่างกาย: อาจมีการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ และยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนผ่าตัด
– ถอดเครื่องประดับและฟันปลอม: รวมถึงของมีค่าอื่นๆ ก่อนเข้าห้องผ่าตัด

 

ดูแลหลังผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบอย่างไร

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วและลดภาวะแทรกซ้อน

– การดูแลแผล: รักษาแผลให้สะอาดและแห้ง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาลในการทำความสะอาดแผลและเปลี่ยนผ้าปิดแผล
– การรับประทานอาหาร: เริ่มรับประทานอาหารอ่อนๆ และค่อยๆ เพิ่มชนิดอาหารเมื่ออาการดีขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรือย่อยยากในช่วงแรก
– การเคลื่อนไหว: พยายามลุกเดินบ่อยๆ เท่าที่ทำได้ เพื่อช่วยให้ลำไส้กลับมาทำงานปกติและป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนาน
– การใช้ยา: รับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
– สังเกตอาการผิดปกติ: หากมีไข้สูง ปวดแผลมาก แผลบวมแดง มีหนอง หรือมีอาการท้องเสียรุนแรง ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที
– พักผ่อนให้เพียงพอ: งดกิจกรรมหนัก หรือยกของหนักตามที่แพทย์แนะนำ โดยทั่วไปประมาณ 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัดและการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล

 

โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาไส้ติ่งที่ไหนดี

สำหรับการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินและค่อนข้างทั่วไป ที่โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา เป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงด้านการผ่าตัดทั่วไปหรือมีศูนย์ศัลยกรรมที่มีความพร้อมสูง มักจะมีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และอุปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า โดยเฉพาะสำหรับการผ่าตัดส่องกล้อง การเลือกโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านและสามารถเดินทางไปถึงได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีอาการฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

 

แพทย์ที่ชำนาญการผ่าตัดรักษาไส้ติ่งอักเสบ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบคือ ศัลยแพทย์ทั่วไป (General Surgeon) ซึ่งเป็นแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมและมีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดช่องท้อง รวมถึงอวัยวะภายในช่องท้องเป็นอย่างดี หากต้องการระบุแพทย์ที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ควรเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดส่องกล้องจำนวนมาก เพราะเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่า แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในด้านการฟื้นตัวของผู้ป่วย คุณสามารถสอบถามจากแพทย์ทั่วไปที่ดูแล หรือจากโรงพยาบาลที่คุณต้องการไปรักษา เพื่อขอคำแนะนำศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านนี้

 

ตำแหน่งของไส้ติ่ง

ตำแหน่งของไส้ติ่ง ไส้ติ่งเป็นติ่งที่ยื่นออกมาเป็นกระเปาะจากลำไส้ใหญ่ บริเวณท้องด้านขวาล่าง ลักษณะเป้นท่อปลายตัน มีทางเข้าออกด้านเดียว หากมีก้อนอุจจาระ อาหารที่ย่อยไม่ละเอียด หรือเมล็ดผลไม้ เข้าไปทำให้เกิดการอุดตัน ทำให้เกิดไส้ติ่งอักเสบ

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไส้ติ่งอักเสบ (FAQ)

อาการไส้ติ่งอักเสบในเด็กและผู้ใหญ่ต่างกันอย่างไร?

ไส้ติ่งอักเสบของผู้ใหญ่กับเด็กจะมีอาการแตกต่างกัน เพราะเด็กจะมีอาการที่ไปใกล้เคียงกับโรคอื่น ๆ ได้ หากสงสัยว่าเด็กอาจจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ สามารถสังเกตได้จาก เด็กเบื่ออาหาร มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ร้องไห้ผิดปกติ ถ่ายเหลวโดยไม่มีสาเหตุ ปวดท้องตัวงอตลอดเวลา หรืออีกวิธีคือคลำบริเวณท้องด้านขวาล่าง หากเด็กมีอาการเกร็งหรือต้านแรงมือ นั่นหมายถึงเด็กรู้สึกเจ็บ และยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นไส้ติ่งอักเสบได้

 

การป้องกันไส้ติ่งอักเสบทำได้หรือไม่?

ยังไม่มีวิธีไหนสามารถป้องกันไส้ติ่งอักเสบได้ แต่การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง จะเกิดอัตราการเป็นไส้ติ่งอักเสบต่ำกว่าผู้ที่ทานน้อย หรือไม่ทานเลย

 

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์หากสงสัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ?

อาการที่ควรพบแพทย์ทันที คือ ปวดท้องด้านขวาล่าง ปวดบิดจนตัวงอ ปวดมานานกว่า 6 ชั่วโมงแล้วยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะวินิจฉัยผ่านการสอบถามประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ถ้าหากพบว่าเม็ดเลือดขาวสูงเกิดค่าปกติ จะบ่งบอกว่าร่างกายมีภาวะอักเสบติดเชื้อ ตรวจปัสสาวะเพื่อหาเม็ดเลือดแดงและขาวในการแยกโรคอื่น ๆ เพิ่มเติม และยังดูภาวะขาดสมดุลของน้ำภายในร่างกาย นอกจากนี้อาจจะมีการตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์อย่างเหมาะสม

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-006-9999 หรือ

แอดไลน์ ID line: @synphaetline

.

.
#โรงพยาบาลสินแพทย์มาตรฐานสากลระดับโลกJCI
#ศูนย์แพทย์เฉพาะทางมาตรฐานHA
#เบื้องหลังทุกการรักษา คือความใส่ใจ

 

SHARE
ข่าวประชาสัมพันธ์อื่นๆ