ศูนย์โรคระบบประสาทและสมองเด็ก
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

ศูนย์โรคระบบประสาทและสมองเด็ก โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา

ศูนย์โรคระบบประสาทและสมองเด็ก โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา

“เข้าใจทุกพัฒนาการ ใส่ใจทุกสัญญาณ เพื่อการดูแลสมองและระบบประสาทของเด็กอย่างเหมาะสม”

เมื่อเด็กมีพัฒนาการล่าช้า ชัก ปวดศีรษะบ่อย หรือมีพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไป ผู้ปกครองอาจกังวลว่าเกิดจากสาเหตุใดและควรดูแลอย่างไร อาการเหล่านี้มีได้หลายสาเหตุ การประเมินอย่างเหมาะสมช่วยให้เข้าใจปัญหา วางแผนดูแลได้ตรงกับความจำเป็น และสนับสนุนคุณภาพชีวิตของเด็กในแต่ละช่วงวัย

ศูนย์โรคระบบประสาทและสมองเด็ก โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา ให้บริการตรวจประเมินและดูแลเด็กที่มีปัญหาด้านสมองและระบบประสาท โดยแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาแนวทางตามอาการและความจำเป็น อาจมีการตรวจเพิ่มเติมหรือประสานการดูแลกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การดูแลครอบคลุมทั้งสุขภาพ พัฒนาการ และความเข้าใจของครอบครัว

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่ศูนย์โรคระบบประสาทและสมองเด็ก ?

  • ชักหรือหมดสติ: เด็กที่มีอาการเกร็ง กระตุก เหม่อลอย ไม่รู้สึกตัวชั่วคราว หรือมีอาการคล้ายชักซ้ำ
  • พัฒนาการและการเรียนรู้: เด็กที่มีพัฒนาการด้านภาษา การเคลื่อนไหว หรือการเรียนรู้ช้ากว่าวัย หรือมีพัฒนาการถดถอย
  • ปวดศีรษะหรืออาการทางระบบประสาท: เด็กที่ปวดศีรษะบ่อยหรือรุนแรง เดินเซ แขนขาอ่อนแรง การมองเห็นหรือการทรงตัวเปลี่ยนแปลง
  • ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวและพฤติกรรม: เด็กที่มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเกร็ง หรือมีพฤติกรรมและการนอนที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต

หากอาการเกิดซ้ำ รุนแรงขึ้น หรือกระทบต่อพัฒนาการ ควรให้แพทย์เฉพาะทางประเมินเพื่อหาสาเหตุและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

ขั้นตอนและการให้บริการของศูนย์โรคระบบประสาทและสมองเด็ก

  1. ซักประวัติอาการ ประวัติสุขภาพ การตั้งครรภ์และการคลอด พัฒนาการ ยาที่ใช้ และประวัติครอบครัว โดยผู้ปกครองสามารถนำบันทึกอาการหรือวิดีโอเหตุการณ์ที่พบมาประกอบได้
  2. ตรวจร่างกายและประเมินระบบประสาท พัฒนาการ และการทำงานที่เกี่ยวข้องตามวัยและอาการของเด็ก
  3. พิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง การตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือการตรวจภาพสมอง โดยแพทย์จะอธิบายความจำเป็นและการเตรียมตัว
  4. สรุปผลการประเมิน อธิบายสาเหตุที่เป็นไปได้ และหารือทางเลือกในการดูแลร่วมกับผู้ปกครอง
  5. วางแผนการรักษาเฉพาะราย อาจประกอบด้วยการใช้ยา การปรับพฤติกรรมหรือกิจวัตร การบำบัดฟื้นฟู หรือการส่งต่อเพื่อประเมินเพิ่มเติมตามความจำเป็น
  6. หากพบภาวะที่ต้องทำหัตถการหรือผ่าตัด แพทย์จะประสานทีมที่เกี่ยวข้อง อธิบายประโยชน์ ความเสี่ยง และทางเลือกก่อนตัดสินใจ
  7. นัดติดตามผล ประเมินอาการและพัฒนาการ ปรับแผนการดูแล และให้คำแนะนำแก่ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

ทำไมต้องเลือกศูนย์โรคระบบประสาทและสมองเด็ก โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา ?

  • ✓ ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง: ประเมินอาการด้านสมองและระบบประสาทเด็กตามวัยและข้อมูลสุขภาพของแต่ละราย
  • ✓ เลือกการตรวจให้เหมาะกับอาการ: พิจารณาเครื่องมือและการตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ พร้อมอธิบายเหตุผลและขั้นตอนแก่ครอบครัว
  • ✓ ประสานการดูแลครบวงจร: เชื่อมโยงการดูแลกับทีมและบริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการตรวจติดตามและการฟื้นฟูเมื่อจำเป็น
  • ✓ มุ่งเน้นพัฒนาการและคุณภาพชีวิต: วางแผนดูแลร่วมกับผู้ปกครอง โดยคำนึงถึงอาการ ความต้องการ และชีวิตประจำวันของเด็ก

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: เด็กชักครั้งแรกจำเป็นต้องพบแพทย์หรือไม่?

A: ควรให้แพทย์ประเมิน โดยเฉพาะเมื่อเป็นอาการครั้งแรก ชักซ้ำ หรือมีอาการผิดปกติหลังเหตุการณ์ หากเด็กชักนานเกิน 5 นาที หายใจลำบาก บาดเจ็บ หรือไม่ฟื้นคืนสติ ควรรีบขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ระหว่างชักให้จัดเด็กนอนตะแคงในที่ปลอดภัย ไม่งัดปากและไม่ใส่สิ่งของเข้าไปในปาก

Q: การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองเหมือนการตรวจภาพสมองหรือไม่?

A: ไม่เหมือนกัน การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองบันทึกสัญญาณไฟฟ้าของสมอง ส่วนการตรวจภาพสมอง เช่น MRI หรือ CT ใช้ประเมินโครงสร้างสมอง แพทย์จะเลือกการตรวจตามอาการและข้อบ่งชี้ ซึ่งอาจต้องใช้การตรวจอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธี

Q: เด็กที่มีอาการชักทุกคนต้องรับประทานยาหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นเสมอไป การตัดสินใจขึ้นอยู่กับชนิดและสาเหตุของอาการ ผลการตรวจ และความเสี่ยงชักซ้ำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่ม ปรับ หรือหยุดยา และไม่ควรหยุดยาเอง

Q: ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนพาเด็กมาพบแพทย์?

A: จดบันทึกวันเวลา ระยะเวลา ลักษณะอาการ และสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังอาการ หากปลอดภัยสามารถบันทึกวิดีโอไว้ได้ ควรเตรียมข้อมูลยา ประวัติการรักษา สมุดสุขภาพหรือข้อมูลพัฒนาการ และผลตรวจเดิมมาด้วย

Q: หลังเริ่มรักษาแล้วควรดูแลเด็กอย่างไร?

A: ปฏิบัติตามแผนการรักษาและนัดติดตาม สังเกตอาการและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมดูแลการพักผ่อน การรับประทานยา และกิจวัตรให้เหมาะสม หากอาการเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อสงสัย ควรติดต่อทีมรักษาเพื่อขอคำแนะนำ

แพทย์ประจำศูนย์