ศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

พร้อมบริการตรวจและรักษาโรคเด็ก โดยกุมารแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อลูกไม่สบาย วางใจได้แม้ยามค่ำคืน

ศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ (Pediatric Pulmonology Center)

ดูแลทุกปัญหาระบบทางเดินหายใจของลูกน้อย โดยกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจเด็ก

ไอเรื้อรัง หายใจครืดคราด หอบเหนื่อย อาการทางระบบการหายใจในเด็กเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ โรคระบบการหายใจจึงเกิดขึ้นได้ง่าย ตั้งแต่ไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงภาวะอักเสบรุนแรง เช่น หลอดลมอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ ปอดบวม ซึ่งหากได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมาก

ศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัย รักษา และติดตามโรคระบบทางเดินหายใจในเด็กแบบครบวงจร โดยกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ และเครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย เพื่อค้นหาสาเหตุของโรค วางแผนการรักษา และช่วยให้เด็กกลับมาหายใจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เติบโตและใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง

เมื่อไรควรพาลูกมาพบแพทย์ ?

  • ไอนานเกิน 2–4 สัปดาห์
  • หายใจเร็ว หายใจลำบาก หรือหอบเหนื่อย
  • หายใจมีเสียงหวีด
  • ไข้สูงร่วมกับไอและหายใจเหนื่อย
  • เป็นหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบบ่อย
  • นอนกรนเสียงดังหรือสงสัยหยุดหายใจขณะหลับ
  • เด็กซึม รับประทานอาหารได้น้อย หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ

โรคที่ศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจในเด็กดูแลรักษา

ศูนย์โรคระบบการหายใจในเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ พร้อมดูแลและรักษาภาวะผิดปกติของระบบทางเดินหายใจตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงเด็กโต

กลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ:

  • ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
  • หลอดลมอักเสบ
  • หลอดลมฝอยอักเสบ
  • ปอดอักเสบ
  • การติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี
  • การติดเชื้อโควิด 19
  • ภาวะกล่องเสียงอักเสบ

กลุ่มโรคเรื้อรังและภูมิแพ้:

  • โรคหอบหืด
  • โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
  • จมูกอักเสบจากภูมิแพ้
  • ไอเรื้อรังจากภูมิแพ้
  • อาการไอหลังการติดเชื้อ
  • โรคปอดเรื้อรัง
  • ภาวะปอดผิดปกติแต่กำเนิด

กลุ่มอาการหายใจผิดปกติ:

  • อาการนอนกรน
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโตที่ส่งผลต่อการหายใจ

ภาวะฉุกเฉินทางระบบทางเดินหายใจ:

  • หอบเหนื่อยเฉียบพลัน
  • หายใจลำบาก
  • สำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าหลอดลม

บริการตรวจวินิจฉัยและการรักษาเฉพาะทาง

  • การตรวจประเมินโดยกุมารแพทย์เฉพาะทาง:

    ตรวจวินิจฉัย ซักประวัติ และฟังเสียงปอดอย่างละเอียด

  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการและรังสีวินิจฉัย:

    ตรวจหาเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย (เช่น RSV Influenza Mycoplasma) ด้วยชุดตรวจแบบรวดเร็ว การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray)

  • การทดสอบสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Test / Spirometry):

    ตรวจวัดประสิทธิภาพการทำงานของปอดและหลอดลมในเด็ก

  • การรักษาและฟื้นฟูระบบหายใจ:

    การพ่นยาขยายหลอดลม การเคาะปอด และดูดเสมหะ

  • ตรวจระดับออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximetry) และการดูแลผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจน

ทำไมต้องเลือก ศูนย์โรคระบบการหายใจในเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ ?

  • ทีมกุมารแพทย์เฉพาะทาง: ดูแลโดยกุมารแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคระบบการหายใจในเด็ก
  • พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง: ยามค่ำคืนเมื่อลูกมีอาการหอบ เหนื่อย หรือไข้สูงเฉียบพลัน สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ
  • แยกพื้นที่ปลอดภัย (Separate Clean Zone): มีการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อระหว่างเด็กป่วยและเด็กสุขภาพดีที่มารับวัคซีน
  • ใส่ใจทั้งสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเด็ก: เรามุ่งเน้นให้เด็กหายจากอาการเจ็บป่วย ลดการนอนโรงพยาบาล ลดการขาดเรียน และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มศักยภาพ

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ไวรัส RSV ต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

A: ไวรัส RSV มักทำให้เกิดเสมหะเหนียวข้นจำนวนมาก ส่งผลให้หลอดลมฝอยอักเสบและอุดกั้น เด็กจะมีอาการไอหนัก หายใจหอบเหนื่อย และหายใจลำบากมากกว่าไข้หวัดทั่วไป ในเด็กเล็กมากอาจเกิดภาวะหายใจล้มเหลวได้ จึงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

Q: ลูกไอบ่อย เป็นหวัดบ่อย ผิดปกติหรือไม่?

A: เด็กเล็กสามารถเป็นหวัดได้หลายครั้งต่อปี แต่หากมีอาการไอเรื้อรัง เป็นปอดอักเสบซ้ำ หรือหอบเหนื่อยบ่อย ควรได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์เฉพาะทางเพื่อหาสาเหตุ

Q: ลูกหายใจมีเสียงหวีดทุกครั้งที่เป็นหวัด เป็นโรคหอบหืดหรือไม่?

A: อาจเกิดจากโรคหอบหืดหรือหลอดลมไวเกิน แต่จำเป็นต้องได้รับการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินเพิ่มเติม เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

Q: เด็กนอนกรน จำเป็นต้องรักษาหรือไม่?

A: หากนอนกรนเป็นประจำ มีช่วงหยุดหายใจ หรือหลับไม่สนิท ควรพบแพทย์ เพราะอาจมีภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ เช่น ต่อมอะดินอยด์หรือทอนซิลโต ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองได้

แพทย์อื่นๆ