ศูนย์โรคตาเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ (Pediatric Ophthalmology Center)
ปกป้องดวงตาคู่ใส เสริมสร้างพัฒนาการการมองเห็นเพื่อการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด
ดวงตาและการมองเห็นคือหน้าต่างสำคัญในการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัยของลูกน้อย แต่ทารกและเด็กเล็กมักยังไม่สามารถบอกความผิดปกติในการมองเห็นของตนเองได้ ปัญหาทางสายตาในเด็ก เช่น ภาวะตาขี้เกียจ ตาเข ตาเหล่ หรือสายตาสั้นก่อนวัย หากไม่ได้รับการตรวจพบและรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการ สมอง บุคลิกภาพ และส่งผลต่อการมองเห็นถาวรได้ การสังเกตสัญญาณเตือนและกาได้รับการตรวจสุขภาพตาจากจักษุแพทย์เด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม
ศูนย์โรคตาเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ พร้อมดูแลสุขภาพดวงตาของเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น โดยกุมารจักษุแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ให้บริการตรวจ วินิจฉัย และรักษาโรคตาเด็กด้วยเครื่องมือเฉพาะทางที่ทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสายตาทั่วไป การรักษาโรคตาเด็ก ไปจนถึงการดูแลภาวะที่ซับซ้อน เพื่อให้เด็กทุกคนมีการมองเห็นที่ดี เติบโต เรียนรู้ และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ
สัญญาณเตือนที่ควรรีบพามาพบจักษุแพทย์เด็ก
- วัยทารก (0–6 เดือน): อายุ 2 เดือนแล้วยังไม่เริ่มมองสบตาแม่ขณะกินนม มีอาการน้ำตาเอ่อ ตาแฉะ ขี้ตาเยอะผิดปกติ ดวงตามีลักษณะ ตาเข ตาเหล่ หนังตาตก
- วัยเด็กเล็ก (1–2 ขวบ): ชอบมองวัตถุใกล้ๆ เอียงคอหรือเอียงหน้ามอง ขยี้ตาบ่อยๆ กระพริบตาถี่ หรือขมวดคิ้วเวลามอง
- วัยเรียน: บ่นมองกระดานดำหรือสื่อการสอนไม่ชัด ปวดศีรษะหรือปวดตาเวลาอ่านหนังสือ เกิดอุบัติเหตุสะดุดหกล้มบ่อยๆโดยไม่มีสาเหตุ สับสนตัวอักษรที่คล้ายกัน หลงหาตำแหน่งอ่านไม่พบ อ่านข้ามข้อหรือข้ามบรรทัดบ่อยๆ
กลุ่มโรคและความผิดปกติที่เราให้การดูแลรักษา
เราดูแล วินิจฉัย และรักษาโรคดวงตาและภาวะผิดปกติทางสายตาในเด็กตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงวัยรุ่น
- ปัญหาสายตาผิดปกติ: สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงในเด็ก รวมถึงภาวะตาขี้เกียจ (Amblyopia)
- ความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา: ภาวะตาเข ตาเหล่ (Strabismus)
- ภาวะผิดปกติแต่กำเนิดและโครงสร้างตา: หนังตาตก (Ptosis) เปลือกตาและขนตาผิดปกติ ท่อน้ำตาอุดตันแต่กำเนิด ต้อกระจกแต่กำเนิด ต้อหินในเด็ก
- โรคติดเชื้อและอักเสบทางตา: ตาแดง ตาอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้
- ภาวะผิดปกติในทารกคลอดก่อนกำหนด: โรคเรตินาในทารกคลอดก่อนกำหนด (Retinopathy of Prematurity)
- การบาดเจ็บที่ดวงตาในเด็ก
บริการตรวจวินิจฉัยและรักษา
- ตรวจสุขภาพตาและคัดกรองโรคตาในเด็กทุกช่วงวัย
- ตรวจสายตาและวัดค่าสายตาโดยเครื่องมือเฉพาะสำหรับเด็ก
- ตรวจภาวะตาเข ตาเหล่ และการทำงานของกล้ามเนื้อตา
- ตรวจจอประสาทตาและเส้นประสาทตา
- คัดกรองโรคตาในทารกแรกเกิดและทารกคลอดก่อนกำหนด
- การรักษาตาขี้เกียจ เช่น การปิดตาและการฝึกการมองเห็น
- การสั่งแว่นสายตาที่เหมาะสมกับเด็ก
- การรักษาด้วยยาและการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
- การผ่าตัดรักษาโรคตาและความผิดปกติของดวงตาในเด็กเมื่อมีข้อบ่งชี้
- การให้คำแนะนำผู้ปกครองในการดูแลสุขภาพตาและป้องกันปัญหาการมองเห็นในอนาคต
ทำไมต้องเลือก ศูนย์โรคตาเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ ?
- ✓ จักษุแพทย์ชำนาญการด้านตาเด็กโดยตรง: ตรวจและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ในการตรวจสายตาเด็ก มีเทคนิคการตรวจที่นุ่มนวล สนุกสนาน ไม่ทำให้เด็กกลัว
- ✓ เครื่องมือตรวจสายตาเด็กเฉพาะทาง: มีอุปกรณ์วัดสายตาแบบคอมพิวเตอร์และเครื่องมือตรวจจอตาที่ออกแบบให้เหมาะกับขนาดดวงตาและพฤติกรรมของเด็ก
- ✓ การคัดกรองตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม (Early Screening): สามารถตรวจคัดกรองภาวะตาขี้เกียจและตาเขได้ตั้งแต่เด็กเล็ก เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุดก่อนที่ระบบการมองเห็นจะพัฒนาสมบูรณ์
- ✓ ดูแลแบบองค์รวม: ประสานการรักษาร่วมกับกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น เมื่อเด็กมีโรคร่วมที่ส่งผลต่อดวงตา
คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: ควรพาลูกมารับการตรวจวัดสายตาครั้งแรกเมื่ออายุเท่าไหร่?
A: หากไม่มีอาการผิดปกติ แนะนำให้พามาตรวจคัดกรองสายตากับจักษุแพทย์เด็กครั้งแรกช่วงอายุ 3–4 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน แต่หากสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ไม่สบตา ตาเข มองใกล้ หรือขยี้ตาบ่อย สามารถพามาพบแพทย์ได้ตั้งแต่วัยทารก
Q: เด็กเล็กที่ยังพูดไม่ได้หรืออ่านตัวหนังสือไม่ได้ สามารถตรวจวัดสายตาได้หรือไม่?
A: ตรวจได้ จักษุแพทย์เด็กมีเครื่องมือและเทคนิคพิเศษ เช่น การใช้ภาพการ์ตูน แสงไฟ หรือเครื่องมือวัดสายตาอัตโนมัติชนิดจับภาพระยะไกล (Photoscreener) ซึ่งสามารถวัดค่าสายตา สภาวะตาเข และตรวจคัดกรองตาขี้เกียจในเด็กเล็กได้โดยที่เด็กไม่ต้องอ่านตัวอักษร
Q: ภาวะ “ตาขี้เกียจ” ในเด็ก คืออะไร และรักษาหายไหม?
A: ภาวะตาขี้เกียจคือภาวะที่สมองไม่พัฒนาการมองเห็นในตาข้างนั้นๆ เนื่องจากมีปัญหาสายตาผิดปกติ ตาเข หรือสิ่งบดบังการมองเห็น หากตรวจพบและรักษาเร็ว เช่น การใส่แว่นหรือปิดตาข้างดีเพื่อกระตุ้นตาข้างที่เกียจ จะสามารถรักษาให้กลับมามองเห็นเป็นปกติได้
Q: เด็กตาเข ตาเหล่ สามารถหายเองได้เมื่อโตขึ้นหรือไม่?
A: ตาเขแท้จริงไม่สามารถหายเองได้ และอาจนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจได้หากปล่อยไว้ ทั้งนี้ในเด็กเล็กบางคนอาจเป็นเพียง “ภาวะตาเขเทียม” จากดั้งจมูกที่ยังแบนอยู่ จักษุแพทย์เด็กจะช่วยตรวจวินิจฉัยเพื่อแยกโรค หากเป็นตาเขจริงจะได้รับการรักษาด้วยการฝึกกล้ามเนื้อตา ใส่แว่น หรือผ่าตัดแก้ไข
Q: เด็กที่ใช้หน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ตมาก มีผลต่อสายตาหรือไม่?
A: การใช้หน้าจอเป็นเวลานานอาจทำให้ตาล้า ตาแห้ง และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะสายตาสั้น ควรจำกัดเวลาและพักสายตาเป็นระยะ