ศูนย์พัฒนาการเด็ก
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

พร้อมบริการตรวจและรักษาโรคเด็ก โดยกุมารแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อลูกไม่สบาย วางใจได้แม้ยามค่ำคืน

เบอร์ติดต่อ
027935099 ต่อ 7106

ศูนย์พัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ (Child Development Center)

เสริมสร้างทุกก้าวการเติบโต ให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมวัยและมีความสุข

ช่วงวัยเด็กคือช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการวางรากฐานทางสมอง พัฒนาการ อารมณ์ และพฤติกรรม แต่ในปัจจุบัน ปัญหาด้านพัฒนาการและพฤติกรรมในเด็ก ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการช้า พูดช้า สมาธิสั้น ออทิสติก หรือปัญหาการปรับตัว (LD) กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่พบได้มากขึ้น การสังเกตและตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่วัยเยาว์ จะช่วยให้ลูกได้รับการส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการได้อย่างทันท่วงที ให้เขาสามารถเติบโต เรียนรู้ และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ศูนย์พัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ ให้บริการประเมิน วินิจฉัย และส่งเสริมพัฒนาการเด็กแบบครบวงจร โดยกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็กและทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ให้เด็กเติบโต เรียนรู้ และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ

เมื่อไรควรพาลูกมาประเมินพัฒนาการ?

หากลูกมีอาการหรือพฤติกรรมต่อไปนี้ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • อายุเกิน 18 เดือนแต่ยังไม่พูดคำที่มีความหมาย
  • ไม่สบตา ไม่ชี้นิ้ว หรือไม่ตอบสนองเมื่อเรียกชื่อ
  • เดินช้ากว่าเกณฑ์
  • เล่นคนเดียว ไม่สนใจเล่นกับผู้อื่น
  • สมาธิสั้น ซนมาก หรือควบคุมพฤติกรรมยาก
  • มีปัญหาด้านการเรียน อ่าน เขียน หรือคำนวณ
  • ผู้ปกครองรู้สึกว่าพัฒนาการของลูกไม่เป็นไปตามวัย

ภาวะและปัญหาที่ศูนย์พัฒนาการเด็กดูแล

เราให้การดูแล คัดกรอง วินิจฉัย และปรับพฤติกรรมครอบคลุมตั้งแต่เด็กแรกเกิด เด็กโต จนถึงวัยรุ่น

  • พัฒนาการล่าช้า (Developmental Delay): นี่งช้า เดินช้า กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่พัฒนาช้า
  • ปัญหาด้านภาษาและการสื่อสาร: พูดช้า พูดไม่ชัด ภาษาล่าช้า ความผิดปกติด้านการสื่อสาร เด็กที่มีปัญหาการเข้าใจภาษา
  • กลุ่มอาการสมาธิสั้น (ADHD) & ปัญหาการเรียนรู้ (LD): วอกแวกง่าย ไม่อยู่นิ่ง รอคอยไม่ได้ หรือมีปัญหาด้านการอ่าน เขียน และการคำนวณ
  • กลุ่มอาการออทิสติก (Autism Spectrum Disorder): ไม่สบตา ไม่สบตอบ ไม่สนใจรอบข้าง สนใจสิ่งของเฉพาะอย่าง หรือมีปัญหาด้านการสื่อสารและสังคม
  • ปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และจิตเวชวัยรุ่น: ก้าวร้าว วิตกกังวล ซึมเศร้า ต่อต้าน ปรับตัวกับเพื่อน/โรงเรียนไม่ได้ หรือติดเกม/ติดหน้าจอ
  • การติดตามเด็กกลุ่มเสี่ยง: เด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กน้ำหนักแรกเกิดน้อย เด็กที่มีโรคทางระบบประสาท เด็กที่มีโรคพันธุกรรม

บริการตรวจวินิจฉัยและการส่งเสริมพัฒนาการ

  • การประเมินพัฒนาการและระดับสติปัญญา (IQ & Developmental Test): ตรวจคัดกรองประเมินพัฒนาการอย่างละเอียดโดยกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก
  • กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) และ กายภาพบำบัด (Physical Therapy): ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก การกะระยะ การปรับประสาทความรู้สึก และฝึกการช่วยเหลือตนเอง
  • อรรถบำบัด (Speech Therapy): ฝึกการพูด การสื่อสาร การฝึกออกเสียง และการใช้ภาษาให้สมวัย
  • การปรับพฤติกรรมและจิตบำบัด (Behavior Modification & Psychotherapy): ให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดู พร้อมการบำบัดปรับพฤติกรรมเด็ก
  • การรักษาด้วยยา (ถ้าจำเป็น): ดูแลและติดตามผลอย่างใกล้ชิดโดยกุมารแพทย์จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น

ทำไมต้องเลือกศูนย์พัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ ?

  • ทีมสหวิชาชีพเฉพาะทางครบวงจร: ดูแลแบบบูรณาการร่วมกัน ทั้งกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก กุมารแพทย์จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น นักจิตวิทยาคลินิก และนักกิจกรรมบำบัด
  • โปรแกรมการบำบัดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care): วางแผนการฝึกกระตุ้นพัฒนาการและปรับพฤติกรรมตามจุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนาของเด็กแต่ละคน
  • การทำงานร่วมกันกับครอบครัว: แนะนำเทคนิคและแนวทางการเลี้ยงดูแก่คุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้นำกลับไปฝึกฝนและต่อยอดต่อที่บ้านได้อย่างต่อเนื่อง
  • เน้นการกระตุ้นพัฒนาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น: การดูแลในช่วงวัยเด็กเล็กเป็นช่วงเวลาที่สมองมีการเรียนรู้สูงที่สุด ช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กพัฒนาได้ใกล้เคียงศักยภาพสูงสุด

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ลูกอายุเท่าไหร่ ถึงควรพามาตรวจประเมินพัฒนาการ?
A: สามารถพามาตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ช่วงวัยทารก แต่หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นสัญญาณแปลกๆ เช่น อายุ 1.5 ปี แล้วยังไม่พูดคำที่มีความหมาย ไม่สบตา ไม่ตอบสนองต่อชื่อ ก็สามารถพามาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินได้ทันที
Q: ลูกไม่อยู่นิ่ง ชอบเล่นแรงๆ แยกอย่างไรว่า “สมาธิสั้น” หรือแค่ “เด็กซนตามวัย”?
A: เด็กซนตามวัยจะยังสามารถควบคุมตัวเองได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องสงบ เช่น ฟังนิทานหรือทำกิจกรรมที่ชอบ แต่เด็กสมาธิสั้นมักจะไม่สามารถจดจ่อได้แม้ในเรื่องที่สนใจ วอกแวกง่าย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้เลย และมักส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
Q: การฝึกกิจกรรมบำบัด (OT) หรือฝึกพูด ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับระดับพัฒนาการเดิมของเด็กและความสม่ำเสมอในการฝึก การบำบัดที่ได้ผลดีที่สุดต้องอาศัยความร่วมมือของคุณพ่อคุณแม่ในการนำเทคนิคที่นักบำบัดแนะนำไปฝึกต่อที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เด็กพัฒนาได้ไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Q: ลูกไม่สบตา ไม่ค่อยเรียกชื่อแล้วหัน อาจเป็นออทิสติกหรือไม่?
A: อาการดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะออทิสติก แต่จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้อง
Q: เด็กสมาธิสั้นสามารถรักษาได้หรือไม่?
A: เด็กสมาธิสั้นสามารถดูแลและรักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรม การฝึกทักษะ การให้คำแนะนำผู้ปกครอง และในบางรายอาจพิจารณาใช้ยาตามดุลยพินิจของแพทย์
Q: หากลูกได้รับการฝึกพัฒนาการ จะต้องฝึกนานแค่ไหน?
A: ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของปัญหา รวมถึงความสม่ำเสมอในการฝึกทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน ซึ่งทีมผู้เชี่ยวชาญจะวางแผนร่วมกับผู้ปกครองอย่างเหมาะสม
แพทย์อื่นๆ