โปรแกรมตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)

ระยะเวลา : 7 สิงหาคม 2566 - 31 ธันวาคม 2567

โปรแกรมตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) 1 คืน

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอน อาทิ ภาวะนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ มีการนอนที่ไม่มีคุณภาพ รู้สึกว่านอนไม่เพียงพอ ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิในการทำงานหรือเรียน ความจำไม่ดี หรือมีปัญหานอนไม่หลับ

 

อาการนอนกรน (snoring) และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea : OSA)
เป็นปัญหาและโรคของการนอนหลับที่พบบ่อย ในคนอายุ 30-35 ปี พบว่าประมาณร้อยละ 20 ของเพศชาย และร้อยละ 5 ของเพศหญิง จะมีอาการนอนกรน และเมื่ออายุมากขึ้น อุบัติการของอาการนอนกรนจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ส่วนภาวะหยุดหายใจขณะหลับพบได้ประมาณร้อยละ 4 ในเพศชายและร้อยละ 2 ในเพศหญิง อุบัติการณ์ของอาการนอนกรนในคนไทย พบได้ประมาณร้อยละ 26.4 ส่วนอุบัติการณ์ของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับในคนไทย พบได้ประมาณร้อยละ 11.4 จากการศึกษาพบว่าอุบัติการณ์ของอาการนอนกรนและ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้ ได้เพิ่มขึ้นสูงกว่าเมื่อก่อนมาก

เมื่ออาการนอนกรนเกิดร่วมกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์ เพราะการที่แพทย์สามารถตรวจหาสาเหตุของโรคและพิจารณาวางแผนการรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดอันตรายที่จะเกิดกับอวัยวะและระบบต่าง ๆ ที่สำคัญของร่างกายได้ ดังนั้น…เมื่อท่านมีอาการดังต่อไปนี้ ซึ่งบ่งบอกถึงการมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจ Sleep Test

  1. ทำจิตใจให้สบาย ไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ นอกจากความไม่สะดวกสบายเล็กน้อยจากการติดอุปกรณ์และเครื่องมือที่ติดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเท่านั้น
  2. หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน โดยเฉพาะในวันที่จะมาทำการตรวจ เพราะจะทำให้คุณภาพการนอนในตอนกลางคืนไม่ดี
  3. ในวันที่จะมาทำการตรวจ ให้หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ และแอลกอฮอล์ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป เพราะจะทำให้คุณภาพการนอนหลับผิดปกติ ยกเว้นในรายที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการตรวจ
  4. ควรอาบน้ำ สระผมก่อนมาโรงพยาบาล แต่ไม่ควรใช้ยานวดผม ไม่ใส่ครีม เจล น้ำมัน หรือสเปรย์ที่ผม เพราะการติดอุปกรณ์ที่หนังศีรษะจำเป็นต้องให้บริเวณที่ติดอุปกรณ์ไม่มีไขมัน
  5. ห้ามทาแป้งหรือครีมบริเวณใบหน้า คอ และขา เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ติดแน่นอยู่ได้ตลอดคืน
  6. ห้ามรับประทานยาระบายก่อนมาทำการตรวจ เพราะยาระบายจะทำให้การนอนหลับไม่ต่อเนื่อง และในรายที่รับประทานยานอนหลับอยู่เป็นประจำ ให้รับประทานยานอนหลับได้ตามปกติ
  7. ยาที่รับประทานเป็นประจำ เช่น ยาควบคุมความดันโลหิต ยาควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด หรือยารักษาโรคอื่น ๆ ให้รับประทานได้ตามปกติ
  8. ในการตรวจคุณภาพการนอนหลับ อนุญาตให้ญาติเฝ้าได้ 1 คน ถ้าคนไข้จำเป็นต้องมีคนเฝ้าจริง ๆ
  9. นำเครื่องนอนที่ใช้เป็นประจำที่บ้าน เช่น หมอน ชุดนอน มาใช้ในวันที่ทำการตรวจได้
  10. กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบทันที่หากไม่สบาย เช่น เป็นหวัด หรือมีไข้

ราคา   16,000   บาท






อัตราค่าบริการดังกล่าว รวมรายการดังต่อไปนี้

  • ค่าแพทย์ และค่าเจ้าหน้าที่ชำนาญการ
  • ค่าบริการโรงพยาบาล รวมค่าห้องพัก 1 คืน พร้อมอาหาร 3 มื้อ
  • ค่าอ่านผลโดยแพทย์ชำนาญการ

**ไม่รวมค่าบริการดังต่อไปนี้**

  • ค่าตรวจร่างกายและประเมินก่อนตรวจ
  • ค่าตรวจและสรุปผลการตรวจโดยแพทย์ผู้ป่วยนอก
  • เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์พิเศษสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่มโรค

หมายเหตุ : 

  • นัดหมายตรวจที่แผนกหู คอ จมูก
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 


ช่องทาง :
SHARE