แผนกศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ (Urology Surgery Department)
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

แผนกศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ (Urology Surgery Department)

แผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี

“ดูแลทุกปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะอย่างตรงจุด เพื่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

อาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดเอวหรือปวดสีข้าง อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่ว การอุดกั้น การติดเชื้อ หรือโรคของต่อมลูกหมาก ซึ่งบางภาวะอาจส่งผลต่อการทำงานของไตและคุณภาพชีวิตหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน โรคบางชนิดอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก การเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุจึงช่วยให้สามารถวางแผนรักษาได้ตรงกับโรคและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

แผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติของไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์ชาย โดยแพทย์ด้านศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ พร้อมการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจวินิจฉัยทางรังสีตามข้อบ่งชี้ ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาด้วยยา การทำหัตถการ ไปจนถึงการผ่าตัดเมื่อจำเป็น พร้อมประสานการดูแลกับทีมแพทย์และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องในทุกขั้นตอนของการรักษา

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่แผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ ?

  • ผู้ที่มีความผิดปกติของการปัสสาวะ: เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกลางคืนหลายครั้ง ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่สุด กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือปัสสาวะไม่ออก ซึ่งควรได้รับการประเมินเพื่อค้นหาสาเหตุ
  • ผู้ที่มีอาการสงสัยนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ: เช่น ปวดเอวหรือปวดสีข้างรุนแรงเป็นพัก ๆ ปวดร้าวลงท้องน้อยหรือขาหนีบ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับนิ่วในไตหรือท่อไต
  • ผู้ชายที่มีอาการเกี่ยวกับต่อมลูกหมากหรือระบบสืบพันธุ์: เช่น ปัสสาวะไหลช้า ต้องเบ่ง ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน มีก้อนหรืออาการผิดปกติบริเวณอัณฑะ รวมถึงผู้ที่ต้องการประเมินปัญหาสุขภาพระบบสืบพันธุ์ชาย
  • ผู้ที่มีปัสสาวะเป็นเลือดหรือพบความผิดปกติจากการตรวจ: เช่น ตรวจพบเลือดในปัสสาวะ มีก้อนหรือความผิดปกติของไต กระเพาะปัสสาวะ หรือต่อมลูกหมากจากการตรวจสุขภาพ ซึ่งควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมเพื่อแยกสาเหตุที่สำคัญ

ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะหลายโรคอาจมีอาการคล้ายกัน การประเมินโดยแพทย์ด้านศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะช่วยให้สามารถค้นหาสาเหตุและเลือกแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ขั้นตอนและการให้บริการของแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ

  1. ซักประวัติและประเมินอาการ: แพทย์สอบถามลักษณะการปัสสาวะ อาการปวด ประวัติปัสสาวะเป็นเลือด การติดเชื้อ นิ่ว โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติการผ่าตัด และข้อมูลด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้อง
  2. ตรวจร่างกายและประเมินระบบทางเดินปัสสาวะ: ตรวจร่างกายตามอาการและปัจจัยเสี่ยง เพื่อประเมินความผิดปกติของไต กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก หรืออวัยวะที่เกี่ยวข้อง
  3. ตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้: แพทย์อาจพิจารณาการตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดประเมินการทำงานของไต การตรวจทางรังสี เช่น Ultrasound, X-ray หรือ CT Scan รวมถึงการตรวจอื่นตามความเหมาะสม เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุของอาการ
  4. วินิจฉัยและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: นำข้อมูลจากประวัติ การตรวจร่างกาย และผลตรวจมาประเมินร่วมกัน เพื่อเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม ตั้งแต่การใช้ยา การปรับพฤติกรรม การติดตามอาการ ไปจนถึงการทำหัตถการหรือผ่าตัด
  5. ให้การรักษาและทำหัตถการตามข้อบ่งชี้: ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการรักษาด้วยยา ขณะที่บางภาวะ เช่น นิ่ว การอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ หรือความผิดปกติบางประเภท อาจจำเป็นต้องได้รับหัตถการหรือการผ่าตัด โดยแพทย์จะเลือกวิธีตามชนิดและความรุนแรงของโรค
  6. ดูแลหลังหัตถการหรือผ่าตัด: ติดตามการปัสสาวะ อาการปวด ภาวะเลือดออก การติดเชื้อ และการฟื้นตัว พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยา การดูแลแผล การดื่มน้ำ และกิจกรรมที่เหมาะสมตามประเภทของการรักษา
  7. ติดตามผลและป้องกันการกลับเป็นซ้ำ: นัดประเมินอาการและผลการรักษา พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับพฤติกรรม การดื่มน้ำ อาหาร และการติดตามสุขภาพตามชนิดของโรค โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วหรือความผิดปกติซ้ำ

ทำไมต้องเลือกแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี ?

  • ✓ ดูแลโดยแพทย์ด้านศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ: พร้อมประเมิน วินิจฉัย และรักษาโรคของไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก และระบบสืบพันธุ์ชาย โดยวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
  • ✓ พร้อมด้วยเครื่องมือช่วยตรวจวินิจฉัย: รองรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจทางรังสีตามข้อบ่งชี้ เพื่อช่วยประเมินความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะและประกอบการวางแผนรักษา
  • ✓ มุ่งเน้นผลการรักษาและคุณภาพชีวิต: ให้ความสำคัญกับการบรรเทาอาการ รักษาการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: ปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะกลางคืนบ่อย เกิดจากต่อมลูกหมากโตเสมอหรือไม่?

A: ไม่เสมอไป อาการปัสสาวะบ่อยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ต่อมลูกหมากโต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ เบาหวาน การดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มบางชนิดในปริมาณมาก รวมถึงยาบางประเภท แพทย์จะประเมินจากอาการ ประวัติ และผลตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุที่เหมาะสมก่อนวางแผนรักษา

Q: ปัสสาวะเป็นเลือดอันตรายหรือไม่?

A: ปัสสาวะเป็นเลือดสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การติดเชื้อ นิ่ว การบาดเจ็บ โรคของไต ต่อมลูกหมาก ไปจนถึงความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะบางชนิดที่ต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม แม้ไม่มีอาการปวดก็ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน โดยเฉพาะหากมองเห็นปัสสาวะเป็นสีแดงหรือมีลิ่มเลือดปน

Q: นิ่วในไตหรือนิ่วในท่อไตจำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น นิ่วบางชนิดที่มีขนาดเล็กและไม่มีภาวะแทรกซ้อนอาจสามารถหลุดออกได้เองภายใต้การติดตามของแพทย์ ขณะที่นิ่วที่มีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการอุดกั้น ปวดรุนแรงซ้ำ มีการติดเชื้อ หรือส่งผลต่อการทำงานของไต อาจต้องได้รับหัตถการหรือการผ่าตัด การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่งของนิ่ว อาการ และภาวะสุขภาพของผู้ป่วย

Q: มีอาการแบบไหนเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะที่ควรรีบไปโรงพยาบาล?

A: หากมีอาการปัสสาวะไม่ออก ปวดเอวหรือสีข้างรุนแรงร่วมกับไข้สูงหรือหนาวสั่น ปัสสาวะเป็นเลือดมากหรือมีลิ่มเลือด อาเจียนต่อเนื่อง ซึมลง หรือมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ควรเข้ารับการประเมินโดยเร็ว เพราะอาจสัมพันธ์กับการอุดกั้นหรือการติดเชื้อรุนแรงของระบบทางเดินปัสสาวะ

Q: ก่อนเข้ารับการตรวจระบบทางเดินปัสสาวะควรเตรียมตัวอย่างไร?

A: โดยทั่วไปควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับอาการ โรคประจำตัว ประวัติการเป็นนิ่วหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ประวัติการผ่าตัด และรายชื่อยาที่ใช้อยู่ หากมีผลตรวจเลือด ผลปัสสาวะ หรือภาพตรวจทางรังสีเดิมควรนำมาด้วย การตรวจบางประเภทอาจมีคำแนะนำเฉพาะเรื่องการงดอาหาร การดื่มน้ำ หรือการเตรียมกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือโรงพยาบาลก่อนเข้ารับการตรวจ

แพทย์ประจำศูนย์