แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ

แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี

“ดูแลหัวใจอย่างตรงจุด ด้วยการตรวจวินิจฉัยที่ครอบคลุม เพื่อสุขภาพหัวใจที่ดีในระยะยาว”

โรคหัวใจและหลอดเลือดอาจเริ่มต้นโดยไม่มีอาการชัดเจน หรือแสดงอาการเพียงเล็กน้อย เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก หน้ามืด เป็นลม หรือออกแรงได้ลดลง ขณะที่บางภาวะสามารถเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรุนแรงได้ การประเมินความเสี่ยงและค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญ ช่วยให้แพทย์วางแผนป้องกันและรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี พร้อมให้บริการตรวจประเมิน วินิจฉัย รักษา และติดตามโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีช่วยวินิจฉัย ได้แก่ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) การตรวจหาปริมาณแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score) และการตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary CTA) เพื่อช่วยประเมินความผิดปกติและวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยคำนึงถึงการป้องกันโรค การรักษา และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่แผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ ?

  • ผู้ที่มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก: โดยเฉพาะอาการที่เกิดขณะออกแรง เดินเร็ว ขึ้นบันได หรือมีอาการแน่นหน้าอกร่วมกับเหนื่อย หายใจไม่สะดวก เหงื่อออกผิดปกติ หรือคลื่นไส้ ซึ่งควรได้รับการประเมินเพื่อค้นหาสาเหตุ
  • ผู้ที่มีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือเป็นลม: อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ หรือโรคหัวใจและหลอดเลือดบางชนิด
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ: เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่ ภาวะน้ำหนักเกิน รวมถึงผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัยอันควร
  • ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยโรคหัวใจหรือมีผลตรวจผิดปกติ: เช่น ผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ หัวใจล้มเหลว หรือพบความผิดปกติจาก EKG, Echocardiogram หรือการตรวจทางรังสี และต้องการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

โรคหัวใจหลายชนิดอาจมีอาการคล้ายกับโรคในระบบอื่น การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางจึงมีความสำคัญในการค้นหาสาเหตุ ประเมินความเสี่ยง และเลือกวิธีตรวจหรือรักษาได้อย่างเหมาะสม

ขั้นตอนและการให้บริการของแผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ

  1. ซักประวัติและประเมินความเสี่ยง: แพทย์สอบถามอาการ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ พฤติกรรมสุขภาพ ประวัติการสูบบุหรี่ และประวัติโรคหัวใจในครอบครัว เพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น
  2. ตรวจร่างกายและประเมินระบบหัวใจและหลอดเลือด: ตรวจชีพจร ความดันโลหิต ฟังเสียงหัวใจและปอด รวมถึงประเมินอาการหรือสัญญาณที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
  3. ตรวจการทำงานของหัวใจตามข้อบ่งชี้: เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อประเมินอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) เพื่อประเมินโครงสร้าง การบีบตัว และการทำงานของลิ้นหัวใจ
  4. ประเมินหลอดเลือดหัวใจด้วยเทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์: แพทย์อาจพิจารณา CT Calcium Score เพื่อประเมินปริมาณแคลเซียมที่สะสมในหลอดเลือดหัวใจ หรือ Coronary CTA เพื่อดูรายละเอียดของหลอดเลือดหัวใจและประเมินภาวะตีบหรือความผิดปกติ ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
  5. วินิจฉัยและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: แพทย์ประเมินข้อมูลจากประวัติ การตรวจร่างกาย และผลตรวจต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่อวางแผนการรักษา ซึ่งอาจครอบคลุมการปรับพฤติกรรม การควบคุมปัจจัยเสี่ยง และการใช้ยาตามข้อบ่งชี้
  6. ประสานการรักษาและหัตถการเมื่อจำเป็น: หากพบภาวะที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม หัตถการ หรือการผ่าตัด แพทย์จะประสานการดูแลร่วมกับทีมและสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
  7. ติดตามผลและดูแลสุขภาพหัวใจระยะยาว: ประเมินการตอบสนองต่อการรักษา ควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด พร้อมให้คำแนะนำด้านอาหาร การออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก และการปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

ทำไมต้องเลือกแผนกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี ?

  • ✓ ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ: ให้การประเมิน วินิจฉัย วางแผนรักษา และติดตามโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยคำนึงถึงภาวะสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ✓ พร้อมด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีช่วยวินิจฉัย: รองรับการตรวจ EKG, Echocardiogram, CT Calcium Score และ Coronary CTA เพื่อช่วยประเมินตั้งแต่การทำงานและโครงสร้างของหัวใจ ไปจนถึงความเสี่ยงและความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ
  • ✓ ดูแลครบวงจรแบบ One-Stop Service: ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง ตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา ติดตามผล ไปจนถึงการประสานทีมสหสาขาวิชาชีพเมื่อจำเป็นต้องได้รับการตรวจหรือรักษาเพิ่มเติม
  • ✓ มุ่งเน้นการป้องกันและคุณภาพชีวิต: ให้ความสำคัญทั้งการรักษาโรคและการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมสุขภาพหัวใจที่ดีในระยะยาว

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: เจ็บหรือแน่นหน้าอกแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาล?

A: หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงหรือเกิดขึ้นเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น หายใจลำบาก เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หน้ามืด เป็นลม หรือมีอาการเจ็บร้าวไปแขน ไหล่ กราม หรือหลัง ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือภาวะฉุกเฉินอื่น

Q: EKG กับ Echocardiogram ต่างกันอย่างไร?

A: EKG เป็นการตรวจสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจ ช่วยประเมินอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ รวมถึงความผิดปกติบางชนิด ส่วน Echocardiogram ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างภาพหัวใจ เพื่อประเมินโครงสร้าง การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ และการทำงานของลิ้นหัวใจ การเลือกตรวจขึ้นอยู่กับอาการและข้อบ่งชี้ของผู้ป่วยแต่ละราย

Q: CT Calcium Score กับ Coronary CTA แตกต่างกันอย่างไร?

A: CT Calcium Score เป็นการตรวจเพื่อวัดปริมาณแคลเซียมที่สะสมในผนังหลอดเลือดหัวใจ ช่วยประกอบการประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องฉีดสารทึบรังสี ส่วน Coronary CTA เป็นการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ให้รายละเอียดของหลอดเลือดหัวใจมากขึ้นและโดยทั่วไปมีการฉีดสารทึบรังสี เพื่อช่วยประเมินคราบพลัค การตีบ หรือความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าการตรวจชนิดใดเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

Q: ไม่มีอาการผิดปกติ จำเป็นต้องตรวจ CT Calcium Score หรือไม่?

A: ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน การตรวจ CT Calcium Score อาจมีประโยชน์ในผู้ที่ยังไม่มีอาการแต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจบางกลุ่ม เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ประวัติสูบบุหรี่ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตรวจ

Q: ก่อนตรวจ Coronary CTA ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

A: การเตรียมตัวขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพและแนวทางของโรงพยาบาล โดยแพทย์อาจประเมินอัตราการเต้นของหัวใจ การทำงานของไต ประวัติแพ้สารทึบรังสี และยาที่ใช้อยู่ก่อนตรวจ ผู้ป่วยควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์หรือสงสัยตั้งครรภ์ และยาที่รับประทานเป็นประจำให้แพทย์ทราบ พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนตรวจอย่างเคร่งครัด

แพทย์ประจำศูนย์