แผนกอายุรกรรมโรคระบบประสาทและสมอง
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

แผนกสมองและระบบประสาท เมืองกาญฯ ดูแล ป้องกัน และรักษาโรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย

แผนกอายุรกรรมโรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี

“ดูแลทุกความผิดปกติของสมองและระบบประสาท เพื่อการวินิจฉัยที่เหมาะสมและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

อาการปวดศีรษะเรื้อรัง เวียนศีรษะ ชาหรืออ่อนแรงของแขนขา มือสั่น เดินเซ ความจำหรือการรับรู้เปลี่ยนแปลง รวมถึงอาการชัก อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติของสมองและระบบประสาท ซึ่งมีตั้งแต่ภาวะที่สามารถควบคุมได้ ไปจนถึงโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง การได้รับการประเมินและวินิจฉัยอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก มีส่วนสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

แผนกอายุรกรรมโรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี พร้อมให้บริการตรวจประเมิน วินิจฉัย รักษา และติดตามผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ โดยแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ระบบประสาท ร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ พร้อมการตรวจทางห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีทางรังสีวินิจฉัย เช่น CT Scan และ MRI ตามข้อบ่งชี้ เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่แผนกอายุรกรรมโรคระบบประสาทและสมอง ?

  • ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรือเสียการทรงตัว: โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นบ่อย รุนแรงขึ้น มีลักษณะแตกต่างจากเดิม หรือรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่มีอาการชา อ่อนแรง หรือการเคลื่อนไหวผิดปกติ: เช่น แขนขาชาหรืออ่อนแรง มือสั่น เดินผิดปกติ เดินเซ เคลื่อนไหวช้าลง หรือควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่เหมือนเดิม
  • ผู้ที่มีความผิดปกติด้านความจำ การรับรู้ หรือพฤติกรรม: เช่น หลงลืมมากขึ้น สับสน การคิดและการตัดสินใจเปลี่ยนแปลง หรือมีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันลดลง
  • ผู้ที่มีอาการชักหรือมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง: รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเคยมีประวัติโรคหลอดเลือดสมองและจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

อาการทางระบบประสาทบางชนิดอาจเกิดจากหลายสาเหตุและมีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน การตรวจประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางจึงมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

ขั้นตอนและการให้บริการของแผนกอายุรกรรมโรคระบบประสาทและสมอง

  1. ซักประวัติและประเมินอาการอย่างละเอียด: แพทย์สอบถามลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคทางระบบประสาท
  2. ตรวจร่างกายและตรวจระบบประสาท: ประเมินระดับความรู้สึกตัว การพูด การมองเห็น กำลังกล้ามเนื้อ การรับความรู้สึก รีเฟล็กซ์ การทรงตัว การเดิน และการทำงานของระบบประสาทส่วนต่าง ๆ
  3. ตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้: พิจารณาการตรวจเลือด การตรวจ CT Scan หรือ MRI เพื่อช่วยประเมินความผิดปกติของสมองและระบบประสาท รวมถึงการตรวจเฉพาะทางอื่นตามอาการและดุลยพินิจของแพทย์
  4. วินิจฉัยและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: แพทย์นำข้อมูลจากประวัติ การตรวจร่างกาย และผลตรวจต่าง ๆ มาประเมินร่วมกัน เพื่อวินิจฉัยโรคและกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
  5. ให้การรักษาตามชนิดและความรุนแรงของโรค: การรักษาอาจประกอบด้วยการใช้ยา การควบคุมปัจจัยเสี่ยง การปรับพฤติกรรม หรือการรักษาเฉพาะโรค หากพบภาวะที่จำเป็นต้องได้รับหัตถการหรือการผ่าตัด จะมีการประสานแพทย์เฉพาะทางสาขาที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการดูแลต่อไป
  6. ประสานการฟื้นฟูระบบประสาท: สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว การทรงตัว การทำกิจวัตรประจำวัน หรือความสามารถด้านอื่นหลังการเจ็บป่วย สามารถประสานทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัดตามความเหมาะสม
  7. ติดตามผลและป้องกันการเกิดโรคซ้ำ: ประเมินการตอบสนองต่อการรักษา ปรับยาและแผนการดูแล พร้อมให้คำแนะนำในการควบคุมโรคประจำตัว ลดปัจจัยเสี่ยง และดูแลสุขภาพสมองและระบบประสาทในระยะยาว

ทำไมต้องเลือกแผนกอายุรกรรมโรคระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี ?

  • ✓ ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาท: ให้การประเมิน วินิจฉัย รักษา และติดตามความผิดปกติของสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ โดยพิจารณาจากอาการและภาวะสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ✓ พร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยวินิจฉัย: รองรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจทางรังสีวินิจฉัย เช่น CT Scan และ MRI ตามข้อบ่งชี้ เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติและประกอบการวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
  • ✓ ดูแลครบวงจรแบบ One-Stop Service: ตั้งแต่การตรวจประเมิน วินิจฉัย วางแผนรักษา ติดตามอาการ ไปจนถึงการประสานแพทย์เฉพาะทางและทีมฟื้นฟูเมื่อจำเป็น
  • ✓ มุ่งเน้นผลการรักษาและคุณภาพชีวิต: ให้ความสำคัญกับการควบคุมโรค ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ป้องกันการเกิดโรคซ้ำ และส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: อาการแบบไหนอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง?

A: อาการสำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่ ใบหน้าเบี้ยวหรือมุมปากตก แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือชา พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ หรือฟังไม่เข้าใจ รวมถึงอาจมีอาการมองเห็นผิดปกติ เดินเซ หรือปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะการรักษาโรคหลอดเลือดสมองมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาตั้งแต่เริ่มมีอาการ

Q: ปวดศีรษะแบบไหนควรพบแพทย์เฉพาะทางระบบประสาท?

A: ควรพบแพทย์หากมีอาการปวดศีรษะบ่อยขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ลักษณะอาการเปลี่ยนไปจากเดิม ปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรง ชา พูดไม่ชัด สับสน ชัก หรือการมองเห็นผิดปกติ หากปวดศีรษะรุนแรงอย่างฉับพลัน ควรเข้ารับการประเมินโดยเร็ว

Q: CT Scan กับ MRI สมองแตกต่างกันอย่างไร?

A: CT Scan ใช้รังสีเอกซ์ในการสร้างภาพและสามารถตรวจได้รวดเร็ว จึงมีประโยชน์ในหลายภาวะฉุกเฉิน เช่น การประเมินเลือดออกในสมอง ส่วน MRI ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ ให้รายละเอียดของเนื้อเยื่อสมองและระบบประสาทได้ดีในความผิดปกติหลายชนิด การเลือกตรวจขึ้นอยู่กับอาการ ความเร่งด่วน และข้อบ่งชี้ของผู้ป่วยแต่ละราย

Q: อาการหลงลืมตามวัยกับความผิดปกติที่ควรพบแพทย์แตกต่างกันอย่างไร?

A: การหลงลืมเล็กน้อยอาจพบได้เมื่ออายุมากขึ้น แต่หากเริ่มลืมเหตุการณ์สำคัญซ้ำ ๆ ถามเรื่องเดิมบ่อย หลงทางในสถานที่คุ้นเคย จัดการงานหรือกิจวัตรที่เคยทำได้ลดลง หรือมีการเปลี่ยนแปลงด้านภาษา การตัดสินใจ และพฤติกรรม ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ เพราะความผิดปกติของความจำสามารถเกิดได้จากหลายภาวะ และบางสาเหตุสามารถรักษาหรือควบคุมได้

Q: หลังเป็นโรคหลอดเลือดสมองสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือไม่?

A: การฟื้นตัวแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของสมองที่ได้รับผลกระทบ ระยะเวลาที่ได้รับการรักษา อายุ และโรคร่วม การรักษาที่เหมาะสมร่วมกับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เช่น กายภาพบำบัดและการฟื้นฟูด้านการทำกิจวัตร สามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวันได้ พร้อมกับควบคุมปัจจัยเสี่ยงเพื่อลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ

แพทย์ประจำศูนย์